chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

อย่าปล่อยให้ความฝันการเรียนต่อต่างประเทศของคุณต้องพับเก็บทิ้งไป เพียงเพราะคะแนน IELTS ที่คุณไม่มีเวลาเตรียมตัว หรือเพราะกล้าๆ กลัวๆ กับภาษาอังกฤษจนท้อแท้ไปในที่สุด!! กำจัดเหตุผล เหล่านั้นทิ้งไป ด้วยคอร์สติว IELTS ที่ CHULATUTOR เราพร้อมจะช่วยคุณก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ที่คุณเคยมี ให้คุณ พูด ฟัง อ่าน เขียน พร้อมพิชิต IELTS ได้อย่างกล้วยๆ ในเวลาเพียงสั้นๆ

17,900 บาท22,380 บาท
จ.-พฤ. 18:00-20:30 หรือ ส.-อา. 10:00-16:00

IELTS คืออะไร

What is IELTS ?

IELTS คือ ข้อสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ มีชื่อเต็มว่า International English Language Testing System ข้อสอบครอบคลุมทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ การฟัง (Listening) การพูด (Speaking) การอ่าน (Reading) และการเขียน (Writing) คะแนนสอบถูกแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ เริ่มจากระดับ 1 คือไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เลย และระดับ 9 คือความสามารถในการใช้ภาษาดีเลิศ ในปัจจุบันการสอบ IELTS มีให้เลือกสอบอย่างหลายหลายตามวัตถุประสงค์ของการใช้คะแนน นอกเหนือจาก IELTS Academic และ General ที่เราได้ยินกันจนคุ้นหูและทราบดีว่าส่วนใหญ่มักใช้สำหรับการสมัครเรียนหรือสมัครงาน ยังมีการสอบ IELTS UKVI ซึ่งเป็นการสอบสำหรับทำวีซ่าเพื่อใช้เข้าประเทศในสหราชอาณาจักร หรือจะเป็น IELTS Life Skills เป็นการสอบสำหรับบุคคลที่ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าตนมีทักษะในการพูดและการฟังในระดับ A1 หรือ B1 ตามกรอบมาตรฐานการประเมินความสามารถทางภาษาจากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป จะเห็นได้เลยว่ามีหลากหลายมาก ๆ แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึง IELTS ประเภท Academic กันค่ะ

 

สอบ IELTS ที่ British Council กับ IDP เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

What is the difference IELTS IDP vs British Council
l

อย่างที่เราทราบกันดีค่ะว่า ศูนย์สอบของ IELTS ในประเทศไทยนั้นมีอยู่หลัก ๆ ด้วยกัน 2 ที่ คือ British Council และ IDP และยังคงเป็นที่สงสัยสำหรับใครอีกหลายคนค่ะว่าทั้งสองศูนย์สอบนี้มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีข้อมูลมาคลายความสงสัยให้ทุก ๆ คนกันแล้วค่ะ

รายละเอียดBritish CouncilIDP
การจัดสอบตัวแทนจัดสอบจากสหราชอาณาจักรตัวแทนจัดสอบจากออสเตรเลีย
สถานที่สอบโรงแรม Landmark
(ใกล้สถานีรถไฟฟ้านานา)
โรงเรียนมณเฑียร
(ใกล้สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง)
กรณีสอบแบบ UKVI จะสอบที่ โรงแรม PULLMAN Sukhumvit
อุปกรณ์ Listening Testหูฟังส่วนตัว (มีสาย)หูฟังส่วนตัว (ไร้สาย)
นาฬิกาจับเวลาหน้าจอดิจิตอลหน้าจอดิจิตอล
พร้อมแสดงกราฟของเวลาที่เหลือ
สถานที่สอบ Speaking Testโรงแรม Landmark
(เปลี่ยนห้องสอบ)
  • บางคนอาจต้องเปลี่ยนไปสอบที่ ตึก CP Tower ชั้น4
  • กรณีสอบแบบ UKVI ไม่เปลี่ยนตึกสอบ
การรายงานผลคะแนน
  • ส่งผลไปที่บ้าน
  • ตรวจสอบคะแนนในระบบออนไลน์
  • รับผลด้วยตนเองที่ British Council สาขาสยามสแควร์
  • ส่งผลไปที่บ้าน
  • ตรวจสอบคะแนนในระบบออนไลน์
  • SMS ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • รับผลด้วยตนเองที่สำนักงาน IDP ตึกCP Tower ชั้น4
เครื่องเขียนที่ใช้ในการสอบศูนย์สอบเตรียมไว้ให้ โดยต้องคืนเมื่อสอบเสร็จแล้วศูนย์สอบเตรียมไว้ให้ และสามารถนำกลับได้ โดยไม่ต้องคืน
เอกสารที่ต้องยื่นในวันสอบสำเนาบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตตัวจริง

British Council และ IDP จะใช้ข้อสอบชุดเดียวกันในแต่ละรอบสอบ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเลยค่ะว่าข้อสอบของที่ไหนจะง่ายหรือยากกว่า คะแนนที่ได้จากการสอบไม่ว่าจะเป็นการสอบจาก British Council หรือ IDP ส่วนใหญ่แล้วก็สามารถนำไปใช้ยื่นได้อย่างเป็นสากลเหมือนกันค่ะ


เตรียมความพร้อมสำหรับการสอบ IELTS ด้วยคอร์สเรียนแบบสอนสด รับรองผล

รหัสคอร์สวันเรียนรอบเวลาหมายเหตุTest Date Exam
เหลือที่นั่งอาจารย์
IA29101829 ต.ค. – 29 พ.ย.จ.- พฤ.18:00-20:30

[เต็มแล้ว]


-7
ฟิวส์,vova
IB0311183 พ.ย. – 2 ธ.ค.ส-อา10.00–16.00

[เต็มแล้ว]


-5
vova,ฟิวส์
IA0312183 ธ.ค. – 10 ม.ค.จ.-พฤ18:00-20:30

จองที่นั่ง



4
vova,ฟิวส์
IB0812188 ธ.ค. – 13 ม.ค.ส.-อา.10:00-16:00

จองที่นั่ง



1
vova,ฟิวส์

อัตราค่าเรียน : 17,900 บาท

หากสอบไม่ถึง 7.0 สามารถกลับมาเรียนซ้ำใหม่ได้ฟรี

คอร์สเรียน IELTS สถาบันจุฬาติวเตอร์ สอนสด รับรองผล 7.0 คะแนน ไม่ว่าคุณจะสอบ IELTS Academic หรือ IELTS UKVI ก็สามารถเรียนคอร์สนี้ได้ เนื่องจากการสอบไม่แตกต่างกันมากนัก โดยเป็นคอร์สเรียนสำหรับการเตรียมตัวก่อนสอบอย่างเข้มข้น ตัวช่วยของเราที่ไม่อยากให้คุณพลาด!

  • รูปแบบคอร์สเรียนอันโดดเด่น คอร์สเดียวจบ
  • สอนครบทุกพาร์ท สอนสด หมดปัญหาเรื่องการตามไม่ทัน
  • พาร์ท Writing ฝึกเขียนจริง พร้อมตรวจงานเขียนให้ทุกคน เพื่อให้มั่นใจได้ว่างานเขียนของคุณจะไม่มีจุดอ่อนที่ง่ายต่อการหักคะแนน และช่วยให้คุณทราบได้ว่ายังต้องมีอะไรบ้างที่สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีก เพื่อให้มีโอกาสได้คะแนนสูง ๆ
  • มีการทดสอบ Speaking Test เป็นรายบุคคล โดยติวเตอร์ต่างชาติที่เชี่ยวชาญการใช้ภาษาอังกฤษในบริบทของการพูดเป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยให้คุณมั่นใจในการพูดมากยิ่งขึ้น และจะได้มีโอกาสเรียนรู้ด้วยว่า เราควรจะพูดในลักษณะใดจึงจะสามารถทำคะแนนได้ดี
  • พิชิตการอ่านด้วย Passage ใกล้เคียงข้อสอบจริง ใครยังอ่านช้า ยังหาคำตอบไม่ทันเวลา คุณจะได้ฝึกวิธีการอ่านที่จะช่วยให้เราอ่านได้เก่งขึ้นกว่าเดิม
  • เอาชนะข้อสอบพาร์ทการฟัง ด้วยการฝึกฟังกันแบบเต็ม ๆ ในคอร์สเรียน เพราะรูปแบบข้อสอบมักไม่มีตัวเลือกให้เราเลือกตอบ แต่กลับเป็นการเขียนเติมคำโดยส่วนใหญ่ จึงทำให้หลาย ๆ คนยังคงกังวลกับพาร์ทนี้ไม่ต่างไปจากพาร์ทอื่นๆ ในคอร์สเรียนจะช่วยให้คุณเข้าใจรูปแบบของข้อสอบและวิธีการเก็บคะแนนจากพาร์ทนี้ได้มากขึ้น
  • ทบทวนบทเรียนง๊าย ง่าย ด้วยวิดีโอเฉลยแบบฝึกหัด พร้อมกับไฟล์เสียงสำหรับฝึกฝนพาร์ทการฟัง จะดีกว่าไหม หากคุณสามารถทบทวนบทเรียนได้ง่ายและสะดวกกว่าเดิม จากการอ่านหนังสือเพียงแค่อย่างเดียว สำหรับที่จุฬาติวเตอร์แล้วยังไม่พอค่ะ ต้องเสริมด้วยคลิปเฉลยแบบฝึกหัดข้อยาก พร้อมไฟล์เสียงของพาร์ทการฟังด้วย
  • รับรองผล 7.0 คะแนน ด้วยรูปแบบคอร์สเรียนที่เน้นสำหรับการติวสอบ สอนสดครบทุกพาร์ท ปรับพื้นฐาน Grammar ให้ตั้งแต่สัปดาห์แรกของการเรียน มีเทคนิคการทำข้อสอบ พร้อมกับมีคลิปวิดีโอเฉลยแบบฝึกหัด  มีไฟล์เสียงสำหรับฝึกฟังพาร์ท Listening ซึ่งช่วยให้การทบทวนบทเรียนนั้นง่ายขึ้น มีการตรวจงานเขียนของนักเรียนทุกคนในคอร์ส พร้อมการทดสอบการพูดในพาร์ท Speaking กับนักเรียนทุกคนอย่างทั่วถึง จึงทำให้เราสามารถรับรองผลได้สูงถึง 7.0คะแนน

ไม่ว่าตอนนี้พื้นฐานภาษาอังกฤษของคุณจะอยู่ในระดับใดก็ตาม หากคุณมีเป้าหมายสำหรับการสอบแล้วล่ะก็ การเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณอย่างแน่นอน จะอ่อนทักษะไหน จะไม่มั่นใจในส่วนใด ที่จุฬาติวเตอร์เรามีตัวช่วยที่จะทำให้คุณพิชิตคะแนนในฝันนั้นมาได้ไม่ยาก

 

เรียน IELTS

เรียน IELTS รับรองผล เริ่มตั้งแต่ ปูพื้นฐาน ตะลุย ข้อสอบ IELTS british council & IDP เทคนิดทำข้อสอบ สอนโดยทีมอาจารย์ที่มีประสบการณ์สอนมากกว่า 10 ปี และ บริการพิเศษ สมัครสอบ
อ่านต่อ

คอร์สเรียน IELTS สถาบันจุฬาติวเตอร์ สอนสด รับรองผล 7.0 คะแนน ไม่ว่าคุณจะสอบ IELTS Academic หรือ IELTS UKVI ก็สามารถเรียนคอร์สนี้ได้ เนื่องจากการสอบไม่แตกต่างกันมากนัก โดยเป็นคอร์สเรียนสำหรับการเตรียมตัวก่อนสอบอย่างเข้มข้น ตัวช่วยของเราที่ไม่อยากให้คุณพลาด!

  • รูปแบบคอร์สเรียนอันโดดเด่น คอร์สเดียวจบ
  • สอนครบทุกพาร์ท สอนสด หมดปัญหาเรื่องการตามไม่ทัน
  • พาร์ท Writing ฝึกเขียนจริง พร้อมตรวจงานเขียนให้ทุกคน เพื่อให้มั่นใจได้ว่างานเขียนของคุณจะไม่มีจุดอ่อนที่ง่ายต่อการหักคะแนน และช่วยให้คุณทราบได้ว่ายังต้องมีอะไรบ้างที่สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีก เพื่อให้มีโอกาสได้คะแนนสูง ๆ
  • มีการทดสอบ Speaking Test เป็นรายบุคคล โดยติวเตอร์ต่างชาติที่เชี่ยวชาญการใช้ภาษาอังกฤษในบริบทของการพูดเป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยให้คุณมั่นใจในการพูดมากยิ่งขึ้น และจะได้มีโอกาสเรียนรู้ด้วยว่า เราควรจะพูดในลักษณะใดจึงจะสามารถทำคะแนนได้ดี
  • พิชิตการอ่านด้วย Passage ใกล้เคียงข้อสอบจริง ใครยังอ่านช้า ยังหาคำตอบไม่ทันเวลา คุณจะได้ฝึกวิธีการอ่านที่จะช่วยให้เราอ่านได้เก่งขึ้นกว่าเดิม
  • เอาชนะข้อสอบพาร์ทการฟัง ด้วยการฝึกฟังกันแบบเต็ม ๆ ในคอร์สเรียน เพราะรูปแบบข้อสอบมักไม่มีตัวเลือกให้เราเลือกตอบ แต่กลับเป็นการเขียนเติมคำโดยส่วนใหญ่ จึงทำให้หลาย ๆ คนยังคงกังวลกับพาร์ทนี้ไม่ต่างไปจากพาร์ทอื่นๆ ในคอร์สเรียนจะช่วยให้คุณเข้าใจรูปแบบของข้อสอบและวิธีการเก็บคะแนนจากพาร์ทนี้ได้มากขึ้น
  • ทบทวนบทเรียนง๊าย ง่าย ด้วยวิดีโอเฉลยแบบฝึกหัด พร้อมกับไฟล์เสียงสำหรับฝึกฝนพาร์ทการฟัง จะดีกว่าไหม หากคุณสามารถทบทวนบทเรียนได้ง่ายและสะดวกกว่าเดิม จากการอ่านหนังสือเพียงแค่อย่างเดียว สำหรับที่จุฬาติวเตอร์แล้วยังไม่พอค่ะ ต้องเสริมด้วยคลิปเฉลยแบบฝึกหัดข้อยาก พร้อมไฟล์เสียงของพาร์ทการฟังด้วย
  • รับรองผล 7.0 คะแนน ด้วยรูปแบบคอร์สเรียนที่เน้นสำหรับการติวสอบ สอนสดครบทุกพาร์ท ปรับพื้นฐาน Grammar ให้ตั้งแต่สัปดาห์แรกของการเรียน มีเทคนิคการทำข้อสอบ พร้อมกับมีคลิปวิดีโอเฉลยแบบฝึกหัด  มีไฟล์เสียงสำหรับฝึกฟังพาร์ท Listening ซึ่งช่วยให้การทบทวนบทเรียนนั้นง่ายขึ้น มีการตรวจงานเขียนของนักเรียนทุกคนในคอร์ส พร้อมการทดสอบการพูดในพาร์ท Speaking กับนักเรียนทุกคนอย่างทั่วถึง จึงทำให้เราสามารถรับรองผลได้สูงถึง 7.0คะแนน

ไม่ว่าตอนนี้พื้นฐานภาษาอังกฤษของคุณจะอยู่ในระดับใดก็ตาม หากคุณมีเป้าหมายสำหรับการสอบแล้วล่ะก็ การเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณอย่างแน่นอน จะอ่อนทักษะไหน จะไม่มั่นใจในส่วนใด ที่จุฬาติวเตอร์เรามีตัวช่วยที่จะทำให้คุณพิชิตคะแนนในฝันนั้นมาได้ไม่ยาก

 


คอร์สเรียน IELTS Online

ที่จุฬาติวเตอร์เรามีคอร์สเรียน IELTS ออนไลน์ ที่ไม่ว่าคุณจะติดปัญหาเรื่องการเดินทางหรือเรื่องเวลา คุณก็ยังสามารถเตรียมตัวสอบได้แบบไร้กังวล ด้วยคอร์สเรียนที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัวภายใต้แนวคิด easy to be expert ที่ให้คุณสามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อพิชิตข้อสอบ ได้ง่ายๆแม้จะเรียนที่สถาบันกับคอร์สสอนสดไม่ได้ก็ตาม เราทราบดีว่านักเรียนแต่ละคนมีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน บางคนมีเวลาเตรียมตัวเยอะ เรื่องการเดินทางสะดวกสบาย แต่ในขณะที่อีกหลายๆคนทำงานไม่เป็นเวลา วันว่างไม่แน่นอน อยู่ต่างจังหวัด เดินทางไม่สะดวก คอร์สเรียนออนไลน์ของเราจะทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับเรื่องพวกนี้อีกต่อไป

คุณภาพของคอร์สเรียนเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเสมอ เราจึงจัดหนักจัดเต็มให้นักเรียนได้รับประโยชน์สูงสุด สอนครบทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ Writing Reading Listening และ Speaking มาพร้อมกับการปูพื้นฐานให้ใหม่อีกด้วย แม้คุณจะเป็นคนที่อ่อนภาษาอังกฤษแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหา หากดูรอบแรกแล้วยังไม่เข้าใจก็สามารถเปิดดูซ้ำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม บอกได้เลยว่าคุ้มสุดๆ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องก้าวข้ามข้อจำกัดร้อยแปดที่เคยขัดขวางการเตรียมตัวสอบของคุณ ด้วยคอร์สเรียนออนไลน์ ที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ไกลจากเราแค่ไหน ก็ยังสามารถเตรียมตัวสอบ ได้ง่ายมากๆ  ดูราละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กเลย!!!

 


สามารถสมัครสอบ IELTS ได้อย่างไรบ้าง

สำหรับการสมัครสอบ IELTS ของ British Council และ IDP จะมีวิธีการที่ใกล้เคียงกันคือ มีการสมัครสอบหน้าเคาน์เตอร์ และการสมัครสอบออนไลน์ที่เว็บไซต์ของแต่ละศูนย์สอบ แต่ทาง British Council มักจะเน้นให้สมัครสอบออนไลน์มากกว่า สำหรับการชำระเงินค่าสอบของ British Council จะใช้วิธีการชำระผ่านบัตรเครดิตเป็นหลัก แต่ของ IDP นั้นสามารถชำระได้ทั้งบัตรเครดิตและการชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ ส่วนค่าสอบจะเท่ากันอยู่ที่ 6,900 บาทค่ะ

 

IELTS สอบอะไร

ข้อสอบ IELTS เป็นข้อสอบที่วัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษอย่างรอบด้าน ทั้งการฟัง (Listening) การอ่าน (Reading) การเขียน (Writing) และการพูด (Speaking) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าข้อสอบแต่ละพาร์ทมีลักษณะอย่างไรบ้าง

ข้อสอบพาร์ทการฟัง (Listening Test) เป็นข้อสอบพาร์ทแรกของการสอบ IELTS ค่ะ โดยจะแบ่งข้อสอบออกเป็น 4 ตอน รวมทั้งหมด 40 คำถาม ให้เวลาในการทำ 30 นาที เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทที่ต้องรวบรวมสมาธิสูงมาก เนื่องจากเราสามารถฟังได้เพียงรอบเดียว และต้องเก็บรายละเอียดจากการฟังให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยให้เราเลือกคำตอบได้อย่างถูกต้องนั่นเองค่ะ ซึ่งข้อสอบพาร์ทนี้จะเป็นแบบเติมคำ นอกจากสำเนียงที่ต้องใช้ความพยายามในการฟังอย่างเต็มที่แล้ว คำศัพท์ที่เลือกไปเติมนั้นก็จะต้องเขียนอย่างถูกต้องด้วยค่ะ

ข้อสอบพาร์ทการอ่าน (Reading Test) จะเป็นพาร์ทที่สองต่อจากการสอบพาร์ทการฟัง แน่นอนว่าทักษะที่ต้องดึงมาใช้อย่างหนักหน่วงคือทักษะการอ่าน ที่ข้อสอบนั้นจะให้เราอ่านทั้งหมด 3 บทความ มีคำถาม 40 ข้อ ให้เวลาในการทำ 60 นาที ถ้าพูดถึงความยาวของบทความแล้วล่ะก็ยังถือว่าไม่โหดจนเกินไปแต่ละบทความจะมีความยาวประมาณ 700-800 คำ เรื่องราวที่ได้อ่านก็มักจะนำมาจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร งานวิจัย บทความวิชาการต่าง ๆ หรืออาจจะเป็นหนังสือเรียนก็ได้ค่ะ

ข้อสอบพาร์ทการเขียน (Writing Test) และแล้วก็มาถึงพาร์ทที่สาม ซึ่งเป็นพาร์ทสุดท้ายของช่วงเช้า ไม่ใช่เพียงแค่การเขียนที่ถูกต้องตามหลัก Grammar เท่านั้นนะคะ การเลือกใช้คำ การเลือกใช้ประโยคได้อย่างสละสลวยก็ถือว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กัน บอกได้เลยว่าเป็นพาร์ทที่ต้องกลั่นกรองไอเดียในการเขียนแบบสุด ๆ ข้อสอบพาร์ทนี้จะแบ่งการเขียนออกเป็น 2 Task ค่ะ ประกอบไปด้วย

Task 1 โจทย์จะให้ข้อมูลมาเป็นกราฟในรูปแบบต่าง ๆ หรืออาจจะเป็นแผนภาพ หน้าที่ของเราคือต้องเขียนอธิบายข้อมูลเหล่านั้นออกมาให้ชัดเจนค่ะ แสดงให้เห็นว่าเราเข้าใจและสามารถถ่ายทอดข้อมูลที่ให้มาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

Task 2 โจทย์จะให้เราแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่กำหนดมาให้ค่ะ มาถึง Task นี้ยิ่งต้องใช้ความสามารถในการเขียนมากขึ้นอีกระดับ เพราะไม่ใช่การเขียนเพื่อถ่ายทอดข้อมูลธรรมดา ๆ แต่เป็นการเขียนในลักษณะของการให้เหตุผลในสิ่งที่เราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องมีการลำดับการเขียนให้เหมาะสม พร้อมกับใช้ภาษาและคำศัพท์อย่างสละสลวย เพื่อจะได้กอบโกยคะแนนมาอย่างท่วมท้น แต่อย่าลืมเรื่อง Grammar ด้วยนะคะ สำคัญมาก ๆ ค่ะ

ข้อสอบพาร์ทการพูด (Speaking Test) เป็นพาร์ทที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เข้าสอบไม่น้อย เพราะการสอบนั้นต้องสอบกับเจ้าของภาษาที่เป็นคนจริง ๆ ไม่ได้สอบในคอมพิวเตอร์ และ มิใช่แค่เพียงการพูดหรือสื่อสารกันแค่พอรู้เรื่อง แต่ต้องเป็นการพูดในเชิงวิชาการ พูดอย่างคล่องแคล่ว รื่นไหล ไม่ติดขัด แสดงความคิดเห็นหรือไอเดียต่างๆได้เป็นอย่างดี มีไหวพริบในการตอบคำถาม และใช้ภาษาได้อย่างสละสลวยน่าฟัง อาจจะดูเป็นงานยากสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษเท่าไหร่ แต่ของแบบนี้ฝึกฝนกันได้ไม่ยากค่ะ โดยข้อสอบพาร์ทนี้จะประกอบไปด้วย 3 พาร์ท ใช้เวลาทั้งหมด 11-14 นาที

คำถามแรกจะเป็นคำถามทั่วไป อาจเป็นคำถามเกี่ยวกับตัวของผู้สอบเอง ครอบครัว หรือเรื่องอื่นๆในชีวิตประจำวันทั่วไป

คำถามที่ 2 ผู้ทำการทดสอบจะให้พูดถึงหัวข้อที่กำหนดมาให้ในระยะเวลาประมาณ 2 นาที โดยก่อนพูดจะมีเวลาให้เตรียมตัว 1 นาทีเท่านั้น เรียกได้ว่าต้องมีสมาธิสูงมาก ๆ ด้วยเพื่อจะได้ใช้เวลาตรงนั้นอย่างคุ้มค่า

คำถามที่ 3 คำถามข้อสุดท้ายที่จะเพิ่มความยากมากขึ้นกว่าเดิม โดยจะเป็นการสนทนากันระหว่างผู้ทำการทดสอบและผู้เข้าสอบในเชิงลึกมากขึ้น มีความเป็นนามธรรมมากขึ้น ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที

 


ระหว่าง IELTS, TOEIC และ TOEFL ข้อสอบแต่ละตัวใช้สำหรับทำอะไร เราควรเลือกสอบแบบไหน แล้วข้อสอบไหนยาก-ง่ายกว่ากัน

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า ข้อสอบทั้ง 3 วิชานี้ต่างมีความเป็นสากลทั้งหมด แต่เนื่องด้วยรูปแบบข้อสอบที่แตกต่างกัน จึงทำให้การใช้งานของคะแนนสอบเหล่านี้มีความต่างกันไปบ้าง ดังนี้

IELTS : ใช้เกี่ยวกับการศึกษาต่อต่างประเทศหรือหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย (กรณีต้องการศึกษาต่อในสหราชอาณาจักร อาจจะต้องเลือกสอบแบบ UKVI เพราะต้องใช้สำหรับการทำวีซ่าเข้าประเทศด้วย) สามารถใช้สมัครทุนการศึกษาเรียนต่อต่างประเทศได้ รวมทั้งยังใช้สมัครงานในเชิงวิชาการได้ด้วย เช่น ครู อาจารย์ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ก็เปิดกว้างให้สามารถยื่นคะแนนนี้ได้

TOEFL : ใช้เกี่ยวกับการศึกษาต่อต่างประเทศหรือหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย และสามารถใช้สมัครทุนการศึกษาเรียนต่อต่างประเทศ ใช้สมัครงานเชิงวิชาการได้เหมือนกับ IELTS

TOEIC : ใช้สำหรับสมัครงานและการศึกษาต่อบางหลักสูตร เช่น หลักสูตรเกี่ยวกับการบิน เป็นต้นใครที่เน้นการสมัครงาน ข้อสอบนี้จะเหมาะกับคุณมากที่สุดค่ะ

โดยสำหรับใครที่ต้องการศึกษาต่อหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทยหรือจะไปต่างประเทศ ซึ่งส่วนมากจะใช้ในการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ป.ตรี ขึ้นไป หรืออยากเก็บคะแนนเผื่อ ๆ ไว้สำหรับการสมัครงานด้วย ออกแนวเน้นใช้งานได้หลากหลาย สามารถเลือกสอบ IELTS หรือ TOEFL ได้เลยค่ะ และแนะนำว่า หากมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เราจะยื่นคะแนน มีทางเลือกให้ว่าจะยื่นคะแนนใดก็ได้ระหว่าง IELTS กับ TOEFL ด้วยรูปแบบข้อสอบ คำศัพท์ต่าง ๆ สำหรับคนไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองอย่างเรา ๆ แล้ว การสอบ IELTS น่าจะซับซ้อนน้อยกว่า TOEFL ค่ะ

สำหรับความยาก-ง่ายในการสอบ หากพิจารณาจากเนื้อหา โครงสร้างข้อสอบ TOEIC อาจเป็นข้อสอบที่ง่ายกว่า เพราะคำศัพท์ใกล้ตัว ข้อสอบไม่ใช่ข้อสอบเชิงวิชาการ สิ่งที่ให้อ่านในพาร์ท Reading ไม่ยาวมาก ข้อสอบเป็นแบบเลือกตอบไม่มีการเขียน essay แต่อาจจะเน้นตรงที่จำนวนข้อเยอะแต่ให้เวลาสอบไม่มาก จึงต้องทำข้อสอบด้วยความเร็วพอสมควร ส่วนข้อสอบ IELTS และ TOEFL ที่เป็นข้อสอบเชิงวิชาการ คำศัพท์อาจเป็นอีกระดับหนึ่ง เนื้อหาการสอบแต่ละพาร์ทจะเยอะมากกว่า และส่วนใหญ่เป็นการเขียนตอบ และมีการทดสอบการพูดด้วย

เรียนออนไลน์

ไม่ว่าคุณจะอยู่จังหวัดอะไร จะภาคเหนือ อิสาน กลาง ใต้ หรือที่ไหนๆ ก็สามารถเรียนกับจุฬาติวเตอร์ ได้
สมัครเรียน