chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

คอร์สเรียน IELTS รับรองผล | ครบทุกคำตอบ สมัครสอบ IELTS วิธีเตรียมตัวสอบ แนะนำหนังสือ และอื่น

IELTS คือ ข้อสอบทดสอบภาษาอังกฤษครอบคลุมทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ การฟัง (Listening) การพูด (Speaking) การอ่าน (Reading) และการเขียน (Writing) คำว่า ไอเอลส์ ย่อมากจาก International English Language Testing System IELTS คะแนนเต็ม 9 โดยคะแนนจะแบ่งเป็นระดับต่าง ๆ เริ่มจากระดับ 1 คือไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เลย ถึง ระดับ 9 คือความสามารถในการใช้ภาษาดีเลิศ ในปัจจุบันการสอบไอเอลส์ มีให้เลือกสอบอย่างหลายหลายตามวัตถุประสงค์ของการใช้คะแนน นอกจาก IELTS Academic และ General ที่เราได้ยินกันจนคุ้นหูและทราบดีว่าส่วนใหญ่มักใช้สำหรับการสมัครเรียนหรือสมัครงาน ยังมีการสอบ IELTS UKVI ซึ่งเป็นการสอบสำหรับทำวีซ่าเพื่อใช้เข้าประเทศในสหราชอาณาจักร หรือจะเป็น IELTS Life Skills เป็นการสอบสำหรับบุคคลที่ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าตนมีทักษะในการพูดและการฟังในระดับ A1 หรือ B1 ตามกรอบมาตรฐานการประเมินความสามารถทางภาษาจากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป

 

คอร์สเรียน IELTS รับรองผล



รหัสคอร์ส วันเรียน รอบ เวลา หมายเหตุ Test Date Exam
เหลือที่นั่ง อาจารย์
IA030820 3 ส.ค. – 3 ก.ย. จ-พฤ 18:00-20:30

จองที่นั่ง



10
vova
IB080820 8 ส.ค. – 6 ก.ย. ส-อา 10:00–16:00

จองที่นั่ง



10
vova

อัตาราค่าเรียน 22,500 บาท

 

หากสอบไม่ถึง 7.0 สามารถกลับมาเรียนซ้ำใหม่ได้ฟรี

  • รูปแบบคอร์สเรียนอันโดดเด่น คอร์สเดียวจบ
  • สอนครบทุกพาร์ท สอนสด หมดปัญหาเรื่องการตามไม่ทัน
  • IELTS Writing ฝึกเขียนจริง พร้อมตรวจงานเขียนให้ทุกคน เพื่อให้มั่นใจได้ว่างานเขียนของคุณจะไม่มีจุดอ่อนที่ง่ายต่อการหักคะแนน และช่วยให้คุณทราบได้ว่ายังต้องมีอะไรบ้างที่สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีก เพื่อให้มีโอกาสได้คะแนนสูง ๆ
  • มีการทดสอบ IELTS Speaking Test เป็นรายบุคคล โดยติวเตอร์ต่างชาติที่เชี่ยวชาญการใช้ภาษาอังกฤษในบริบทของการพูดเป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยให้คุณมั่นใจในการพูดมากยิ่งขึ้น และจะได้มีโอกาสเรียนรู้ด้วยว่า เราควรจะพูดในลักษณะใดจึงจะสามารถทำคะแนนได้ดี
  • พิชิต IELTS Reading ด้วย Passage ใกล้เคียงข้อสอบจริง ใครยังอ่านช้า ยังหาคำตอบไม่ทันเวลา คุณจะได้ฝึกวิธีการอ่านที่จะช่วยให้เราอ่านได้เก่งขึ้นกว่าเดิม
  • เอาชนะข้อสอบ IELTS Listening ด้วยการฝึกฟังกันแบบเต็ม ๆ ในคอร์สเรียน เพราะรูปแบบข้อสอบมักไม่มีตัวเลือกให้เราเลือกตอบ แต่กลับเป็นการเขียนเติมคำโดยส่วนใหญ่ จึงทำให้หลาย ๆ คนยังคงกังวลกับพาร์ทนี้ไม่ต่างไปจากพาร์ทอื่นๆ ในคอร์สเรียนจะช่วยให้คุณเข้าใจรูปแบบของข้อสอบและวิธีการเก็บคะแนนจากพาร์ทนี้ได้มากขึ้น
  • ทบทวนบทเรียนง๊าย ง่าย ด้วยวิดีโอเฉลยแบบฝึกหัด พร้อมกับไฟล์เสียงสำหรับฝึกฝนพาร์ทการฟัง จะดีกว่าไหม หากคุณสามารถทบทวนบทเรียนได้ง่ายและสะดวกกว่าเดิม จากการอ่านหนังสือเพียงแค่อย่างเดียว สำหรับที่จุฬาติวเตอร์แล้วยังไม่พอค่ะ ต้องเสริมด้วยคลิปเฉลยแบบฝึกหัดข้อยาก พร้อมไฟล์เสียงของพาร์ทการฟังด้วย
  • รับรองผล 7.0 คะแนน ด้วยรูปแบบคอร์สเรียนที่เน้นสำหรับการติวสอบ สอนสดครบทุกพาร์ท ปรับพื้นฐาน Grammar ให้ตั้งแต่สัปดาห์แรกของการเรียน มีเทคนิคการทำข้อสอบ พร้อมกับมีคลิปวิดีโอเฉลยแบบฝึกหัด  มีไฟล์เสียงสำหรับฝึกฟังพาร์ท Listening ซึ่งช่วยให้การทบทวนบทเรียนนั้นง่ายขึ้น มีการตรวจงานเขียนของนักเรียนทุกคนในคอร์ส พร้อมการทดสอบการพูดในพาร์ท Speaking กับนักเรียนทุกคนอย่างทั่วถึง จึงทำให้เราสามารถรับรองผลได้สูงถึง 7.0คะแนน

ไม่ว่าตอนนี้พื้นฐานภาษาอังกฤษของคุณจะอยู่ในระดับใดก็ตาม หากคุณมีเป้าหมายสำหรับการสอบแล้วล่ะก็ การเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณอย่างแน่นอน จะอ่อนทักษะไหน จะไม่มั่นใจในส่วนใด ที่จุฬาติวเตอร์เรามีตัวช่วยที่จะทำให้คุณพิชิตคะแนนในฝันนั้นมาได้ไม่ยาก

 


 

สอบ IELTS British Council กับ IELTS IDP เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

What is the difference IELTS IDP vs British Council
What is the difference IELTS IDP vs British Council

อย่างที่เราทราบกันดีค่ะว่า ศูนย์สอบของ IELTS ในประเทศไทยนั้นมีอยู่หลัก ๆ ด้วยกัน 2 ที่ คือ British Council และ IDP และยังคงเป็นที่สงสัยสำหรับใครอีกหลายคนค่ะว่าทั้งสองศูนย์สอบนี้มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีข้อมูลมาคลายความสงสัยให้ทุก ๆ คนกันแล้วค่ะ

รายละเอียด IELTS British Council IELTS IDP
การจัดสอบ ตัวแทนจัดสอบจากสหราชอาณาจักร ตัวแทนจัดสอบจากออสเตรเลีย
สถานที่สอบ โรงแรม Landmark
(ใกล้สถานีรถไฟฟ้านานา)
โรงเรียนมณเฑียร
(ใกล้สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง)
กรณีสอบแบบ UKVI จะสอบที่ โรงแรม PULLMAN Sukhumvit
อุปกรณ์ Listening Test หูฟังส่วนตัว (มีสาย) หูฟังส่วนตัว (ไร้สาย)
นาฬิกาจับเวลา หน้าจอดิจิตอล หน้าจอดิจิตอล
พร้อมแสดงกราฟของเวลาที่เหลือ
สถานที่สอบ Speaking Test โรงแรม Landmark
(เปลี่ยนห้องสอบ)
  • บางคนอาจต้องเปลี่ยนไปสอบที่ ตึก CP Tower ชั้น4
  • กรณีสอบแบบ UKVI ไม่เปลี่ยนตึกสอบ
การรายงานผลคะแนน
  • ส่งผลไปที่บ้าน
  • ตรวจสอบคะแนนในระบบออนไลน์
  • รับผลด้วยตนเองที่ British Council สาขาสยามสแควร์
  • ส่งผลไปที่บ้าน
  • ตรวจสอบคะแนนในระบบออนไลน์
  • SMS ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • รับผลด้วยตนเองที่สำนักงาน IDP ตึกCP Tower ชั้น4
เครื่องเขียนที่ใช้ในการสอบ ศูนย์สอบเตรียมไว้ให้ โดยต้องคืนเมื่อสอบเสร็จแล้ว ศูนย์สอบเตรียมไว้ให้ และสามารถนำกลับได้ โดยไม่ต้องคืน
เอกสารที่ต้องยื่นในวันสอบ สำเนาบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตตัวจริง

British Council และ IDP จะใช้ข้อสอบชุดเดียวกันในแต่ละรอบสอบ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเลยค่ะว่าข้อสอบของที่ไหนจะง่ายหรือยากกว่า คะแนนที่ได้จากการสอบไม่ว่าจะเป็นการสอบจาก British Council หรือ IDP ส่วนใหญ่แล้วก็สามารถนำไปใช้ยื่นได้อย่างเป็นสากลเหมือนกันค่ะ

 


คอร์สเรียน IELTS Online

 

International English Language Testing System

ที่จุฬาติวเตอร์เรามีคอร์สเรียน IELTS ออนไลน์ ที่ไม่ว่าคุณจะติดปัญหาเรื่องการเดินทางหรือเรื่องเวลา คุณก็ยังสามารถเตรียมตัวสอบได้แบบไร้กังวล ด้วยคอร์สเรียนที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัวภายใต้แนวคิด easy to be expert ที่ให้คุณสามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อพิชิตข้อสอบ ได้ง่ายๆแม้จะเรียนที่สถาบันกับคอร์สสอนสดไม่ได้ก็ตาม เราทราบดีว่านักเรียนแต่ละคนมีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน บางคนมีเวลาเตรียมตัวเยอะ เรื่องการเดินทางสะดวกสบาย แต่ในขณะที่อีกหลายๆคนทำงานไม่เป็นเวลา วันว่างไม่แน่นอน อยู่ต่างจังหวัด เดินทางไม่สะดวก คอร์สเรียนออนไลน์ของเราจะทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับเรื่องพวกนี้อีกต่อไป

คุณภาพของคอร์สเรียนเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเสมอ เราจึงจัดหนักจัดเต็มให้นักเรียนได้รับประโยชน์สูงสุด สอนครบทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ Writing Reading Listening และ Speaking มาพร้อมกับการปูพื้นฐานให้ใหม่อีกด้วย แม้คุณจะเป็นคนที่อ่อนภาษาอังกฤษแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหา หากดูรอบแรกแล้วยังไม่เข้าใจก็สามารถเปิดดูซ้ำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม บอกได้เลยว่าคุ้มสุดๆ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องก้าวข้ามข้อจำกัดร้อยแปดที่เคยขัดขวางการเตรียมตัวสอบของคุณ ด้วยคอร์สเรียนออนไลน์ ที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ไกลจากเราแค่ไหน ก็ยังสามารถเตรียมตัวสอบ ได้ง่ายมากๆ  ดูราละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กเลย!!! https://online.chulatutor.com/p/ielts-online/

 


สามารถสมัครสอบ IELTS ได้อย่างไรบ้าง

สำหรับการสมัครสอบ IELTS ของ British Council และ IDP จะมีวิธีการที่ใกล้เคียงกันคือ มีการสมัครสอบหน้าเคาน์เตอร์ และการสมัครสอบออนไลน์ที่เว็บไซต์ของแต่ละศูนย์สอบ แต่ทาง British Council มักจะเน้นให้สมัครสอบออนไลน์มากกว่า สำหรับการชำระเงินค่าสอบของ British Council จะใช้วิธีการชำระผ่านบัตรเครดิตเป็นหลัก แต่ของ IDP นั้นสามารถชำระได้ทั้งบัตรเครดิตและการชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ ส่วนค่าสอบจะเท่ากันอยู่ที่ 6,900 บาทค่ะ

 

IELTS สอบอะไร
สอบ ielts

ข้อสอบ IELTS เป็นข้อสอบที่วัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษอย่างรอบด้าน ทั้งการฟัง (Listening) การอ่าน (Reading) การเขียน (Writing) และการพูด (Speaking) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าข้อสอบแต่ละพาร์ทมีลักษณะอย่างไรบ้าง

 

ข้อสอบพาร์ทการฟัง ( IELTS Listening Test) เป็นข้อสอบพาร์ทแรกของการสอบ IELTS ค่ะ โดยจะแบ่งข้อสอบออกเป็น 4 ตอน รวมทั้งหมด 40 คำถาม ให้เวลาในการทำ 30 นาที เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทที่ต้องรวบรวมสมาธิสูงมาก เนื่องจากเราสามารถฟังได้เพียงรอบเดียว และต้องเก็บรายละเอียดจากการฟังให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยให้เราเลือกคำตอบได้อย่างถูกต้องนั่นเองค่ะ ซึ่งข้อสอบพาร์ทนี้จะเป็นแบบเติมคำ นอกจากสำเนียงที่ต้องใช้ความพยายามในการฟังอย่างเต็มที่แล้ว คำศัพท์ที่เลือกไปเติมนั้นก็จะต้องเขียนอย่างถูกต้องด้วยค่ะ

 

ข้อสอบพาร์ทการอ่าน ( IELTS Reading Test) จะเป็นพาร์ทที่สองต่อจากการสอบพาร์ทการฟัง แน่นอนว่าทักษะที่ต้องดึงมาใช้อย่างหนักหน่วงคือทักษะการอ่าน ที่ข้อสอบนั้นจะให้เราอ่านทั้งหมด 3 บทความ มีคำถาม 40 ข้อ ให้เวลาในการทำ 60 นาที ถ้าพูดถึงความยาวของบทความแล้วล่ะก็ยังถือว่าไม่โหดจนเกินไปแต่ละบทความจะมีความยาวประมาณ 700-800 คำ เรื่องราวที่ได้อ่านก็มักจะนำมาจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร งานวิจัย บทความวิชาการต่าง ๆ หรืออาจจะเป็นหนังสือเรียนก็ได้ค่ะ

 

ข้อสอบพาร์ทการเขียน ( IELTS Writing Test) และแล้วก็มาถึงพาร์ทที่สาม ซึ่งเป็นพาร์ทสุดท้ายของช่วงเช้า ไม่ใช่เพียงแค่การเขียนที่ถูกต้องตามหลัก Grammar เท่านั้นนะคะ การเลือกใช้คำ การเลือกใช้ประโยคได้อย่างสละสลวยก็ถือว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กัน บอกได้เลยว่าเป็นพาร์ทที่ต้องกลั่นกรองไอเดียในการเขียนแบบสุด ๆ ข้อสอบพาร์ทนี้จะแบ่งการเขียนออกเป็น 2 Task ค่ะ ประกอบไปด้วย

Task 1 โจทย์จะให้ข้อมูลมาเป็นกราฟในรูปแบบต่าง ๆ หรืออาจจะเป็นแผนภาพ หน้าที่ของเราคือต้องเขียนอธิบายข้อมูลเหล่านั้นออกมาให้ชัดเจนค่ะ แสดงให้เห็นว่าเราเข้าใจและสามารถถ่ายทอดข้อมูลที่ให้มาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

Task 2 โจทย์จะให้เราแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่กำหนดมาให้ค่ะ มาถึง Task นี้ยิ่งต้องใช้ความสามารถในการเขียนมากขึ้นอีกระดับ เพราะไม่ใช่การเขียนเพื่อถ่ายทอดข้อมูลธรรมดา ๆ แต่เป็นการเขียนในลักษณะของการให้เหตุผลในสิ่งที่เราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องมีการลำดับการเขียนให้เหมาะสม พร้อมกับใช้ภาษาและคำศัพท์อย่างสละสลวย เพื่อจะได้กอบโกยคะแนนมาอย่างท่วมท้น แต่อย่าลืมเรื่อง Grammar ด้วยนะคะ สำคัญมาก ๆ ค่ะ

 

ข้อสอบพาร์ทการพูด ( IELTS Speaking Test) เป็นพาร์ทที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เข้าสอบไม่น้อย เพราะการสอบนั้นต้องสอบกับเจ้าของภาษาที่เป็นคนจริง ๆ ไม่ได้สอบในคอมพิวเตอร์ และ มิใช่แค่เพียงการพูดหรือสื่อสารกันแค่พอรู้เรื่อง แต่ต้องเป็นการพูดในเชิงวิชาการ พูดอย่างคล่องแคล่ว รื่นไหล ไม่ติดขัด แสดงความคิดเห็นหรือไอเดียต่างๆได้เป็นอย่างดี มีไหวพริบในการตอบคำถาม และใช้ภาษาได้อย่างสละสลวยน่าฟัง อาจจะดูเป็นงานยากสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษเท่าไหร่ แต่ของแบบนี้ฝึกฝนกันได้ไม่ยากค่ะ โดยข้อสอบพาร์ทนี้จะประกอบไปด้วย 3 พาร์ท ใช้เวลาทั้งหมด 11-14 นาที

คำถามแรกจะเป็นคำถามทั่วไป อาจเป็นคำถามเกี่ยวกับตัวของผู้สอบเอง ครอบครัว หรือเรื่องอื่นๆในชีวิตประจำวันทั่วไป

คำถามที่ 2 ผู้ทำการทดสอบจะให้พูดถึงหัวข้อที่กำหนดมาให้ในระยะเวลาประมาณ 2 นาที โดยก่อนพูดจะมีเวลาให้เตรียมตัว 1 นาทีเท่านั้น เรียกได้ว่าต้องมีสมาธิสูงมาก ๆ ด้วยเพื่อจะได้ใช้เวลาตรงนั้นอย่างคุ้มค่า

คำถามที่ 3 คำถามข้อสุดท้ายที่จะเพิ่มความยากมากขึ้นกว่าเดิม โดยจะเป็นการสนทนากันระหว่างผู้ทำการทดสอบและผู้เข้าสอบในเชิงลึกมากขึ้น มีความเป็นนามธรรมมากขึ้น ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที

 


IELTS คือ

IELTS TOEFL เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

หลาย ๆ คนอาจจะกำลังหนักใจอยู่ไม่น้อยว่าระหว่าง IELTS และ TOEFL เราจะเลือกสอบอะไรดี มันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะพาทุกคนมาไขคำตอบกันค่ะ ทั้งนี้ สำหรับ TOEFL เราจะเน้นไปที่ TOEFL iBT เนื่องจากเป็นข้อสอบที่มีความเป็นสากลเทียบเท่าได้กับ IELTS และมักจะเป็นตัวเลือกให้เราเลือกคู่กับ IELTS เสมอนั่นเองค่ะ

 

รายละเอียด IELTS TOEFL iBT
ประเภทการสอบ มีทั้งแบบทำข้อสอบในกระดาษและแบบทำข้อสอบในคอมพิวเตอร์ให้เลือก มีเฉพาะการทำข้อสอบในคอมพิวเตอร์
โครงสร้างข้อสอบ Listening : 40 ข้อ เวลา 30 นาที
Reading : 40 ข้อ เวลา 60 นาที
Writing : 2 ข้อ เวลา 60 นาที
Speaking : 3 ข้อ เวลา 11-14 นาที
Listening: 28-39 ข้อ เวลา 41-57 นาที
Reading: 30 – 40 ข้อ เวลา 54-72 นาที
Writing: 2 ข้อ เวลา 50 นาที
Speaking: 4 ข้อ เวลา 17 นาที
ข้อสอบพาร์ท Listening รูปแบบข้อสอบมักเป็นการเติมคำ และมีคำถามให้เห็นไปพร้อม ๆ กับการฟัง รูปแบบข้อสอบมักเป็นแบบเลือกตอบ
เน้นให้ฟังให้จบก่อนจึงจะเห็นคำถาม
ข้อสอบพาร์ท Reading เนื้อหาบทความมีความหลากหลาย เพราะมาจากทั้งวารสาร งานวิจัย หนังสือพิมพ์ และลักษณะคำถามมีหลายแบบทั้ง เลือกตอบ เติมคำ จับคู่ เนื้อหาบทความเป็นเชิงวิชาการมากกว่า โดยมักจะนำเนื้อหามาจาก Textbook ลักษณะคำถามมักจะเป็นแบบเลือกตอบ ที่เน้นการตีความเฉพาะ Paragraph นั้น ๆ และอาจจะมีการถามคำศัพท์แบบตรง ๆ
ข้อสอบพาร์ท Writing ข้อ 1 เขียนอธิบายข้อมูล ความยาวประมาณ 150 คำ
ข้อ 2 เป็นการเขียนแสดงความคิดเห็น ความยาวประมาณ 250 คำ
ข้อ 1 เขียนเรียงความ 5 ย่อหน้า ความยาวประมาณ 300 – 350 คำ
ข้อ 2 อ่านบทความและฟังการบรรยายแล้วจึงเขียนเรียงความยาวประมาณ 150 – 225 คำ
ข้อสอบพาร์ท Speaking ตอบคำถามกับชาวต่างชาติโดยตรง
(แม้จะสมัครสอบแบบคอมพิวเตอร์ก็ตาม)
ตอบคำถามกับคอมพิวเตอร์
การสมัครสอบ สมัครสอบได้ทั้งผ่านระบบออนไลน์และสมัครหน้าเคาน์เตอร์ที่ตัวแทนการจัดสอบ สมัครผ่านระบบออนไลน์ทางหน้าเว็บไซต์ของ www.ets.org เท่านั้น
ระบบการคิดคะแนน แต่ละพาร์ทมีคะแนนอยู่ระหว่าง 1-9 โดยคะแนนของแต่ละพาร์ทจะถูกนำมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยออกมาเป็นคะแนนรวม (คะแนนเต็ม 9.0 คะแนน) แต่ละพาร์ทมีคะแนนเต็ม 30 โดยคะแนนของทุกพาร์ทจะนำมาบวกกัน ออกมาเป็นคะแนนรวม (คะแนนเต็ม 120 คะแนน)
อายุผลสอบ 2 ปี 2 ปี
ระยะเวลาออกผลสอบ กรณีสอบแบบกระดาษ รอผลประมาณ 2 สัปดาห์หลังสอบ
กรณีสอบแบบคอมพิวเตอร์ รอผลประมาณ 5-7 วันหลังสอบ
รอผลประมาณ 6 วันหลังสอบ

 

จากตารางดังกล่าว เราจะเห็นได้เลยค่ะว่า การสอบ IELTS และ TOEFL iBT นั้นมีหลายจุดที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเรามองโดยรวม คนส่วนใหญ่อาจรู้สึกว่าการสอบ IELTS นั้นดูมีทางเลือกให้เรามากกว่า เช่น เราเลือกได้ว่าจะสอบแบบกระดาษหรือคอมพิวเตอร์ เป็นต้น รวมไปถึงลักษณะคำถามที่ดู ๆ แล้วจะซับซ้อนน้อยกว่า TOEFL iBT แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะเลือกสอบข้อสอบใดก็ต้องขึ้นอยู่กับความถนัดของตัวผู้สอบเองด้วย

 


แนะนำ หนังสือ IELTS

ใครที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELTS อยู่ ต้องไม่พลาดเรื่องราวดี ๆ ที่เรานำมาฝากกันวันนี้เลยทีเดียว เพราะเราจะมาแนะนำสุดยอดหนังสือที่เหมาะสุด ๆ สำหรับการเตรียมสอบ IELTS โดยเราคัดมาให้แล้วเน้น ๆ 3 เล่มด้วยกัน อย่ารอช้า ตามมาดูกันเลยว่าจะมีเล่มไหนกันบ้าง

เริ่มกันที่เล่มแรก บอกได้เลยว่าแนวข้อสอบในนี้ใกล้เคียงข้อสอบจริงมาก เพราะเป็นหนังสือแนว Guidebook โดยเฉพาะในส่วนของแบบฝึกเต็มรูปจะค่อนข้างใกล้เคียงข้อสอบจริงสุด ๆ โดยหนังสือที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ก็คือ The official Cambridge Guide to IELTS for Academic & General Training นั่นเอง

หนังสือ cambridge english ielts

มาต่อกันเล่มที่สอง หนังสือที่เราจะแนะนำคือ IELTS Academic ของ Cambridge English ค่ะ โดยเล่มนี้จะเน้นรวบรวมข้อสอบเก่า ไม่เน้นเนื้อหาหรือคำอธิบาย ใครที่อยากได้คลังข้อสอบเยอะ ๆ ต้องมีเล่มนี้ไว้ ครอบครองนะจะบอกให้ ข้อสอบเก่านั้นมีประโยชน์มาก เพราะในการเตรียมสอบ IELTS เราควร ฝึกซ้อมทำข้อสอบแบบจับเวลาจริงเยอะ ๆ ซึ่งข้อสอบเก่ามี่ล่ะค่ะที่จะช่วยเราได้ดีทีเดียว

หนังสือ cambridge ielts 14 with answers

มีหนังสือที่สอนอย่างละเอียดและมีหนังสือที่เน้นรวบรวบคลังข้อสอบเก่าไปแล้ว แต่อย่าลืมว่าเรื่องคำศัพท์ก็สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้น เล่มสุดท้ายที่เราจะแนะนำกันในวันนี้จึงเป็น Vocabulary for IELTS ของ Cambridge นั่นเองค่ะ โดยการจัดเรียงเนื้อหาก็ทำออกมาได้น่ารักมาก ๆ นั่นก็คือ มีการจัดเป็นหมวดหมู่ ซึ่งช่วยให้เราจดจำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

หนังสือ cambridge english vocabulary for ielts

และนี่ก็คือหนังสือที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ แต่สำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลา ไม่สะดวกที่จะอ่านหนังสือเองหลาย ๆ เล่ม หรือชอบที่จะมีคนคอยอธิบาย พร้อมทั้งให้คะแนะนำต่าง ๆ รวมถึงเทคนิคในการทำข้อสอบมากกว่า ก็สามารถเลือกเตรียมตัวกับคอร์สเรียน IELTS รับรองผล 7.0 ของจุฬาติวเตอร์ได้เลย เพราะเราได้รวบรวมเนื้อหาและแนวข้อสอบของทุกพาร์ทมาอยู่ในคอร์สนี้หมดแล้วนั่นเอง อย่าลืมว่าเตรียมตัวก่อนก็พร้อมกว่า จุฬาติวเตอร์ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนทำคะแนน IELTS ให้ได้ตามที่ตั้งใจไว้กันถ้วนหน้าเลยนะคะ

 


IELTS FAQ’s (Frequently Asked Questions)

ทำไมเราต้องสอบ IELTS ?

IELTS เป็นที่ต้องการในวงกว้างมากแต่มี2วัตถุประสงค์ที่ทำไมต้องควรมีผลสอลนี้คือ เพื่อการฝึกทักษะภาษาอังกฤษทั่วไปและรูปเเบบการศึกษา การฝึกอบรมทั่วไปออกแบบมาสำหรับผู้ที่วางแผนจะทำงานในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ สถาบันการศึกษาต้องมีการสอบ IELTS เพื่อการเข้าศึกษา

IELTS คะเเนนขั้นต่ำสำหรับการสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในแคนาดาคือเท่าไหร่ ?

ขึ้นอยู่กับสถาบันและโปรแกรมที่จะเข้าเรียน เเนะนำปรึกษาสำนักงานรับสมัครของทางที่นั่นโดยตรงเลย

คนที่สอบได้ IELTS 7 ต้องมีความชำนาญภาษาอังกฤษขนาดไหน ?

ทำความเข้าใจในส่วนประโยคยาว ๆ แสดงความคิดเห็นได้อย่าคล่องแคล่ว สามารถเขียนเนื้อหาโดยใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดี โครงสร้างทางไวยากรณ์และการจัดระเบียบการเขียนได้อย่างดี

อ่านต่อ