084-942-4261

SAT คืออะไร สอบอะไรบ้าง สมัครสอบ ติว SAT

น้องๆระดับ high school หรือ International Student ที่กำลังจะสอบ SAT คงอยากจะรู้ว่า สอบ SAT คือ? ใช้ยื่นอะไรได้บ้าง? ค่าสอบ? ข้อสอบออกอะไรบ้าง ควรได้คะแนนเท่าไหร่ ถึงจะสอบติดในคณะในฝันได้ และเรื่องอื่นๆ เช่น หากสมัครสอบไปแล้ว สนามสอบเต็ม หรือ ได้สนามสอบที่ไกลมากจะทำอย่างไรดี พี่ๆก็มีคำตอบให้ และสำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังหาที่เรียน SAT ไม่ว่าจะติวกลุ่ม หรือ ติว ตัวต่อตัว ทางพี่มีก็มีติวนะ

สอบ SAT คืออะไร ? Meaning

SAT ย่อมาจาก Scholastic Aptitude Test SAT คือ ข้อสอบสำหรับเข้ามหาลัย ปริญญาตรี หลักสูตรอินเตอร์ ข้อสอบมี 2 พาร์ทคือ คณิตศาสตร์ (Math) และ อังกฤษ (Reading & Writing)

คะแนนเต็มพาร์ทละ 800 คะแนน ทั้ง 2 พาร์ท คะเเนนเต็มรวมทั้งหมด 1600 คะแนน

สำหรับน้องๆ ที่สนใจสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ของทาง College Board โดยปีหนึ่งจะมีตารางสอบอยู่ 4-5 ครั้ง สำหรับค่าสอบจะอยู่ราวๆประมาณ $100.50

SAT Test ใช้ยื่นอะไรได้บ้าง

คะแนน SAT score ช้ยื่นเข้ามหาลัย หลักสูตรอินเตอร์ ในระดับชั้นปริญญาตรี ของทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น จุฬาฯ อินเตอร์ , ธรรมศาสตร์ อินเตอร์ , MUIC , เกษตรศาสตร์ อินเตอร์ เป็นต้น

ทั้งนี้น้องๆ ที่จะใช้คะแนน ในการยื่นเข้ามหาลัย จะต้องศึกษารายละเอียดก่อนว่า มหาลัย-คณะ ที่สนใจเข้านั้นใช้คะแนนพาร์ทไหนบ้าง เพราะบ้างคณะใช้แค่พาร์ทคณิต บ้างคณะใช้คะแนนรวมพาร์ทคณิตและอังกฤษ และหากกรณีจะใช้ยื่นต่อต่างประเทศ มักจะใช้คะแนนพาร์ท Essay ด้วยซึ่งเป็นพาร์ทที่มหาลัย หลักสูตรอินเตอร์ของประเทศไทย ส่วนมากไม่ใช่พาร์ทนี้

SAT สอบอะไรบ้าง?

ข้อสอบประกอบไปด้วย 2 ส่วน ดังนี้

SAT Reading and writing แบ่งออกเป็น 2 ส่วนย่อยๆ ได้แก่

Section 1 Reading Test มีจำนวน 52 ข้อ โดยให้ระยะเวลา 65 นาที

Section 2 Writing and Language Test มีจำนวน 44 ข้อ จาก 4 บทความ โดยให้ระยะเวลา 35 นาที

SAT Mathematical Reasoning แบ่งออกเป็น 2 ส่วนย่อยๆ ได้แก่

Math Test Section 3 – No Calculator แบ่งเป็นแบบเลือกตอบ 15 ข้อ และเติมคำตอบ 5 ข้อ โดยให้ระยะเวลา 35 นาที

Math Test Section 4 – Calculator แบ่งเป็นแบบเลือกตอบ 30 ข้อ และเติมคำตอบ 8 ข้อ โดยให้ระยะเวลา 55 นาที

สอบ SAT Math

เรื่องที่ออกสอบ Algebra (19 ข้อ), Problem Solving (17 ข้อ), Advance Math (16 ข้อ), Additional Topics (16 ข้อ)

ข้อสอบ Math เป็นแบบตัวเลือก และ เเบบ Grid-in (เติมคำตอบ) โดยข้อสอบจะมี 2 ส่วน คือ ส่วนที่สามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ (38 ข้อ) และ ส่วนที่ไม่สามารถใช้เครื่องคิดเลยได้ (20 ข้อ)

สอบ SAT Reading

ข้อสอบในพาร์ทนี้ มี 52 ข้อ เวลาในการทำสอบ 65 นาที โดยข้อสอบจะให้ 5 เรื่อง 6 บทความ

ใน 1 บทความจะคำอยู่ประมาณ 500-700 คำ

เรื่องที่มักออกสอบประจำเช่น วรรณกรรมอเมริกา , วรรณกรรมโลก บทความทางประวัติศาสตร์และสังคม , บทความวิทยศาสตร์ สำหรับคำถามแต่ละบทความจะอยู่ที่ 10-11 ข้อ

ติว SAT Reading Free

เรียนฟรี SAT Reading by ครูพี่ชารมิน จุฬาติวเตอร์

สอบ SAT Writing

ในพาร์ทนี้จะมีคำถาม 44 ข้อโดยแบ่งเป็น 4 passage มีเวลาในการให้ทำข้อสอบส่วนนี้ 35 นาที แต่ละบทความจะมีความยาวประมาณ 400-450 คำ บทความที่มักออกสอบคือ บทความเกี่ยวกับอาชีพ , บทความเกี่ยวกับมนุษยศาสตร์ , บทความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์หรือสังคมศาสตร์ , บทความเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

ติว SAT Writing Free

เรียนฟรี SAT Writing by ครูพี่ชารมิน จุฬาติวเตอร์

SAT คิดคะแนนอย่างไร? scores

SAT คะแนนเต็มพาร์ทละ 800 คะแนน หากรวมทั้ง 2 พาร์ท จะมีคะแนนเต็ม 1,600 คะแนน

แต่หลายๆคนอาจจะทราบกันมาบ้างแล้วว่า การสอบนั้น มีพาร์ท Essay ให้เราเลือกด้วยว่าจะสอบหรือไม่ ซึ่งจะใช้ชื่อว่า essay โดยในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้ใช้คะแนนพาร์ทนี้

แต่หากเราต้องการยื่นคะแนนในต่างประเทศ หลายๆคณะ หลายๆมหาวิทยาลัยจะมีการกำหนดให้เราต้องสอบเพิ่มด้วย SAT with essay มีทั้งหมด2 ข้อ ให้ระยะเวลาการทำข้อละ 25 นาที คะแนนในส่วนนี้ก็จะแยกออกไป

Math คะแนนเต็ม 800 scores

Eng (Evidence-Based Reading and Writing) คะแนนเต็ม 800 scores

รวม 1600 scores

สรุปเนื้อหาของ ข้อสอบ SAT ให้เข้าใจง่ายกันเสียหน่อยดีกว่า

การยื่นคะแนนในคณะต่างๆก็จะมีเกณฑ์แตกต่างกันออกไป บางคณะเน้นยื่นคะแนนรวมทั้ง Math และ Eng บางคณะขอคะแนนเฉพาะพาร์ทใดพาร์ทหนึ่งอยู่ที่ว่าคณะนั้นๆต้องการดูทักษะใด แต่อย่างไรก็ตามรอบสอบของ SAT Exam นั้นมีน้อยมาก เฉลี่ยปีละ 4 รอบ และไม่สามารถเลือกสอบเฉพาะพาร์ทใดพาร์ทหนึ่งได้ ทุกครั้งที่เราสอบเราจะเจอข้อสอบทั้งสองพาร์ทโดยอัตโนมัติ ทางสถาบันจึงขอแนะนำให้เตรียมตัวให้พร้อมทั้งสองพาร์ท เพราะแม้หากไม่ใช้คะแนนในการยื่นโดยตรง แต่คะแนนรวมจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของคะแนนเราให้ดีขึ้นอย่างมาก เรียกง่ายๆว่าช่วยให้ Profile สวยงามมากขึ้นนั่นเองค่ะ

สรุป ข้อสอบ SAT
Sectionจำนวนข้อเวลาในการทำข้อสอบ
Reading Test52 ข้อ65 นาที
Writing and Language Test44 ข้อ35 นาที
Math Test (No calculator)20 ข้อ25 นาที
Math test with calculator38 ข้อ55 นาที

 

สมัครสอบ SAT Registration

ขั้นตอนการสมัครสอบ SAT Registration นั้น ไม่ยากจนเกินความสามารถของทุกๆคนอย่างแน่นอนค่ะ โดยให้เริ่มจากการเข้าเว็บไซต์ของ College Board กด Register now แล้วทำตามขั้นตอน ดังนี้

  1. เลือกเมนู Create account สำหรับใช้งานเว็บ College Board Account หรือหากใครเคยมีข้อมูลอยู่แล้ว ให้ทำการ Sign in ได้เลย
  2. สร้างแอคเคาน์ของเราเอง โดยกรอกข้อมูลส่วนตัวตามที่ระบบขอ สร้าง Username และ Password ไว้ใช้สำหรับเข้าระบบ
  3. ระบบจะขึ้นข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ นามสกุล เพศ และวัน เดือน ปี เกิด ให้เราตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง จากนั้นกด Confirm
  4. กด Continue ในหน้าเว็บที่ขึ้นว่าเราได้สร้างแอคเคาน์สำเร็จแล้ว และกด Continue อีกครั้งในหน้าที่แสดงขั้นตอนการสมัครสอบแบบภาพรวมให้เราดู
  5. กรอกข้อมูลส่วนตัวตามที่ระบบให้กรอก โดยทั่วไปจะเน้นไปที่ข้อมูลด้านการเรียนของตัวเราเอง รวมไปถึงข้อมูลการทำกิจกรรมที่เราสนใจ และข้อมูลการเรียนต่อที่เราวางแผนไว้
  6. จากนั้นเลือก I agree to the SAT Terms and Conditions. เพื่อยอมรับเงื่อนไขของทาง Scholastic Assessment Tests
  7. เลือก test day และสนามสอบ จากนั้นทำการอัพโหลดรูปถ่าย
  8. ตรวจสอบข้อมูลที่ระบบสรุปมาให้อีกครั้ง จากนั้นทำการชำระเงิน โดยชำระได้ทั้งการตัดบัตรเครดิตและ Paypal
  9. หลังจากนั้นจะมี Admission Ticket ให้เรา Print เพื่อนำไปยื่นคู่กับพาสปอร์ตหรือบัตรประชาชนตัวจริงในวันสอบ เราจะ Print ไว้เลยหรือจะเข้าระบบมา Print ภายหลังอีกครั้งก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ

ค่าสอบ SAT เท่าไหร่

ค่าสมัครจะอยู่ที่ $100.50 กรณี สมัครล่าช้า จะมีค่าใช้จ่าย $29 สำหรับคนที่สมัครก่อนสอบไม่ถึง 1 เดือน และการชำระเงินค่าสมัครจะชำระโดยบัตรเดรดิต หรือ PayPal แนะนำควรสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน

SAT Test Date 2022 สอบเมื่อไหร่

August 27, 2022

October 1, 2022

December 3, 2022

March 11, 2023

May 6, 2023

สนามสอบ SAT Test

สนามสอบ SAT จะสอบอยู่ตามโรงเรียนอินเตอร์ในไทย ในกรุงเทพ และต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่เช่น เชียงใหม่ , ชลบุรี , สมุทรปราการ , ภูเก็ต

น้องสามารถเช็คสนามสอบ (ตามข้อมูลภาพด้านล่าง)

ส่วนกรณีที่น้องสมัครสอบ ไปแล้ว “สนามสอบเต็ม” หรือ “สนามที่ได้ไกล” ให้เลือกเมนู “let us find you a test center”ตอนสมัคร ที่เว็บ College Board

จากนั้นจะมีรายชื่อศูนย์สอบต่าง ๆ ขึ้นมาให้เรากดเลือกสนามสอบที่ต้องการ เพื่อรอเป็น Waiting List ของศูนย์สอบนั้น ๆ

และภายใน 1-3 สัปดาห์ทางศูนย์สอบจะติดต่อกลับหาน้องๆ เพื่อ Confirm ที่นั่งสอบ ในกรณีที่ไม่มีที่นั่ง ทางศูนย์สอบจะทำการ Refund คืนเงินค่าสมัครให้กับน้อง

%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A sat %E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E
สนามสอบ SAT กรุงเทพ
สนามสอบ SAT ภาคใต้
สนามสอบ SAT ภาคใต้
สนามสอบ SAT ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ

ติวสอบ SAT

คอร์ส ติว SAT ของเราเป็นคอร์สกลุ่มเล็ก ไม่เกิน 10คน/ห้อง ทำให้ดูแลได้อย่างทั่วถึง น้องๆสามารถถามได้ทันที ที่สงสัย

สอนโดย พี่เปิ้ลและทีมอาจารย์ ที่มากประสบการณ์ในการสอน จึงทำให้น้องๆ มั่นใจได้ว่า คอร์ส ติว คอร์สเดียวสอนทั้ง Math และ Verbal ทั้ง 2 พาร์ท

โดยเนื้อหาหลักสูตรภายในคอร์ส จะสอนตั้งแต่พื้นฐานคณิตศาสตร์ การใช้สูตร คำศัพท์ แบบฝึกหัด จนไปถึง ตัวอย่างข้อสอบ รอบล่าสุด และ ที่พลาดไม่ได้คือ เก็งข้อสอบให้กับน้องๆ ในการพิชิตข้อสอบ


รหัสคอร์ส วันเรียน รอบ เวลา หมายเหตุ เหลือที่นั่ง อาจารย์
SB140123 14 ม.ค. - 5 ก.พ. ส-อา 10:15-16:15
จองที่นั่ง
7 เปิ้ล
SB110223 11 ก.พ. - 5 มี.ค. ส-อา 10:15-16:15
จองที่นั่ง
8 เปิ้ล

Digital SAT Test คืออะไร?

การสอบ Digital SAT คือ การสอบด้วยคอมพิวเตอร์ ที่สนามสอบ ตามโรงเรียนอินเตอร์เหมือนเดิม ไม่มีการสอบที่บ้าน สำหรับ พาร์ทที่สอบ ยังคงมี 2 พาร์ทเหมือนเดิมคือ Math และ Eng โดยเริ่มสอบ March 2023

สรุป การเปลี่ยนแปลง

เวลาทำ ข้อสอบ SAT จากเดิม สอบ 3 ชั่วโมง แต่ Digital SAT สอบ 2 ชั่วโมง

Digital SAT Math ทุกพาร์ทใช้เครื่องคิดเลขได้ และการสอบมี Graphing Calculator ให้

Digital SAT Eng ในส่วนของ Passage จะสั้นลง แล้วตอบ 1 ข้อ

 go to top