fbpx

IELTS คืออะไร สมัครสอบ ค่าสอบ ข้อสอบ และเรียน IELTS รับรองผล

IELTS คืออะไร วิธีการสมัครสอบ IELTS รายละเอียดการสอบ เก็งข้อสอบ IELTS 2021 มาพร้อมเทคนิคทำข้อสอบ เรียนไอเอล สอนตั้งแต่พื้นฐานจนทำข้อสอบได้กับ อ.ฟิว อ.เอมิ อ.ชารมิน
084-942-4261

IELTS คืออะไร

IELTS (ไอเอลส์) คือ ข้อสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ ย่อมาจาก International English Language Test System ซึ่งการสอบประกอบไปด้วยพาร์ทการฟัง (Listening), การอ่าน (Reading), การเขียน (Writing) และการพูด (Speaking) โดย IELTS มีศูนย์สอบในประเทศไทย 2 แห่ง ได้แก่ British Council และ IDP คะแนนสอบมีอายุ 2 ปี สามารถใช้ได้ทั้งการศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน และการเรียนต่อหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย นอกจากนี้ยังสามารถใช้คะแนนเพื่อการทำงานและเพื่อการย้ายถิ่นฐานได้ด้วย

ข้อสอบ IELTS มีกี่แบบ

IELTS มีสอบทั้งหมด 6 แบบ แบ่งตามประเภทการใช้งาน ดังนี้

  1. IELTS Academic เป็นการสอบเพื่อนำคะแนนไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา หรือใช้สมัครงานในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ค่าสมัครสอบ 6,900 บาท
  2. IELTS UKVI (Academic) เป็นการสอบเพื่อนำคะแนนไปสมัครเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา หรือใช้สมัครงานในสหราชอาณาจักร ซึ่งจะต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าสหราชอาณาจักร และแสดงให้เห็นว่าเรามีความสามารถทางภาษาอังกฤษในระดับที่เพียงพอ ค่าสมัครสอบ 7,710 บาท
  3. IELTS General Training เป็นการสอบเพื่อนำคะแนนไปอบรม สมัครงาน ย้ายถิ่นฐาน หรือเรียนต่อในระดับต่ำกว่าปริญญาตรีในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ค่าสมัครสอบ 6,900 บาท
  4. IELTS UKVI (General Training) เป็นการสอบเพื่อนำคะแนนไปอบรม สมัครงาน ย้ายถิ่นฐาน หรือเรียนต่อในระดับต่ำกว่าปริญญาตรีในสหราชอาณาจักร ค่าสมัครสอบ 7,710 บาท
  5. IELTS Life Skills A1 เป็นการสอบเพื่อนำคะแนนไปขอวีซ่าแต่งงานหรือคู่หมั้น โดยจะสอบเฉพาะการฟังและการพูดเท่านั้น ค่าสมัครสอบ 5,800 บาท
  6. IELTS Life Skills B1 เป็นการสอบเพื่อนำคะแนนไปขอวีซ่าการเป็นพลเมืองหรือขอสัญชาติ ค่าสมัครสอบ 5,800 บาท

IELTS สอบอะไรบ้าง

  1. พาร์ทการฟัง (Listening) ข้อสอบพาร์ทนี้จะเหมือนกันทั้งแบบ Academic และ General มีทั้งหมด 40 ข้อ ให้เวลา 40 นาที คะแนนเต็ม 9.0 คะแนน เสียงที่ได้ยินจะมีทั้งหมด 4 แบบ คือ
    • บทสนทนาของคน 2 คน พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตประจำวัน
    • บทพูดของคน 1 คน ซึ่งยังคงพูดเรื่องราวในชีวิตประจำวันอยู่
    • บทสนทนาแบบกลุ่ม โดยเรื่องราวที่พูดคุยจะเป็นแนววิชาการ
    • บทพูดเชิงวิชาการของคน 1 คน
  2. พาร์ทการอ่าน (Reading) ข้อสอบส่วนนี้ใน IELTS แบบ Academic และ General จะไม่เหมือนกัน โดยคำถามมีทั้งหมด 40 ข้อ ให้เวลาทำข้อสอบ 40 นาที คะแนนเต็ม 9.0 คะแนน คำถามของพาร์ท Reading มีหลายแบบทั้ง Multiple choice, True/False/Not given, Yes/No/ Not given, Matching, Sentence completion, Short-answer questions, Diagram label completion
    • แบบ Academic ข้อสอบจะมีบทความยาวทั้งหมด 3 บทความ ซึ่งเนื้อหาของบทความก็จะเป็นข้อมูลเชิงวิชาการ และอาจมีแผนภาพ กราฟ หรือรูปภาพประกอบอยู่ด้วย
    • แบบ General ข้อสอบจะมีให้อ่าน 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นบทความสั้นประมาณ 2-3 บทความ ส่วนที่สองเป็นบทความสั้นเกี่ยวกับการทำงาน และส่วนสุดท้ายเป็นบทความยาว 1 บทความ
  3. พาร์ทการเขียน (Writing) ข้อสอบส่วนนี้ใน IELTS แบบ Academic และ General จะไม่เหมือนกัน มีคำถามทั้งหมด 2 ข้อ ให้เวลาทำข้อสอบ 60 นาที คะแนนเต็ม 9.0
    • แบบ Academic ข้อสอบ Task 1 จะให้เขียนอธิบายเกี่ยวกับข้อมูลที่แสดงอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น Line Graph, Bar Chart, Pie Chart, Flow Chart, Diagram, Table, Map และการเขียนต้องไม่น้อยกว่า 150 คำ ส่วน Task 2 ให้เขียนเรียงความแสดงความคิดเห็นไม่ต่ำกว่า 250 คำ ซึ่งคำถามมีหลายแบบ เช่น Agree or Disagree, Advantages and Disadvantages, Cause and Effect เป็นต้น
    • แบบ General ข้อสอบ Task 1 จะเป็นการเขียนจดหมาย 1 ฉบับ โดยจะต้องเขียนไม่ต่ำกว่า 150 คำ ส่วน Task 2 โจทย์จะให้เขียนเรียงความ ความยาวไม่ต่ำกว่า 250 คำ
    • เกณฑ์คะแนน IELTS Writing ดูจาก Task Response คือ การตอบตรงคำถาม มีเหตุผลสนับสนุนที่สอดคล้องกับหัวข้อที่เขียน, Coherence and Cohesion คือการวางลำดับการเขียนอย่างเหมาะสม มีการใช้คำเชื่อมต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง, Lexical Resource คือความสามารถในการใช้คำศัพท์ที่หลากหลาย สะกดคำถูกต้อง และ Grammatical range and accuracy ซึ่งก็คือความถูกต้องทางไวยกรณ์นั่นเอง
  4. พาร์ทการพูด (Speaking) เหมือนกันทั้งแบบ Academic และ General ข้อสอบมีคำถามให้เราพูดทั้งหมด 3 ส่วน คือ คำถามสั้น ๆ ให้พูดเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้สอบ การพูดตามหัวข้อที่เราได้จากการ์ดคำถาม และการพูดวิเคราะห์เชิงลึกในหัวข้อเดิมต่อจากส่วนที่สอง พาร์ทนี้จะใช้เวลาสอบ 10-14 นาที คะแนนเต็ม 9.0

ข้อสอบ IELTS ทั้งแบบปกติและแบบ UKVI เนื้อหาและโครงสร้างข้อสอบรวมถึงเกณฑ์คะแนนจะเหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันเพียงสถานที่สอบและใบรายนงานผลสอบที่หน้าตาอาจจะไม่เหมือนกัน

IELTS แบบกระดาษ กับ IELTS แบบคอมพิวเตอร์ ต่างกันยังไง

การสอบ IELTS สองแบบนี้เหมือนกันทั้งค่าสอบ เนื้อหาข้อสอบ เกณฑ์การให้คะแนน มาตรฐานของข้อสอบก็เท่าเทียมกัน ต่างกันแค่เพียงบางอย่าง ดังนี้

  • IELTS แบบกระดาษ รอผลสอบ 14-15 วัน ส่วน IELTS แบบคอมพิวเตอร์ รอผลสอบ 3-5 วัน
  • IELTS แบบกระดาษ สอบฟัง อ่าน และเขียนในกระดาษ แต่หากเป็น IELTS แบบคอมพิวเตอร์สามพาร์ทดังกล่าวจะทำในคอมพิวเตอร์ ส่วนการพูดจะสอบแบบตัวต่อตัวหรือผ่านทางวิดีโอคอลเหมือนกัน
  • IELTS Writing หากทำข้อสอบแบบกระดาษต้องนับจำนวนคำเอง ส่วน IELTS แบบคอมพิวเตอร์จะมีจำนวนคำขึ้นให้

คะแนน IELTS เท่าไหร่ จึงจะถือว่าสอบผ่าน

IELTS มีคะแนนเต็ม 9.0 ระดับคะแนนเพิ่มขึ้นทีละ 0.5 คะแนน เช่น 6.0, 6.5, 7.0 ซึ่งเราจะเรียกว่าเป็น Band Score ก็ได้ โดยคะแนนแต่ละระดับจะบ่งบอกถึงความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ไม่มีเกณฑ์คะแนนตกหรือผ่าน โดยคะแนนรวมนี้มาจากการนำคะแนนของแต่ละพาร์ทมารวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม คะแนนสอบจะสามารถใช้งานได้หรือไม่จะขึ้นอยู่กับว่าผู้สอบทำคะแนนได้ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยหรือองค์กรระบุหรือไม่ เช่น หลักสูตรปริญญาตรีนานาชาติในไทย ส่วนใหญ่จะกำหนดคะแนนยื่นตั้งแต่ 6.0 ขึ้นไป หากเราทำคะแนนได้ไม่ถึงเกณฑ์ก็จะไม่สามารถยื่นได้

ตัวอย่างตารางเปรียบเทียบ Band Score ของ Academic Reading และ General Reading

ระดับ IELTS Score – ความหมายของคะแนน

band score 1 (English Non-user) ใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้เลย แม้เเต่เล็กน้อย

band score 2 (English Intermittent use) ใช้ภาษาอังกฤษสำหรับสื่อสารไม่ได้เลย หากเทียบคะแนน TOEIC จะอยู่ที่ประมาณ 255-300 หรือ หากเทียบคะแนน TOEFL IBT จะอยู่ที่ประมาณ 19-29

band score3 (English Extremely limited user) ใช้ภาษาอังกฤษได้จำกัดมาก สามารถใช้สื่อสารได้ในสถานการณ์ที่ง่ายเท่านั้น หากเทียบคะแนน TOEIC จะอยู่ที่ 300-400 หรือ หากเทียบคะแนน TOEFL IBT จะอยู่ที่ 30-40 คะแนน โดยคะแนนระดับนี้ สามารถใช้ยื่นศึกษาต่อมหาลัยในประเทศ ได้บางมหาวิทยาลัย บางคณะ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ ภาคพิเศษ หลักสูตรไทย , มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ภาคพิเศษ หลักสูตรไทย

band score 4 (English Limited user) ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างจำกัด สามารถใช้สื่อสารได้เฉพาะเรื่องที่ตนเองคุ้นเคยเท่านั้น หากเทียบคะแนน TOEIC จะอยู่ที่ 405-500 หรือ หากเทียบคะแนน TOEFL IBT จะอยู่ที่ 41-52 คะแนน โดยคะแนนระดับนี้ สามารถใช้สมัครงานได้บางแห่ง เช่น SCG , การไฟฟ้า , ธนาคารเเห่งประเทศไทย

band score 5 (English Modest user) ใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับปานกลาง สามารถใช้สื่อสารได้บางส่วนและเข้าใจความหมายกว้างในสถานการณ์ส่วนใหญ่ ยังมีข้อผิดพลาดบ่อย ๆ แต่ก็สามารถสื่อสารในระดับพื้นฐานในเรื่องที่ตนถนัดได้ดี หากเทียบคะแนน TOEIC จะอยู่ที่ 500-600 หรือ หากเทียบคะแนน TOEFL IBT จะอยู่ที่ 53-64 โดยคะแนนระดับนี้ สามารถใช้สมัครงานได้ เช่น CPAAL , TOYOTA

band score 6 (English Competent user) ใช้ภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมีข้อผิดพลาดและความไม่เหมาะสมในการใช้ภาษาบ้าง หากเทียบคะแนน TOEIC จะอยู่ที่ประมาณ 600-700 หรือ หากเทียบคะแนน TOEFL IBT จะอยู่ที่ประมาณ 65-78 คะแนนระดับนี้ สามารถใช้ยื่นศึกษาต่อได้ทั้งมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศและต่างประเทศ หรือใช้ยื่นสมัครงานก็ได้

band score 7 (English Good user) ใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับดี สามารถสื่อสารได้ดีแต่ยังมีความผิดพลาดและเข้าใจผิดในบางโอกาส หากเทียบคะแนน TOEIC จะอยู่ที่ประมาณ 701-800 หรือ หากเทียบคะแนน TOEFL IBT จะอยู่ที่ประมาณ 79-95 คะแนนระดับนี้ สามารถใช้ยื่นศึกษาต่อได้ทั้งมหาลัยชั้นนำในประเทศและมหาลัยชั้นนำระดับโลก เช่น Harvard , MIT , Stanford , Oxford

band score 8 (English Very good user) ใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับดีมาก สามารถใช้ภาษาได้ถูกต้องและคล่องแคล่ว แต่อาจมีข้อผิดพลาดและความไม่เหมาะสมบ้างบางครั้งคราว หากเทียบคะแนน TOEIC จะอยู่ที่ 801-900 หรือ หากเทียบคะแนน TOEFL IBT จะอยู่ที่ 96-110

band score 9 (English Expert user) ใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับดีเยี่ยม สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว เหมาะสม ถูกต้องแม่นยำ และมีเข้าใจในภาษาอย่างดีเยี่ยม หากเทียบคะแนน TOEIC จะอยู่ที่ 901-990 หรือ หากเทียบคะแนน TOEFL IBT จะอยู่ที่ 110-120

IELTS เปิดสอบเมื่อไหร่

รอบสอบ IELTS มีเปิดทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการสอบแบบกระดาษหรือแบบคอมพิวเตอร์ หากเราสนใจก็สามารถสมัครสอบผ่านเว็บไซต์ของศูนย์สอบได้เลย

 

วิธีสมัครสอบ ielts
วิธีสมัครสอบ ielts

 

วิธีการสมัครสอบ IELTS

  1. เข้าเว็บไซต์ของศูนย์สอบ IELTS Exam โดยเลือกได้ระหว่าง IELTS British Council หรือ IELTS IDP
  2. ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบก่อน ได้แก่ การเลือกประเภทของการสอบ ว่าเราต้องการสอบประเภทใด เช่น IELTS Academic สำหรับนำคะแนนไปใช้เรียนต่อ หรือ IELTS UKVI สำหรับใช้ไปเรียนที่ที่อังกฤษ เป็นต้น
  3. เข้าสู่ระบบเพื่อทำการสมัครสอบ โดยหากใครที่มีแอคเคาน์อยู่แล้วก็สามารถ Log in ได้เลย แต่หากยังไม่เคยมีแอคเคาน์มาก่อน ให้ทำการสร้างแอคเคาน์โดยคลิก “Create New User” หรือ “Create an account” ซึ่งแล้วแต่ว่า ระบบที่เราสมัครสอบจะใช้คำว่าอะไร
  4. กรอกข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ นามสกุล วัน เดือน ปี เกิด ซึ่งข้อมูลนี้ต้องตรงกับบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตทุกตัวอักษร นอกจากนี้ยังต้องกรอกอีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระดับภาษาหรือการเรียนภาษาอังกฤษของเรา การวางแผนการยื่นคะแนนในอนาคต ฯลฯ
  5. ตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน โดยการชำระเงินนั้น ผู้สมัครสอบสามารถเลือกได้ว่าต้องการชำระทันทีผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ หรือต้องการชำระภายหลังด้วยช่องทางการชำระเงินแบบอื่น ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีระยะเวลากำหนดว่าต้องชำระภายในเมื่อใด ซึ่งแต่ละศูนย์สอบก็อาจจะกำหนดระยะเวลาแตกต่างกันออกไป
  6. หลังจากชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ผู้สมัครจะได้รับอีเมลยืนยันการสมัครสอบ ขั้นตอนหลังจากนี้ก็เหลือเพียงแค่รอไปสอบในวันสอบจริง ทั้งนี้ อย่าลืมเตรียมเอกสารสำคัญ ได้แก่ บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตติดตัวไปในวันสอบจริงด้วยนะคะ (ตอนสมัครสอบกรอกข้อมูลจากเอกสารใด ในวันสอบจริงให้เตรียมเอกสารนั้นไป)

การสอบ IELTS จะให้เวลาสมัครสอบ 20-30 นาที หากหมดเวลาแล้วยังกรอกข้อมูลไม่เสร็จ จะต้องเริ่มกรอกใหม่ทั้งหมด ดังนั้น เราจะต้องเตรียมบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต และบัตรเครดิตสำหรับการชำระเงินให้พร้อม แต่สำหรับใครที่ไม่สะดวกชำระผ่านบัตรเครดิต ก็สามารถเลือกช่องทางการชำระเงินช่องทางอื่น ๆ แทนได้

 

IELTS สอบที่ไหนได้บ้าง

  • ศูนย์สอบ IELTS British Council มีสนามสอบทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น ๆ ได้แก่ สมุทรปราการ เชียงใหม่ ปทุมธานี พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา และภูเก็ต
  • ศูนย์สอบ IELTS IDP มีสนามสอบที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ ภูเก็ต โคราช มหาสารคาม และพิษณุโลก

 

วันสอบ IELTS ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง

เตรียมบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตตัวจริงไป โดยแนะนำว่าให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งให้ตรงกับที่เราใช้สมัครสอบ เช่น เราอัพโหลดรูปบัตรประชาชนไว้ในระบบตอนสมัครสอบ เราก็เตรียมบัตรประชาชนตัวจริงไป แต่หากเราใช้พาสปอร์ตตอนสมัครสอบ เราก็เลือกนำพาสปอร์ตตัวจริงไป เป็นต้น ส่วนอุปกรณ์เครื่องเขียนต่าง ๆ ทางศูนย์สอบจะมีเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว

 

IELTS เลื่อนสอบหรือยกเลิกการสอบได้ไหม

สามารถเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงวันสอบ IELTS ได้ โดยหากแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 สัปดาห์ก่อนถึงวันสอบ จะไม่เสียค่าธรรมเนียมใด ๆ กรณีแจ้งล่วงหน้า 3 วัน – 5 สัปดาห์ก่อนสอบ จะมีค่าธรรมเนียม 25 % และหากแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่า 3 วันก่อนสอบ จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือเลื่อนวันสอบได้ ส่วนใครที่อยากจะยกเลิกการสอบไปเลยก็สามารถทำได้ แต่จะต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 สัปดาห์ก่อนถึงวันสอบเท่านั้น ซึ่งผู้สอบจะได้รับเงินคืน 75% ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีพิเศษ เช่น เจ็บป่วยร้ายแรง เกิดภัยพิบัติ ญาติหรือคนในครอบครัวเสียชีวิต หรืออื่น ๆ ตามที่ศูนย์สอบกำหนด แม้จะไม่ได้แจ้งล่วงหน้าก็สามารถทำเรื่องให้ศูนย์สอบพิจารณาคืนเงินได้ โดยจะต้องส่งคำขอไปยังศูนย์สอบภายในหลังวันสอบ 1 วัน และต้องมีการส่งหลักฐานภายใน 5 วันนับจากวันสอบด้วย

 

 

IELTS คือ
IELTS คือ

 

 

อาจารย์ IELTS
อาจารย์ IELTS

คอร์สเรียน IELTS รับรองผล



รหัสคอร์ส วันเรียน รอบ เวลา หมายเหตุ Test Date Exam
เหลือที่นั่ง อาจารย์
PCS0009 26 ต.ค. – 31 ธ.ค.

[เต็มแล้ว]


0
IA1121 8 พ.ย. – 9 ธ.ค. จ-พฤ 18:00-20:30

จองที่นั่ง



6
IB1121 13 พ.ย. – 12 ธ.ค. ส-อา 10:00-16:00

จองที่นั่ง



3

อัตาราค่าเรียน 15,900 บาท

 

ประวัติ Vova

  • Kyiv National Linguistic University. English language department, specialist degree in Teaching the English, German and French languages and Foreign Literature.
  • Secondary school No. 2, in Kyiv region, Ukraine

ประวัติ Ajarn Fill

  • A bachelor’s degree : The Faculty of Liberal Arts, English Major, Thammasat University
  • A master’s degree: The faculty of Communication Arts, Chulalongkorn University
  • Scholarship : H.M, the king Bhumibol Adulyadej’s 72nd Birthday Anniversary
  • Published research in Journal of Public Relations and Advertising
  • Training Course for Instructor by International Marine Organ

ประวัติ Ajarn Ami

  •  Master of Science in Human Resource Management and Organisational Analysis, King’s College London, University of London
  • Bachelor of Arts (Honors), Chulalongkorn University

 

รายละเอียดคอร์สเรียน IELTS

คอร์สเรียน IELTS รับรองผล 7.0 (รับรองผลตลอดชีพ)

สอนครบทุกพาร์ท สอนสด หมดปัญหาเรื่องการตามไม่ทัน 

IELTS Writing สอนทั้ง writing task 1 , writing task 2 ครอบคลุมทุกหัวข้อในการสอบ เช่น Advantages and Disadvantages essay , agree or disagree essay , Bar chart , cause and effect essay , connector , descriptive essay , Diagram , Flow chart , formal words , Line graph , Pie Chart , problem solution essay , Table และอื่นๆ เน้นฝึกเขียนจริง พร้อมตรวจ Writing Free ให้กับ นักเรียนทุกคน เพื่อให้โอกาสได้ คะแนน band สูงๆ

IELTS Reading สอนครอบคลุมทุกหัวข้อในการสอบ Reading เช่น  Matching Features , Matching Headings , Matching information , Matching Sentence , Multiple choices , Note Completion , Reading Comprehension  , Sentence Completion , Short answer questions , Summary information , Table Completion , True False Not Given , Yes No Not Given

IELTS Speaking ฝึกพูดกับอาจารย์ชาวต่างชาติแบบตัวต่อตัว ที่จะช่วยเพิ่ม คะแนน band ให้สูงขึ้น

IELTS Listening ฝึกฟัง พร้อมทำ Mock test รูปแบบข้อสอบ Listening ต่างๆ เช่น multiple choice การจับคู่ (matching) การเติมข้อมูล (plan/map/diagram labelling) การกรอกแบบฟอร์มและเติมคำให้สมบูรณ์ (Form, note, table, flow-chart, summary completion) การเติมรูปประโยคให้สมบูรณ์ (sentence completion)

Free Clip VDO ไอเอล ทบทวน เฉลยแบบฝึกหัดข้อยากให้กับนักเรียน

คอร์สเรียน รับจำนวน จำกัด 15/ห้อง เท่านั้น

เรียน IELTS Online
เรียน IELTS Online

เรียน IELTS Online

คอร์สเรียน IELTS Online คือคอร์สเรียนแบบวิดีโอที่สอนครบอคลุมทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ Writing, Reading, Listening และ Speaking พร้อมปรับพื้นฐาน Grammar อยู่ในคอร์สเดียวกัน ซึ่งคอร์สเรียนออนไลน์นี้จะมีความยืดหยุ่นสูง สามารถเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอบโจทย์เป็นอย่างดีสำหรับผู้ที่ว่างไม่เป็นเวลา หรือไม่สามารถจัดตารางให้เรียนอย่างสม่ำเสมอได้ อีกทั้งยังสามารถเปิดดูทบทวนหลาย ๆ รอบได้ไม่จำกัดตลอดอายุคอร์ส ดูราละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กเลย!!! https://online.chulatutor.com/p/ielts-online/

 

ความแตกต่างระหว่าง สอบ IELTS Paper-Based Test VS IELTS Computer

สอบ IELTS Paper-Based Test สอบ IELTS Computer Based Test
1. Listening
ภาพรวมข้อสอบ
Listening มีเวลา 30+10 นาที

  • 30 นาที สำหรับการทำข้อสอบ
  • 10 นาที สำหรับ transfer คำตอบไปกระดาษคำตอบ

ข้อดี

  • เหมาะกับคนที่ชอบใช้กระดาษในการจด ขีดเขียน ระหว่างฟัง
  • มีเวลา 10 นาทีตรวจคำตอบ มากกว่าการสอบคอมพิวเตอร์

ข้อเสีย

  • ต้องรีบตอบคำถามในกระดาษคำตอบ
ภาพรวมข้อสอบ
Listening มีเวลา 30+2 นาที

  • 30 นาที สำหรับทำข้อสอบ
  • 2 นาที สำหรับตรวจคำตอบ

ข้อดี

  • เพิ่มหรือลดเสียงเองได้
  • พิมพ์ , คลิ๊ก , ลาก คำตอบได้สะดวก
  • โต๊ะสอบมีการกั้น ทำให้ไม่มี ใครรบกวน มีความเป็นส่วนตัว

ข้อเสีย

  • ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ถนัดใช้คอมพิวเตอร์ หรือคุ้นเคยกับการใช้กระดาษในการจด ขีด และเขียน
  • มีเวลา 2 นาทีในการตรวจทานคำตอบ
2. Reading
ข้อดี

  • สามารถขีดเขียนในบทความได้

ข้อเสีย

  • ต้องเสียเวลาในการพลิกกระดาษไปมาระหว่างทำข้อสอบ
  • ผู้คุมสอบเป็นคนบอกเวลาทำให้ไม่สามารถกะเวลาในการทำข้อสอบได้อย่างแม่นยำ
ข้อดี

  • หน้าจอจะแสดงเป็นบทความและคำถาม ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาพลิกกระดาษไปมา เหมือนการสอบกับกระดาษ
  • สามารถคลุมเพื่อ hilight บทความได้
  • มีบอกเวลาที่หน้าจอ
3. Writing
ข้อดี

  • สามารถเขียนบนกระดาษข้อสอบได้

ข้อเสีย

  • ไม่เหมาะกับคนที่เขียนช้าหรือลายมืออ่านยาก
  • ต้องนับ word count เอง
  • หากต้องการแก้ไขคำต้องเสียเวลาใช้ยางลบเพื่อลบ
ข้อดี

  • มีบอกเวลาที่หน้าจอ ทำให้สามารถบริหารเวลาทำข้อสอบได้ดี
  • เหมาะกับสำหรับคนที่ชอบพิมพ์
  • มีระบบนับ word count ทำให้สะดวกต่อการทำข้อสอบ Writing มากกว่าการสอบกับกระดาษ

ข้อเสีย

  • ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ถนัดพิมพ์
4. Speaking
ทั้งการสอบ IELTS แบบคอมพิวเตอร์หรือแบบกระดาษ ยังต้องสอบพูด กับ Examiner แบบ Face to Face
5. รอบสอบ IELTS Paper-based

  • เปิดสอบ 4 ครั้งต่อเดือน โดย 3 ครั้งเป็นวันเสาร์และ 1 ครั้งเป็นวันพฤหัสบดี
  • รอบสอบ IELTS แบบกระดาษ มีน้อยกว่ารอบสอบกับคอมพิวเตอร์
5. รอบสอบ IELTS กับคอมพิวเตอร์

  • เปิดสอบเกือบทุกวัน มีรอบให้เลือกวันละหลายรอบ
  • รอบสอบ IELTS แบบคอมพิวเตอร์ มีรอบสอบมากกว่ากระดาษ โดยการสอบกับคอมพิวเตอร์จะมีสอบเกือบทั้งเดือน
6. ศูนย์สอบ IELTS Paper-based

IELTS IDP ( Paper-based )

  • โรงแรมตวันนา
  • CP Tower
  • Westminster (อโศก)
  • AUA (จามจุรี แสควร์)
  • Wall Street English (ลาดพร้าว)

IELTS British Council ( Paper-based )

  • โรงแรม Landmark
  • Westminster (อโศก)
6. ศูนย์สอบ IELTS Computer-Delivered

IELTS IDP ( Computer )

  • CP Tower ชั้น 4

IELTS British Council

  • จามจุรี แสควร์ ชั้น 24
7. ค่าสอบ IELTS Papaer-based

IELTS Regular
IDP: 6,900 บาท
British Council: 6,900 บาท

IELTS UKVI
IDP: 7,710 บาท
British Council: 7,710 บาท

IELTS Life Skills (A1, B1)
IDP: 5,800 บาท
British Council: 5,800 บาท

7. ค่าสอบ IELTS Computer-Delivered

IELTS Regular
IDP: 6,900 บาท
British Council: 6,900 บาท

IELTS UKVI
IDP: 7,710 บาท
British Council: 7,710 บาท

IELTS Life Skills (A1, B1)
IDP: 5,800 บาท
British Council: 5,800 บาท

8. ผลคะแนน IELTS

รู้ผล 14 วันหลังสอบ

8. ผลคะแนน IELTS

รู้ผล 5 วันหลังสอบ

 

ภาพรวมข้อสอบ IELTS

ภาพรวมข้อสอบ IELTS

เปรียบเทียบ IELTS Paper VS IELTS Computer

เปรียบเทียบ IELTS Paper VS IELTS Computer
เปรียบเทียบ IELTS Paper VS IELTS Computer

IELTS Academic VS IELTS General Training

IELTS Academic VS IELTS General Training
IELTS Academic VS IELTS General Training

เปรียบเทียบข้อสอบ IELTS กับ TOEFL iBT

เปรียบเทียบข้อสอบ IELTS กับ TOEFL iBT
เปรียบเทียบข้อสอบ IELTS กับ TOEFL iBT

 

IELTS FAQ

ielts ยากไหม ?

เนื่องจากเป็นข้อสอบเชิงวิชาการที่ต้องใช้ทักษะรอบด้าน ทั้งการฟัง การอ่าน การเขียนและการพูด จึงถือว่าเป็นข้อสอบที่ต้องเตรียมตัวเป็นอย่างดีก่อนลงสนามสอบจริง หากเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดีแล้วก็จะไม่ยากเกินไป

ielts สอบได้กี่ครั้งต่อปี?

สามารถสอบได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ไม่มีเงื่อนไขจำกัดเรื่องจำนวนครั้งในการสอบ ข้อสอบนี้มีเปิดสอบทุกสัปดาห์ หากสอบแบบกระดาษจะรอผลคะแนน 2 สัปดาห์หลังสอบ แต่หากสอบแบบคอมพิวเตอร์จะรอผลเพียง 5-7 วันหลังสอบ

ielts สอบได้กี่ครั้ง?

ข้อสอบนี้มีเปิดสอบทุกสัปดาห์ จึงสามารถสอบได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ไม่มีเงื่อนไขจำกัดเรื่องจำนวนครั้งในการสอบ หากสอบแบบกระดาษจะรอผลคะแนน 2 สัปดาห์หลังสอบ แต่หากสอบแบบคอมพิวเตอร์จะรอผลเพียง 5-7 วันหลังสอบ

ielts ค่าสอบเท่าไหร่?

กรณีสมัครสอบแบบ Academic หรือ General ค่าสอบจะอยู่ที่ 6,900 บาท/ครั้ง แต่หากเป็นแบบ UKVI ค่าสอบจะเป็น 7,710 บาท/ครั้ง ส่วนกรณีสอบแบบ Life Skill ราคาค่าสอบคือ 5,800 บาท/ครั้ง

สอบ ielts แบบไหนดี ?

ขึ้นอยู่กับการใช้งาน โดยแบบ Academic เหมาะกับการเรียนต่อ แบบ General เหมาะกับการสมัครงาน Life Skill เหมาะกับการขอสัฐชาติหรือวีซ่าแต่งงาน หรือกรณีจะสอบแบบกระดาษหรือแบบคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเลือกที่ถนัดได้เลย

คะแนน IELTS ควร ได้เท่าไหร่ ?

ขึ้นอยู่กับที่ที่เราจะยื่นว่ากำหนดคะแนนไว้เท่าไหร่ ให้ยึดที่เกณฑ์ของที่นั้น ๆ และให้ทำคะแนนให้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดเล็กน้อย โดยเฉพาะการยื่นสมัครเรียนต่อ เนื่องจากเราจะต้องแข่งขันกับคนอื่น ๆ ด้วยนั่นเอง

คะแนน IELTS อายุ ?

ผลสอบมีอายุ 2 ปี โดยหากคะแนนที่มีอายุเกินจากนี้จะไม่สามารถใช้ยื่นได้ ดังนั้น ในรายละเอียดการประกาศรับสมัครต่าง ๆ จึงมักจะมีหมายเหตุแจ้งไว้เสมอว่าคะแนนที่ยื่นนั้นจะต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี

คะแนน IELTS ต่ำสุด ?

คะแนนสอบต่ำสุดจะเริ่มจาก 1.0 หมายถึงใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ไปจนถึง 9.0 หมายถึงใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเลิศ โดยคะแนนต่ำสุดที่ยื่นได้ จะขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละที่ ว่ากำหนดให้ยื่นคะแนนไม่น้อยกว่าเท่าไหร่

ielts อายุกี่ปีถึงสอบได้ ?

การสอบไม่ได้กำหนดอายุขั้นต่ำ ไม่ว่าจะอยู่ช่วงวัยใดก็สามารถสมัครสอบได้ แต่ด้วยลักษณะของคำถามและแนวข้อสอบ หากให้แนะนำก็จะเหมาะกับผู้ที่อายุ 16 ปีขึ้นไปมากกว่า

ielts สอบอะไรบ้าง ?

แบบ Academic และ General สอบทั้งหมด 4 พาร์ท ได้แก่ การฟัง (Listening), การอ่าน (Reading), การเขียน (Writing) และการพูด (Speaking) ส่วนแบบ Life Skill จะสอบเฉพาะการพูด(Speaking) และการฟัง (Listening)

 

IELTS is an academic English Test covering all 4 important English skills which has the full score 9.0. IELTS applicants can choose to apply whether IELTS IDP or IELTS British Council. There are monthly tests for the 2021 Schedule Test. The test fee is around 7,000 THB which covers 4 skills; Listening, Speaking, Reading, and Writing.

IELTS stands for International English Language Testing System. The full score 9.0 will start from score 1 which means a person cannot use English language to score 9 which means a person can very fluently use English language.

Nowadays, IELTS can be tested for many purposes. Apart from IELTS Academic Test and IELTS General, there are IELTS UKVI which is a test for UK Visa application and IELTS Life Skills which is for a person needing to prove one’s speaking and listening skills in level A1 or B1 according to Common European Framework of Reference for Languages (CEFR).

 

IELTS Application

Before IELTS Application, applicants should prepare all documents required. The system has time limit for filling application approximately 20-30 minutes. You need to prepare Identity card or Passport and a credit card for the payment. Other payment methods are also available for those who don’t have credit cards. The application processes are as following;

1. Go to IELTS application test centers; IELTS British Council and IELTS IDP.

2. The system will let you fill in your information about the test. Select which test type you are going to take; IELTS Academic for further education or IELTS UKVI for students in the UK.

3.Then, the system will bring you to application process. For those who already have accounts, you can log in here. For those who don’t have accounts, create account by clicking “Create New User” or “Create an account”.

4. Next, filling your personal information such as name, surname, date of birth. The information on the website and on your identity card or passport must be the same. You will also need to fill in your e-mail, phone number, address and other involved information such as your English language level and your future study plan.

5. Next, recheck all information and the system will bring you to the payment. You can select the payment method either by credit card (online immediately) or other methods. You should pay the fee before the due date which may be different in each test centers.

6. After you finish the application and payment, you will receive a confirmation email. On your test date, do not forget to bring your important documents such as your identity card or passport. (the same documents you use when you make an application)

 

IELTS Application Documents

  • Application form
  • Identity card or passport
  • A receipt (only for British Council test center)

 

What are you going to be tested on IELTS?

IELTS test will be divided to 4 skills; IELTS Listening 30 minutes, IELTS Reading Test 60 minutes, IELTS Writing Essay 60 minutes, IELT Speaking approximately 10-15 minutes. For IELTS Speaking, applicants can have a test the same day as other skills or other days depending on the available schedule.

 

IELTS Listening 30 minutes

There are 4 parts, each part has 10 questions. The conversations are about daily situation, education, and training.

Listening Part 1 : The conversation between 2 people about daily life.

Listening Part 2 : The talk from 1 person

Listening Part 3 : The group talk

Listening Part 4 : The talk from 1 person in academic topic

The listening test consists of multiple choices, matching, filling information (plan/map/diagram labelling), filling the form (form, note, table, flow-chart, summary completion), and sentence completion.

Note : The listening test will be played only once and can have many English accent so you should carefully pay attention to the test.

 

IELTS Reading 60 minutes

IELTS Reading Test will test your ability in reading. This part has 40 questions. Basically, the questions are about main idea, skimming, logical argument, and writer’s attitude.

The reading test formats are multiple choice, subjective answer, author’s attitude, matching, word completion, and conclusion.

Note : The articles used in the reading test normally come from books, journals, magazines, and newspaper so applicants can practice and prepare yourself by reading from the website or blog.

 

Score Boost up Technique– Reading Part

Type of questions Normally, the reading questions have 16 different styles and the reading content is mostly about global, local, and cluster.

Techniques for the test

– Always first reading the Heading or Topic, try to understand each topic content as the topic will be a guideline to the whole content and help you get the idea easily and quickly.

– Underline or circle important words such as name, place, date because it can help you correctly link the topic and the main idea.
Attention!

– Though, it is a reading test, the test still needs some written answer so you must be aware of your word spelling and structure. A little mistake may affect your score.

– Time is limited! You should first scan and try to understand the main idea of the article. Remember that one paragraph always has one main idea and sometimes the main idea may be hidden in the topic sentence. Make your time worth.

 

IELTS Writing ( Essay )

Writing – Academic Writing 60 minutes

Comparing to other test types, Academic Writing has a lot of time. It is a general topic in bachelor or above context. The test is divided to Task 1 and Task 2.

Writing Task 1 You will be given a table, graph, or diagram and you need to summarize information into your own words. You may have to write about the work process or explain about the situation.

Writing Task 2 Essay This task requires your point of view or problem solutions and it must be academic writing.

Note: You should spend time for less than 20 minutes for Task 1 and you have to write at least 150 words. (writing with less than 150 words may affect your score). For Task 2, it is an essay writing so it takes more time. You can spend approximately 40 minutes for Task 2. The essay requires at least 250 words, writing less than that may affect your score.

Suggestion: There is no right or wrong in answering the topic question. It depends on your viewpoint. All you need is your supported ideas whether you agree with the topic or not. Also, you should provide examples about your ideas and the essay should have approximately 250 words.

 

IELTS Writing Technique (Essay)

Important Criteria

– To write an essay with 150 words, you will have 3 -4 paragraphs. For essay with 250 words, you should carefully count the words in order not to write less than that.

– Do not write in bullet points or notes styles in both academic or general IELTS tests. Remember! this is a formal test.

– Lexical Resource is one of the 4 criteria to assess your writing essay and not many people know about this. So, when you start to write, use appropriate words and concern about each word meaning. Make it concise, not too wordy. Check your spelling and word order. If the format is right, a chance of getting more score is just around the corner.

Phrase : Phrase is an important part of the sentence when you start writing. You should use the phrase that you exactly know its meaning and spelling. Avoid repeating use the same phrase too often.

Paragraph : Many people forget to use paragraphs. To write all content in one paragraph is not suitable and your score can be deducted. Consequently, you should review your essay structure, starting with introduction, body, and conclusion.

Grammar : Use appropriate grammar! Apart from spelling, grammar and structure are very important in essay writing such as tense, punctuation. You must be very careful as few mistakes can affect your score.

Language : Language using is also significant in writing both academic and general essay. Using properly language can boost up your score.

 

IELTS Speaking

Speaking part can be very concerning for many people especially people who rarely meet or speak English with foreigners. To reduce your concern, practice and preparation are what you need to do. Speaking will be divided into 3 parts and a record will be made during the test.

Test Type

Speaking Part 1 – The questions are general questions such as questions about your personal information, family, education background, and interest. This part will take 4-5 minutes.

Speaking Part 2 – A flash card will be given. you will receive a specific topic from the flash card. You have 1 minute to prepare and 2 minutes to answer.

Speaking Part 3 – The questions will continue from part 2. You have to give your logical answer in your own style. This part takes 4-5 minutes.

Suggestion: After getting the topic from the flash card, summarize the topic ideas, find key words and use these key words to extend your answers. Do not speak too short. Remember you have 4-5 minutes to speak.

-->  go to top