chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

TOEFL
TOEFL
TOEFL

เรียน ติว TOEFL

เมนูด่วน :
เรียน ติว TOEFL TOEFL คือ
ข้อสอบ TOEFL TOEFL สอบ
TOEFL คะแนนเต็ม

 

TOEFL คือ แบบทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ  ข้อสอบมีทั้งหมด 4 พาร์ท คือ Reading , Listening  , Speaking  , Writing

 

เรียน ติว TOEFL

สอบ TOEFL ได้อย่างที่คิด พิชิตคะแนน TOEFL ได้อย่างที่ฝัน ข้อสอบ TOEFL ที่ใครก็ว่ายาก จะไม่ยากอีก ต่อไป ด้วยเทคนิคพิเศษที่มีเฉพาะที่จุฬาติวเตอร์เท่านั้น ใครที่วางแผนจะสอบ TOEFLแต่ยังไม่รู้จะเตรียมตัวอย่างไร จุฬาติวเตอร์มีคอร์สเรียนพิเศษที่จะช่วยให้การทำข้อสอบ TOEFL ของทุกคนเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆลืมปัญหาเดิมๆไปได้เลยทั้งปัญหาการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ไม่ว่าคุณจะพื้นฐานอ่อนแค่ไหน จะเคยสอบหรือไม่เคยสอบ ก็สามารถพัฒนาความสามารถให้เพียงพอสำหรับการพิชิตข้อสอบ TOEFL ได้ ปลดล๊อคปัญหาเดิม ๆ ทั้งการฟังที่ฟังเท่าไหร่ก็ฟังไม่ทัน ฟังเท่าไหร่ก็ฟังไม่ออก ปัญหาการพูด ยิ่งพูดยิ่งงง วกไปวนมา นึกคำศัพท์ไม่ออก พูดไม่ลื่นไหล ปัญหาการอ่านที่อ่านทีไรก็ยังไม่เข้าใจ จับใจความไม่ได้ ทำไม่ทัน และปัญหาการเขียนที่ไม่รู้จะเขียนไปในรูปแบบใด เลือกใช้คำไม่ถูก เขียนไม่ตรงประเด็น ถึงเวลาเติมเต็มจุดอ่อนให้ดีขึ้น ด้วยคอร์สเรียนสุดพิเศษที่ออกแบบมาให้เน้นที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ!!! คลิ๊กดูรายละเอียดคอร์ส เรียน ติว TOEFL เพิ่มเติม

 

เรียน ติว TOEFL ตัวต่อตัว
จำนวนนักเรียน จำนวนชั่วโมง
20 ชม. 30 ชม. 30 ชม.
1 คน 22,000 ฿ 33,000 ฿ 44,000 ฿
2 คน
( ประหยัดถึง 25% )
33,000 ฿ 49,500 ฿ 66,000 ฿
3 คน
( ประหยัดถึง 40% )
39,600 ฿ 59,400 ฿ 79,200 ฿
แถมฟรี 2 ชม. แถมฟรี 4 ชม.
หมายเหตุ :
– คอร์สส่วนตัว-ห้องเรียนส่วนตัว เรียนที่สถาบัน ผู้เรียนสามารถเลือกวันและเวลา เรียนเองได้

 


TOEFL คือ อะไร ?

TOEFL คือ การทดสอบภาษาอังกฤษตามแบบมาตรฐานของอเมริกัน สำหรับการสอบ TOEFL สามารถนำผลสอบไปเพื่อศึกษาต่อหรือว่าสมัครงานในประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในการสื่อสารได้ค่ะ โดยผลสอบ TOEFL จะมีอายุการใช้งาน 2 ปี หลังจากที่ได้รับการทดสอบค่ะ

 


ข้อสอบ TOEFL

ข้อสอบ TOEFL มี 3 แบบ คือ Paper-based Testing : PBT จะเป็นข้อสอบแบบที่ใช้กระดาษในการทำข้อสอบ จากนั้นมีการพัฒนามาเป็นแบบ Computer-based Testing : CBT เป็นการทำข้อสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็มีการพัฒนามาเรื่อยๆ จนเป็นแบบ Internet-based Testing : iBT ซึ่งเป็นการทำข้อสอบผ่านเครื่อข่ายอินเตอร์เน็ต เป็นการทดสอบที่ได้รับความนิยมและทำกันแพร่หลายในทุกวันนี้

ข้อสอบ TOEFL ในปัจจุบันนี้ในระบบ Internet-based Testing: iBT จะแบ่งเป็น 4 พาร์ท ด้วยกัน Reading, Writing, Listening และ Speaking แต่ถ้าเป็นข้อสอบ TOEFL ใน 2 ระบบแรก จะมีด้วยกัน 3 พาร์ท คือ Reading, Writing และ Listening ซึ่งข้อสอบ TOEFL ไม่ว่ารูปแบบไหนจะเป็นการนำความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของเรามาบูรณาการใช้ด้วยกัน ดังนั้นผู้ทดสอบจะต้องมีสมาธิในการสอบมากค่ะ สำหรับในส่วนของ Listening จะมีเรื่องราวมาให้ฟังทั้งหมด 6 เรื่อง โดยแต่ละเรื่องจะมีความยาวประมาณ 3-5นาที และจะมีคำถามประมาณ 5 ข้อ ในส่วนของ 2 เรื่องแรกจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ใน 4 เรื่องหลังจะเป็นเรื่องของบทเรียน ความรู้ทางวิชาการต่างๆ ในส่วนของ Reading จะมีบทความมาให้อ่านด้วยกันประมาณ 3-5 บทความ ความยาวจะอยู่ที่ประมาณ 700 คำ และจะมีคำถามในแต่ละบทความรวมแล้วประมาณ 12-15 ข้อ ในส่วนของ Writing จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรกจะเป็นบทสนทนา เกี่ยวกับเรื่องของบทความโดยก่อนหน้านั้นจะมีบทความมาให้อ่านความยาวประมาณ 3 นาที จากนั้นจะมีบทสนทนาเกี่ยวกับบทความนั้น ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ในการตอบคำถามจะมีเวลาให้เขียนประมาณ 20 นาที จะมาความยาวในการเขียนประมาณ 150-220 คำ ส่วนที่ 2 ผู้ทดสอบจะได้รับข้อความสั้น โดยผู้ทดสอบต้องแสดงทัศนคติอย่างเป็นเหตุเป็นผลเขียนอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนั้น ความยาวประมาณ 300 คำ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่ถ้าผู้ทดสอบไปทดสอบข้อสอบ TOEFL ในระบบ Internet-based Testing: iBT จะมีข้อสอบในส่วนของ Speaking เพิ่มเข้ามาด้วยค่ะ ซึ่งในส่วนนี้มีความยากส่วนหนึ่งของข้อสอบ TOEFL เลยค่ะ เพราะว่ามีเวลาที่จำกัดและต้องใช้ทักษะในทุกด้านในการทำข้อสอบ โดยข้อสอบของ Speaking จะแบ่งเป็น 6 ข้อ มี 3 ส่วนด้วยกันค่ะ โดยข้อที่ 1-2 จะเป็นข้อสอบให้เราแสดงทัศนะความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวันค่ะ โดยจะมีระยะเวลาในการเตรียมตัวประมาณ 15 วินาที และมีเวลา 45 วินาทีในการตอบคำถาม ในส่วนข้อที่ 3-4 จะมีบทความสั้นมาให้อ่านเกี่ยวกับประเด็นใดประเด็นหนึ่งจากนั้นจะมีบทสนทนาเกี่ยวกับประเด็นนั้นๆ ค่ะ และมีเวลาในการเตรียมตัว 30 วินาที หลังจากนั้นจะมีเวลาประมาณ 60 วินาทีในการตอบคำถาม ในส่วนสุดท้าย ข้อที่ 5-6 จะได้รับข้อมูล บทสนทนาหรือบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับวิชาการจากนั้นจะมีเวลา 20 วินาทีในการเตรียมตัว และเวลา 60 วินาทีในการตอบคำถาม

สำหรับการทำ ข้อสอบ TOEFL เนื่องจากเป็นข้อสอบที่มาจากมาตรฐานแบบอเมริกัน ดังนั้นลักษณะของข้อสอบจะค่อยข้างต่างจากแบบทดสอบภาษาอังกฤษทั่วไปที่มีอยู่ในประเทศไทยค่ะ ดังนั้นการสร้างความคุ้นเคยในการทำข้อสอบจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากค่ะ โดยอาจจะไปซื้อหนังสือหรือหาข้อสอบเก่าเกี่ยวกับ TOEFL มาทดลองทำ เพราะว่าชุดคำศัพท์ที่ใช้ในการออกข้อสอบในแต่จะปีจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันค่ะ การทำฝึกทำข้อสอบบ่อยๆ จะให้ให้เราเกิดความคุ้นเคยและสามารถทำข้อสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ นอกจากนี้จะเห็นได้ว่ามาทำข้อสอบแต่ละส่วนของ TOEFL จะมีการจับเวลา เพราะฉะนั้นการทำข้อสอบแล้วจับเวลาไปด้วยจะช่วยได้มากค่ะ จะทำให้เราประมาณศักยภาพในการทำข้อสอบของเรามากยิ่งขึ้นค่ะ หรืออาจจะไปเรียนตามสถาบันต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีการเปิดสอนอย่างแพร่หลายเกี่ยวกับด้าน TOEFL

 


TOEFL สอบ ได้ที่ไหน และต้องรอผลสอบกี่วัน ?

สำหรับในประเทศไทยหน่วยงานที่รับผิดชอบในการสอบ TOEFL คือ Education Testing Service หรือ ETS ผู้ที่สนใจสอบสามารถโทรไปสอบถามรายละเอียดหรือจองการสอบ ส่งไปรษณีย์ และสามารถสมัครออนไลน์ได้ www.est.org/toefl โดยการสอบ TOEFL จะมีค่าใช้จ่ายในการสอบประมาณ 6000 บาท ซึ่งสามารถโอนเงินผ่านระบบธนาคารได้เลยค่ะ สำหรับการรับคะแนนสอบ TOEFL หน่วยงานในการจัดสอบจะส่งผลสอบมาให้ 5 ชุด โดยชุดแรกส่งมาให้ยังตัวผู้สอบ อีก 4 ชุดตัวผู้สอบสามารถระบุสถานศึกษาหรือสถานที่ทำงานที่ต้องการให้ส่งผลสอบไปได้ด้วยค่ะ โดยในแต่ละพาร์ท์จะต้องทำข้อสอบอย่างน้อย 1 หัวข้อ โดยคะแนนสามารถของสอบใหม่ได้ใน 2 ส่วน คือในส่วนของ Writing และ Speaking โดยจะมีค่าธรรมเนียมพาร์ทละ 2000 บาทค่ะ

 

 


คะแนน TOEFL

 

วิธีการคิดคะแนน TOEFL Score เช่น หากท่านตอบถูก section ละ 30 ข้อ ใน Section 1 ท่านจะได้ 50 คะแนน Section 2 จะได้ 56 คะแนน และใน Section 3 จะได้ 51 คะแนน  จากนั้น นำคะแนนที่แปลงแล้วมารวมกันแล้วคูณด้วย 10 และหารด้วย 3 จะเป็น TOEFL Score ของท่าน

ตัวอย่าง  50-56-51 x 10 /3 = 523.33 = 523

 

อ่านต่อ