SAT คือ? วิธีสมัครสอบ การเตรียมตัวสอบ แนะนำหนังสือ | ครบทุกคำตอบ SAT

ครบทุกเรื่อง SAT ไม่ว่าจะเป็น สนามสอบ sat ค่าสอบ , คืออะไร , ตารางสอบ , ตัวอย่างข้อสอบ , วิธีโทรหา college board , พร้อมคอร์ส เรียน SAT Math และ SAT Verbal รับรองผล
084-942-4261

SAT คือ ข้อสอบวัดความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ จัดสอบโดย College Board ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นข้อสอบที่มีมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับทั่วโลก ในแต่ละปีจะมีการจัดสอบ SAT ประมาณ 4-5 ครั้ง ตารางสอบ SAT จะกระจายอยู่ทั้งในช่วงต้นปีและปลายปี SAT คะแนนเต็มรวมอยู่ที่ 1600คะแนน โดยแบ่งเป็นพาร์ทคณิตศาสตร์ (SAT Math) จะมีคะแนนเต็ม 800 คะแนน ส่วนพาร์ทภาษาอังกฤษ (SAT Reading & Writing) มีคะแนนเต็ม 800 คะแนนเช่นกัน การสอบ SAT ค่าสอบจะอยู่ราวๆประมาณ $150 สำหรับใครที่สนใจสมัครสอบ SAT ก็สามารถเลือกเมนู Registration ในเว็บไซต์ของ College Board ได้เลย

SAT คือ? วิธีสมัครสอบ การเตรียมตัวสอบ แนะนำหนังสือ

 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการสอบ SAT โดยมีเป้าหมายคะแนนในระดับสูงอย่างเพียงพอสำหรับการแข่งขันในการยื่นคณะต่างๆ แต่ค่อนข้างกังวลเรื่องพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ สูตรเยอะแยะ จำได้ไม่ครบถ้วน ขนาดท่องแล้วแต่เวลาทำข้อสอบจริงๆกลับเลือกไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะต้องใช้สูตรไหน ไม่มั่นใจพื้นฐานภาษาอังกฤษ คำศัพท์แปลกตาเยอะมาก แต่ละเรื่องที่นำมาให้อ่านในพาร์ท Reading นั้นยาวมากๆ อ่านไม่ทัน แปลศัพท์ไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบใดแบบหนึ่งอยู่ในขณะนี้ หมดกังวลได้เลยค่ะ ไม่ต้องกลัวอีกแล้วกับปัญหาเดิมๆ เราขอท้าดวลทุกคอร์สที่เคยมีมา ด้วยประสบการณ์การสอนมายาวนาน ทำให้เรามั่นใจได้ว่า คุณจะสอบ SAT ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเสียเวลาวิตกกังวลอย่างไม่มีจุดหมายปลายทางอีกต่อไป

SAT ย่อมาจาก Scholastic Assessment Tests เป็นข้อสอบวัดความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ (Math) และภาษาอังกฤษที่ครอบคลุมทักษะการอ่านวิเคราะห์และหลักไวยกรณ์ (Evidence-Based Reading and Writing) แต่ด้วยความที่ชื่อเรียกค่อนข้างยาว เราจึงมักนิยมเรียกพาร์ทภาษาอังกฤษนี้ว่า SAT Eng นอกจากนี้ยังมีทักษะการเขียน (Essay) ด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมักจะใช้คะแนน SAT Math และ SAT Eng มากกว่า แต่สำหรับ Essay นั้นแทบจะไม่ได้ใช้เลย ยกเว้นเสียแต่ว่าเราจะสมัครเรียนต่างประเทศ ทั้งนี้เราสามารถเลือกได้ว่าจะสอบ Essay หรือไม่โดยเลือกเมื่อเราทำเรื่องสมัครสอบในระบบออนไลน์ ค่าธรรมเนียมยมการสอบแบบมี Essay และไม่มี Essay ก็จะไม่เท่ากันด้วยค่ะ

SAT สอบอะไรบ้าง

ข้อสอบ SAT ประกอบไปด้วย 2 ส่วน ดังนี้

  1. Evidence-Based Reading and Writing แบ่งออกเป็น 2 ส่วนย่อยๆ ได้แก่
    • Section 1 Reading Test มีจำนวน 52 ข้อ โดยให้ระยะเวลา 65 นาที
    • Section 2 Writing and Language Test มีจำนวน 44 ข้อ จาก 4 บทความ โดยให้ระยะเวลา 35 นาที
  2. Mathematical Reasoning แบ่งออกเป็น 2 ส่วนย่อยๆ ได้แก่
    • Section 3 Math Test – No Calculator แบ่งเป็นแบบเลือกตอบ 15 ข้อ และเติมคำตอบ 5 ข้อ โดยให้ระยะเวลา 35 นาที
    • Section 4 Math Test – Calculator แบ่งเป็นแบบเลือกตอบ 30 ข้อ และเติมคำตอบ 8 ข้อ โดยให้ระยะเวลา 55 นาที

SAT คะแนนเต็มเท่าไหร่

SAT คะแนนเต็มพาร์ทละ 800 คะแนน หากรวมทั้ง 2 พาร์ท  จะมีคะแนนเต็ม 1,600 คะแนน แต่หลายๆคนอาจจะทราบกันมาบ้างแล้วว่า การสอบ SAT นั้น มีพาร์ท Essay ให้เราเลือกด้วยว่าจะสอบหรือไม่ ซึ่งจะใช้ชื่อว่า SAT with essay โดยในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้ใช้คะแนนพาร์ทนี้ แต่หากเราต้องการยื่นคะแนนในต่างประเทศ หลายๆคณะ หลายๆมหาวิทยาลัยจะมีการกำหนดให้เราต้องสอบเพิ่มด้วย SAT with essay มีทั้งหมด2 ข้อ ให้ระยะเวลาการทำข้อละ 25 นาที คะแนนในส่วนนี้ก็จะแยกออกไป

  • SAT Math คะแนนเต็ม 800 คะแนน
  • SAT Eng (Evidence-Based Reading and Writing) คะแนนเต็ม 800 คะแนน
  • รวม 1600 คะแนน

สรุปเนื้อหาของข้อสอบ SAT ให้เข้าใจง่ายกันเสียหน่อยดีกว่า

Section จำนวนข้อ เวลาในการทำข้อสอบ
Reading Test 52 ข้อ 65 นาที
Writing and Language Test 44 ข้อ 35 นาที
Math Test (No calculator) 20 ข้อ 25 นาที
Math test with calculator 38 ข้อ 55 นาที

 

การยื่นคะแนนในคณะต่างๆก็จะมีเกณฑ์แตกต่างกันออกไป บางคณะเน้นยื่นคะแนนรวมทั้ง SAT Math และ SAT Eng บางคณะขอคะแนนเฉพาะพาร์ทใดพาร์ทหนึ่งอยู่ที่ว่าคณะนั้นๆต้องการดูทักษะใด แต่อย่างไรก็ตามรอบสอบของ SAT นั้นมีน้อยมาก เฉลี่ยปีละ 4 รอบ และไม่สามารถเลือกสอบเฉพาะพาร์ทใดพาร์ทหนึ่งได้ ทุกครั้งที่เราสอบเราจะเจอข้อสอบทั้งสองพาร์ทโดยอัตโนมัติ ทางสถาบันจึงขอแนะนำให้เตรียมตัวให้พร้อมทั้งสองพาร์ท เพราะแม้หากไม่ใช้คะแนนในการยื่นโดยตรง แต่คะแนนรวมจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของคะแนนเราให้ดีขึ้นอย่างมาก เรียกง่ายๆว่าช่วยให้ Profile สวยงามมากขึ้นนั่นเองค่ะ

คอร์สเรียน SAT รับรองผล

เพื่อให้การทำคะแนนนั้นเป็นไปตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้ แน่นอนว่าการเตรียมตัวให้พร้อมนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากจนแทบจะปฏิเสธไม่ได้ ยิ่งเตรียมตัวดี เตรียมตัวล่วงหน้าได้นาน ก็จะยิ่งได้เปรียบกว่า ที่จุฬาติวเตอร์จึงมีคอร์สเรียนเพื่อเตรียมสอบ SAT ควบคู่กับ CU-AAT เพื่อให้ทุกคนที่กำลังจะสอบสามารถเตรียมตัวได้อย่างไร้ขีดจำกัดไปกับ SAT/CU-AAT Hybrid Course รับรองผล SAT 1,350 คะแนน ด้วยรูปแบบคอร์สเรียนที่สอนสด เสริมด้วยคอร์สเรียนแบบออนไลน์ เน้นการเรียนแบบกลุ่มเล็กเพียง 10 ที่นั่ง/ห้อง มาพร้อมกับการสอบวัดระดับเพื่อแบ่งกลุ่มการเรียนให้นักเรียนระดับพื้นฐานเดียวกันเรียนด้วยกัน ลดช่องว่างของพื้นฐานที่ห่างกันจนเกินไป หมดกังวลกับปัญหาตามเพื่อนในคอร์สไม่ทัน กลัวว่าจะช้ากว่าคนอื่น จุใจไปกับแบบฝึกหัดมากว่า 1,500 ข้อ ที่เราเตรียมมาให้ฝึกทำกันอย่างเต็มที่ เพราะกุญแจสำคัญของการทำคะแนน SAT ในระดับสูง คือการเรียนรู้ลักษณะของคำถามให้ได้มากที่สุด ฝึกวิธีการหาคำตอบสำหรับโจทย์ทุกรูปแบบที่มีแนวโน้มจะได้เจอในห้องสอบ เพราะด้วยประสบการณ์การติว SAT มาอย่างยาวนาน แน่นอนว่าในคอร์สเรียนจะมีแนวข้อสอบให้ด้วยค่ะว่า SAT นั้นมักจะออกในลักษณะแบบใด

คอร์สเรียน SAT / CU-AAT Hybrid Course มีวัตถุประสงค์อยากให้คะแนนของทุกคนอยู่ในเกณฑ์ที่สูงเพียงพอสำหรับการยื่นในคณะต่างๆ เราจึงสร้างบรรยากาศการเรียนให้มีความเข้มข้นเพียงพอ นอกจากเนื้อหาการเรียน การตะลุยโจทย์ เรียนรู้วิธีการหาคำตอบในห้องเรียนแล้ว เรายังมีการบ้านเสริมเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้น้องๆได้ทบทวนบทเรียนอบ่างสม่ำเสมออีกด้วย และสุดพิเศษด้วยการแถมฟรี Moc Test จำลองการสอบเสมือนจริงในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนสอบ ให้ทุกคนได้ฝึกการทำข้อสอบภายใต้สถานการณ์ที่เหมือนอยู่สนามสอบจริง ได้ทั้งการฝึกบริหารเวลา ฝึกควบคุมความตื่นเต้น และที่สำคัญคือ ได้รู้ด้วยว่าเมื่อต้องทำข้อสอบอย่างต่อเนื่องยาวนานและเรียงลำดับตามการสอบจริง เรายังมีข้อผิดพลาดใดหลงเหลืออยู่บ้าง หรือเกิดปัญหาใดระหว่างการทำข้อสอบบ้าง

การได้คะแนนสูงๆจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยคอร์สเรียน SAT / CU-AAT Hybrid Course ที่เน้นการเตรียมตัวอย่างเข้มข้นและครอบคลุมเพื่อเป้าหมายในการพิชิตคะแนนให้ได้ตามที่คาดหวัง คอร์สเรียนที่ยังคงสไตล์ easy to be expert ในแบบฉบับของจุฬาติวเตอร์



รหัสคอร์ส วันเรียน รอบ เวลา หมายเหตุ Test Date Exam
เหลือที่นั่ง อาจารย์
satb0821 21 ส.ค. – 26 ก.ย. ส-อา 10:00-16:00

จองที่นั่ง



5

 


สมัครสอบ SAT ทำอย่างไร

ขั้นตอนการสมัครสอบ SAT นั้น ไม่ยากจนเกินความสามารถของทุกๆคนอย่างแน่นอนค่ะ โดยให้เริ่มจากการเข้าเว็บไซต์ของ College Board กด Register now แล้วทำตามขั้นตอน ดังนี้

  1. เลือกเมนู Create account หรือหากใครเคยมีข้อมูลอยู่แล้ว ให้ทำการ Sign in ได้เลย
  2. สร้างแอคเคาน์ของเราเอง โดยกรอกข้อมูลส่วนตัวตามที่ระบบขอ สร้าง Username และ Password ไว้ใช้สำหรับเข้าระบบ
  3. ระบบจะขึ้นข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ นามสกุล เพศ และวัน เดือน ปี เกิด ให้เราตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง จากนั้นกด Confirm
  4. กด Continue ในหน้าเว็บที่ขึ้นว่าเราได้สร้างแอคเคาน์สำเร็จแล้ว และกด Continue อีกครั้งในหน้าที่แสดงขั้นตอนการสมัครสอบแบบภาพรวมให้เราดู
  5. กรอกข้อมูลส่วนตัวตามที่ระบบให้กรอก โดยทั่วไปจะเน้นไปที่ข้อมูลด้านการเรียนของตัวเราเอง รวมไปถึงข้อมูลการทำกิจกรรมที่เราสนใจ และข้อมูลการเรียนต่อที่เราวางแผนไว้
  6. จากนั้นเลือก I agree to the SAT Terms and Conditions. เพื่อยอมรับเงื่อนไขของทาง Scholastic Assessment Tests
  7. เลือกรอบสอบ และสนามสอบ จากนั้นทำการอัพโหลดรูปถ่าย
  8. ตรวจสอบข้อมูลที่ระบบสรุปมาให้อีกครั้ง จากนั้นทำการชำระเงิน โดยชำระได้ทั้งการตัดบัตรเครดิตและ Paypal
  9. หลังจากนั้นจะมี Admission Ticket ให้เรา Print เพื่อนำไปยื่นคู่กับพาสปอร์ตหรือบัตรประชาชนตัวจริงในวันสอบ เราจะ Print ไว้เลยหรือจะเข้าระบบมา Print ภายหลังอีกครั้งก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ

SAT ค่าสอบเท่าไหร่

ข้อสอบ SAT ค่าสอบสำหรับการสอบในประเทศไทยจะอยู่ที่ $105

 

ตารางสอบ SAT 2021

Test Date Early Registration via Representation Registration Deadline Deadline for Changes
March 13, 2021 January 27, 2021 February 12, 2021 March 2, 2021
May 8, 2021 March 24, 2021 April 8, 2021 April 27, 2021
June 5, 2021 n/a n/a n/a

 

สนามสอบ SAT

สนามสอบ sat กรุงเทพ
สนามสอบ sat กรุงเทพ
สนามสอบ sat ภาคกลางและภาคตะวันออก
สนามสอบ sat ภาคกลางและภาคตะวันออก
สนามสอบ sat ภาคเหนือ
สนามสอบ sat ภาคเหนือ
สนามสอบ sat ภาคใต้
สนามสอบ sat ภาคใต้

 

สนามสอบ SAT เต็ม ควรทำอย่างไรดี

เมื่อเราสมัครสอบแล้ว ในขณะที่ทุกอย่างก็เหมือนจะราบรื่นดี แต่พอถึงขั้นตอนที่จะต้องเลือกสถานที่สอบกลับพบว่า “สนามสอบ SAT เต็ม” หรืออาจจะว่างแค่สนามสอบที่เป็นจังหวัดอื่นๆซึ่งค่อนข้างไกลและเดินทางไม่สะดวก แนะนำว่าอย่าเพิ่งตกใจ เพราะกรณีแบบนี้สามารถแก้ไขได้ ไม่ยากค่ะ

ก่อนอื่นให้เลือกคำว่า let us find you a test center จากนั้นจะมีรายชื่อศูนย์สอบต่าง ๆ ขึ้นมาให้เรากดเลือกสนามสอบที่ต้องการ เพื่อรอเป็น Waiting List ของศูนย์สอบนั้น ๆ และจะมีการคอนเฟิร์มกลับมาทางอีเมลหลังจากการชำระเงินประมาณ 1-3 สัปดาห์ ว่าสนามสอบของเราคือที่ไหน ซึ่งอาจจะได้สนามสอบตามที่เราเลือกไว้หรืออาจจะได้สนามสอบอื่นก็ได้ แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ตามที่เลือกไว้มากนัก เนื่องจากจะมีการกระจายรายชื่อของ waiting list ไปยังศูนย์สอบใหญ่ๆมากกว่านั่นเองค่ะ

สำหรับใครที่ทำ Waiting List แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการคอนเฟิร์มศูนย์สอบภายใน 1-3 สัปดาห์ แนะนำว่าให้รีบติดต่อกับทาง CollegeBoard โดยการโทรศัพท์หรืออีเมลไปแจ้งข้อมูลเพื่อติดตามเรื่อง และสุดท้ายในกรณีที่ไม่สามารถหาศูนย์สอบได้ ทาง CollegeBoard จะทำการรีฟันด์เงินคืนให้กับทางผู้สอบต่อไปค่ะ

ตารางสอบ SAT

ตารางสอบในแต่ละปี จะจัดสอบประมาณ 4 รอบ ได้แก่ช่วงเดือนมีนาคม เดือนพฤษภาคม เดือนตุลาคม และเดือนพฤศจิกายน โดยเราสามารถเข้าไปติดตามการอัพเดตตารางสอบในแต่ละปีผ่านเว็บไซต์ของ Collage Board ได้โดยตรง


วิธีสมัครสอบ SAT

  1. เข้าเว็บไซต์ https://www.collegeboard.org/ หากมีแอคเคาน์แล้วให้ทำการกรอก Username และ Password เพื่อเข้าสู่ระบบการสมัครสอบ แต่หากยังไม่มีแอคเคาน์ ให้คลิกที่เมนู “Sign up”
  2. คลิกที่เมนู “I am a student”
  3. กรอกข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด และอีเมล โดยข้อมูลส่วนนี้จะต้องตรงตามบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ซึ่งต้องรอบคอบเป็นพิเศษในการกรอกข้อมูลนี้ เนื่องจากหากเราทำการยืนยันความถูกต้องแล้ว ข้อมูลเหล่านี้จะไม่สามารถแก้ไขได้นั่นเอง
  4. กรอกข้อมูลปีที่เราจบการศึกษาในระดับชั้นม.ปลาย และดำเนินการดังต่อไปนี้
    – คลิกที่ “Outside the U.S.”
    – ใส่ชื่อโรงเรียนของเรา หรือหากใครที่จบม.ปลายมานานแล้ว ก็สามารถเลือกเมนู “I am no longer in high school / My school is not listed.” ได้
    – ตั้ง Username และ Password สำหรับใช้เข้าระบบในครั้งต่อ ๆ ไป ซึ่งข้อมูลนี้มีความสำคัญมาก ๆ แนะนำว่าควรจดโน้ตไว้เพื่อป้องกันการลืม
    – เลือกคำถามที่และคำตอบสำหรับไว้ใช้ในการยืนยันตัวตนในอนาคต โดยแนะนำเลือกคำถามและคำตอบที่เราจำได้ดี
  5. คลิกที่เมนู “Outside the U.S.” จากนั้นกรอกข้อมูลที่อยู่ โดยให้ใส่ข้อมูลที่อยู่ของเรากระจายไปให้ครบ 3 บรรทัด และหลีกเลี่ยงการใส่เครื่องหมายพิเศษต่าง ๆ เช่น ( / ) ( , ) เพราะหากเราใส่เครื่องหมายเหล่านี้ ระบบจะไม่ให้ผ่าน ต่อมาระบบจะถามว่าเราต้องการการแจ้งเตือนต่าง ๆ หรือไม่ หากเรามีความต้องการ ก็ให้คลิกตรงคำว่า “Get text messages from the College Board…..” ได้เลย
  6. คลิกตรง “Send me information about College Board programs” หากเราต้องการรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโปรแกรมต่าง ๆ ของ College Board แต่หากไม่ต้องการก็สามารถข้ามไปในส่วนของ Parent Information ได้เลย โดยข้อมูลส่วนนี้จะสอบถามชื่อ นามสกุล และอีเมลของผู้ปกครอง เพื่อที่หากมีอีเมลส่งมาแจ้งเตือนเรา เราก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ส่งถึงผู้ปกครองเราด้วยหรือไม่ แม้ข้อมูลส่วนนี้จะไม่ได้บังคับให้กรอก แต่หากใครเป็นคนไม่ค่อยเช็คอีเมล แนะนำว่าให้ใส่ข้อมูลนี้ไปด้วยค่ะ จากนั้นคลิกที่ “I agree with the Terms & Conditions.” แล้วคลิก “Next”
  7. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล โดยหากข้อมูลถูกต้อง ให้คลิกตรงช่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ จากนั้นคลิก “Confirm”
  8. เข้าสู่หน้า SAT Registration ให้เราคลิกที่เมนู “Continue” ตรงมุมด้านล่างขวา
  9. ระบบจะขึ้นข้อมูลส่วนตัวมาให้อีกครั้ง โดยในขั้นตอนนี้จะไม่สามารถแก้ไขชื่อ นามสกุลได้ แต่ยังสามารถแก้ไขเพศและวัน เดือน ปี เกิดได้อยู่ ซึ่งระบบก็จะมีแจ้งเตือนให้เราตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้อีกครั้ง เพราะหลังจากนี้จะไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว
  10. กรอกข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนระดับชั้นม.ปลายของเรา ดังนี้
    – ตรงคำว่า “Your Expected Graduation Date” ให้ใส่เดือนปีที่คาดว่าเราจะจบม.6หรือเทียบเท่า
    – ตรงคำว่า “Current Grade Level” คือให้ใส่ระดับชั้นปัจจุบัน โดยในระบบจะให้ตัวเลือกมาเป็น Grade ซึ่งเป็นการแบ่งระดับชั้นของอเมริกา หากใครอยู่โรงเรียนไทยหรือระบบอื่น ๆ ให้เทียบระดับชั้นได้เลย เช่น Grade 12 จะเทียบเท่ากับ ม.6 ส่วน Grade 11 จะเทียบเท่ากับ ม.5 เป็นต้น จากนั้นย้อนขึ้นมาบรรทัดแรก ๆ แล้วคลิก “Find Your School” เพื่อค้นหารายชื่อโรงเรียนของเรา
  11. คลิกตรงคำว่า “Outside the United States” แล้วทำการเลือกประเทศ จากนั้นคลิกตรงเมนู “Search for High School” ระบบจะมีรายชื่อโรงเรียนในประเทศของเราขึ้นมาให้เลือก เราก็สามารถคลิกเมนู “Select” ตรงชื่อโรงเรียนเราได้เลย แต่เนื่องจากระบบจะมีเฉพาะรายชื่อโรงเรียนนานาชาติเท่านั้น ใครที่เรียนโรงเรียนไทยหรือเรียน Home School ให้คลิกเมนู “Can’t find your high school?” จากนั้น ….
    – ให้คลิกเมนู “Select” ตรงคำว่า “My high school is not listed” สำหรับคนที่เรียนโรงเรียนไทย
    – ให้คลิกเมนู “Select” ตรงคำว่า “I am home-schooled” สำหรับคนที่เรียน Home School
  12. กรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้สอบ ได้แก่ เชื้อชาติ/สัญชาติ ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง ภาษา ศาสนา จากนั้นคลิกที่ “Continue”
  13. ระบบจะสอบถามเกี่ยวกับการเลือกบริการเสริม Student Search Service โดยเป็นบริการทางด้านข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการศึกษา วิทยาลัย/มหาวิทยาลัย ทุนการศึกษา หรืออื่น ๆ และสอบถามถึงแพลนการเรียน Advance Placement ให้ทำการเลือกตามคำแนะนำดังนี้ เสร็จแล้วคลิก “Continue”
    – กรณี Student Search Service ให้คลิก “Yes, definitely!” หากเราต้องการ หรือคลิก “No, thanks.” หากเราไม่ต้องการ
    – กรณี Advance Placement ให้คลิก “Yes,….” definitely!” หากเรามีแผนว่าจะเรียน หรือคลิก “No, ……” หากเราไม่มีแผนที่จะเรียน

  14. กรอกข้อมูล GPA โดยประมาณ รวมไปถึงระดับผลการเรียนอย่างคร่าว ๆ ในรายวิชา Mathematics, Science และ Writing จากนั้นคลิกที่ “Continue”
  15. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับด้านต่าง ๆ ดังนี้
    – ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนวิชา Math, English, Science, Social Studies และ Languages โดยให้ข้อมูลว่าแต่ละหัวข้อของแต่ละรายวิชา เราได้เรียนอะไรมาบ้าง เรียนมาตั้งแต่ระดับชั้นใด หรือมีการวางแผนว่าจะเรียนในช่วงใด โดยกรอกไปทีละวิชา โดยหากกรอกเสร็จในวิชาใดแล้วให้คลิก “Continue” เพื่อกรอกข้อมูลในวิชาถัดไปจนครบ 5 วิชา
    – ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมหรือเรื่องที่เราสนใจ
    – ข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่เราวางแผนที่จะศึกษาต่อ
    โดยข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ไม่ได้มีผลกับคะแนนสอบ เราสามารถกรอกอย่างคร่าว ๆ ได้ เมื่อกรอกเสร็จแต่ละหัวข้อให้คลิก “Continue” ไปเรื่อย ๆ หรือหากเรามีเวลาน้อย เราสามารถคลิก “Update Later” เพื่อข้ามขั้นตอนเหล่านี้ไปก่อนได้ แต่ก็ต้องหาเวลามากรอกข้อมูลให้ครบอีกครั้งนะคะ
  16. คลิก “I agree to the SAT Terms and Conditions.” จากนั้นคลิก “Continue”
  17. คลิกตรงคำว่า “Outside the United States” จากนั้นเลือกประเภทข้อสอบว่าจะสอบ SAT หรือ SAT Subject Test โดยในที่นี้เราจะเน้นไปที่ SAT ก่อน
  18. เลือกรอบสอบที่เราต้องการ ซึ่งจะมีรอบสอบใดบ้างจะขึ้นอยู่กับช่วงที่เราเข้าไปสมัคร โดยระบบจะขึ้นให้เฉพาะรอบสอบที่สามารถสมัครได้เท่านั้น จากนั้นให้เลือกว่าเราจะสอบ SAT Essay ด้วยหรือไม่ ซึ่งหากสอบจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจำนวน $16 หรือจะไม่สอบก็ได้ ทั้งนี้ การจะใช้คะแนน SAT Essay หรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับคณะที่เราต้องการสมัครเรียนเป็นหลักค่ะ
  19. คลิกคำว่า “No” ในหัวข้อ Testing Accommodations และ Fee Waiver ยกเว้นหากใครที่มีความพิการหรือความบกพร่องทางด้านร่างกาย จะต้องเลือก “Yes” ในหัวข้อ Testing Accommodations เพื่อให้ทางศูนย์สอบจดเตรียมบริการที่เหมาะสมให้ต่อไป ส่วนหัวข้อ Question-and-Answer Service นั้นจะแล้วแต่ทางผู้สมัครสอบว่าต้องการบริการเกี่ยวกับคำถาม คำตอบหลังสอบเสร็จหรือไม่
  20. เข้าสู่ขั้นตอนของการเลือกสนามสอบ โดยให้ทำการเลือกประเทศเป็น Thailand จากนั้นคลิกตรงคำว่า “Search by Country or Region” แล้วทำการเลือกสนามสอบที่เราต้องการ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสนามสอบจะเป็นโรงเรียนนานาชาติทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด หากเราเลือกได้แล้วให้คลิกคำว่า “Select”ตรงชื่อสนามสอบที่เราต้องการได้เลย แต่หากกรณีศูนย์สอบเต็ม ไม่มีเมนูให้เรากดเลือกสนามสอบ ให้เราทำการคลิกที่คำว่า “Let us find you a test center” เพื่อให้ทาง college board ทำการหาศูนย์สอบให้เราภายหลัง จากนั้นจะมีหน้าต่าง “We’ll Find a Test Center For you” ขึ้นมา ให้เราอ่านรายละเอียดให้เรียบร้อยแล้วคลิก “Continue” ระบบจะขึ้นตารางสนามสอบมาให้เราเลือกอีกครั้ง โดยให้เราเลือกสนามสอบที่เราต้องการ แล้วคลิก “My Ideal Test Center” ระบบจะขึ้นสรุปเรื่องสนามสอบให้เราอีกครั้ง หากข้อมูลถูกต้องให้คลิก “Continue”
    หมายเหตุ : เราจะทราบผลว่าเราได้สนามสอบที่ใดประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากที่เราสมัครและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสนามสอบที่ได้นั้นอาจจะเป็นที่เดียวกันกับที่เราเลือกไว้หรือไม่ก็ได้
  21. อัพโหลดรูปถ่ายของผู้สอบลงไป โดยจะต้องเป็นรูปตามลักษณะที่ทาง college board กำหนด ให้เราคลิกคำว่า “Upload Photo” เลือกช่องทางที่จะนำรูปเข้า จากนั้นปรับครอปรูปตามความเหมาะสม แล้วคลิก “Save Image” และ “Continue”
  22. ระบบจะนำเสนอหนังสือเตรียมสอบต่าง ๆ ให้เรา หากใครสนใจอยากซื้อหนังสือเตรียมสอบจากทาง college board ก็สามารถสั่งซื้อได้จากขั้นตอนนี้ แต่หากไม่ต้องการสามารถคลิก “Continue” ได้เลย ซึ่งหลังจากนั้นระบบจะขึ้นสรุปข้อมูลพร้อมรูปถ่ายที่เรากรอกไปมาให้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง ตามรูปตัวอย่างที่แนบมานี้ แต่ขออนุญาตเบลอไว้เล็กน้อย เนื่องจากอาจจะมีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่นั่นเอง
  23. หลังจากนั้นให้ทำการตรวจสอบค่าใช้จ่ายและเตรียมบัตรเครดิตให้พร้อมสำหรับการชำระเงิน จากนั้นคลิก Make Payment ตรงหัวข้อ Submit Your Order ซึ่งเมื่อเราคลิกแล้ว ระบบจะแสดงหน้าต่าง Confirm Your Information ขึ้นมา ให้เราคลิกตรงคำว่า “I agree with this information.” จากนั้นคลิก “Continue”
  24. เลือกช่องทางการชำระเงิน จากนั้นคลิก “Submit”
  25. กรอกรายละเอียดการชำระเงินตามช่องทางที่เราเลือกไว้ จากนั้นคลิก “Submit” ถือเป็นอันสิ้นสุดขั้นตอนการสมัครสอบ และเราจะได้รับอีเมลยืนยันจากทาง college board ด้วย

 

หลังจากทำการชำระเงินเรียบร้อย หากใครที่สมัครสอบตอนที่สนามสอบยังว่าง ไม่ต้องรอสนามสอบภายหลังจะสามารถ Print Admission Ticket ออกมาได้เลย แต่หากอยู่ระหว่างการรอสนามสอบ จะสามารถ Print Admission Ticket ได้อีกครั้งเมื่อเราได้สนามสอบเรียบร้อยแล้ว โดย Admission Ticket นั้น มีไว้สำหรับยืนยันการสมัครสอบกับเจ้าหน้าที่คุมสอบ โดยยื่นควบคู่กับบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตในวันสอบจริง ดังนั้นเราจะ Print Admission Ticket เมื่อไหร่ก็ได้ ขอเพียงแค่ให้ทันวันสอบจริงก็พอค่ะ


แนะนำหนังสือเตรียมสอบ SAT

“อยากอ่านหนังสือเตรียมสอบ SAT ควรอ่านเล่มไหนดี” คำถามที่น้อง ๆ หลายคนต่างสงสัย เพราะแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หนังสือเตรียมสอบทุกวันนี้มีเยอะมาก มีทั้งหนังสือที่เน้นตะลุยโจทย์ หนังสือที่เน้นการอธิบายเนื้อหาอย่างละเอียดแล้วมาพร้อมกับชุดแนวข้อสอบแบบ one stop service นอกจากนี้ยังมีหนังสือ SAT ที่แยกเป็นพาร์ท ๆ มาให้อีกด้วย มีเยอะจนตาลายขนาดนี้ ถึงเวลาต้องเลือกอ่านกันหน่อยแล้ว ซึ่งวันนี้ พี่ ๆ จุฬาติวเตอร์จะมาแนะนำหนังสือเตรียมสอบให้น้อง ๆ ที่ยังเลือกไม่ถูกกันค่ะ ว่าเราควรจะอ่านเล่มไหนดี

1. Collage Board; The Official SAT Study Guide

หนังสือเตรียมสอบเล่มแรกที่อยากแนะนำ เนื่องจากเป็นหนังสือที่จัดทำโดย Collage Board ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการเรื่องการสอบโดยตรง ดังนั้น เรื่องของแนวข้อสอบและข้อมูลจะเป็นทางการและค่อนข้างใกล้เคียงข้อสอบจริง ในหนังสือเตรียมสอบเล่มนี้ จะมีทั้งส่วนที่เป็นเคล็ดลับการเตรียมสอบ ตัวอย่างข้อสอบและข้อสอบจริง อีกทั้งยังมีการอธิบายเฉลยอย่างละเอียดให้อีกด้วย สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มเตรียมตัว หรือยังไม่เคยสอบมาก่อน The Official SAT Study Guide เล่มนี้ ช่วยได้เยอะทีเดียวค่ะ

Collage Board; The Official SAT Study Guide
Collage Board; The Official Scholastic Assessment Tests Study Guide

2. The Princeton Review; Crack the SAT PREMIUM

เป็นหนังสือเตรียมสอบอีกหนึ่งเล่มที่จะเน้นการตะลุยโจทย์ค่อนข้างเยอะ โดยหากเปรียบเทียบเล่มนี้กับ Cracking the Scholastic Assessment Tests ธรรมดา หนังสือเล่มนี้จะพิเศษตรงที่จะมีข้อสอบเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการทบทวนในหัวข้อต่าง ๆ ที่มีการออกสอบอีกด้วย และที่พลาดไม่ได้เลยคือ หนังสือเตรียมสอบเล่มนี้มีอธิบายเฉลยอย่างละเอียดให้ด้วย

The Princeton Review Crack the SAT PREMIUM
The Princeton Review Crack the Scholastic Assessment Tests PREMIUM

3. KAPLAN SAT Prep 2020

หนังสือเตรียมสอบที่มีครบทั้งการทบทวนพื้นฐานในหัวข้อที่ออกสอบ และอัดแน่นไปด้วยโจทย์อีกหลายร้อยข้อ ที่ไม่เพียงแต่จะให้เราได้เห็นแนวข้อสอบเท่านั้น แต่จะให้กลยุทธ์และเทคนิคการทำข้อสอบอีกด้วย แต่สำหรับใครที่ยังไม่แม่นคณิตศาสตร์มากนัก อาจจะเก็บเล่มนี้ไว้ฝึกทำตอนที่พื้นฐานเริ่มดีแล้วจะเหมาะกว่าค่ะ

KAPLAN SAT Prep 2020
KAPLAN Scholastic Assessment Tests Prep 2020

4. BARRON’S SAT PREMIUM STUDY GUIDE

หนังสือเตรียมสอบเล่มสุดท้ายที่เราอยากแนะนำคือ BARRON’S; Scholastic Assessment Tests PREMIUM STUDY GUIDE ค่ะ โดยปกติแล้วหนังสือจาก BARRON’S จะทำโจทย์ออกมาค่อนข้างยาก จึงอาจจะเหมาะกับน้อง ๆ ที่ผ่านการฝึกทำข้อสอบมาเยอะแล้ว หรือมีพื้นฐานที่ดีมาก ๆ แล้ว แต่อยากทำโจทย์เพิ่มเพื่อความมั่นใจที่มากขึ้นนั่นเองค่ะ

BARRON’S SAT PREMIUM STUDY GUIDE
BARRON’S SAT PREMIUM STUDY GUIDE

และนี่ก็คือหนังสือเตรียมสอบ Scholastic Assessment Tests ที่พี่ ๆ จุฬาติวเตอร์นำมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งน่าจะพอช่วยให้น้อง ๆ ที่ยังไม่รู้จะเลือกอ่านหนังสือเล่มไหนดีได้ตัดสินใจง่ายขึ้น การอ่านหนังสือเตรียมสอบ SAT เป็นหนึ่งในวิธีการเตรียมตัวที่เริ่มต้นได้ง่ายที่สุด น้อง ๆ คนไหนที่กำลังจะสอบ Scholastic Assessment Tests หรือรู้แล้วว่าในอนาคตเราต้องสอบเพื่อยื่นสมัครเรียน ก็สามารถเริ่มเตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้เลยค่ะ หรือหากใครอยากจะเรียน SAT แบบจริง ๆ จัง ๆไปเลย ที่จุฬาติวเตอร์ก็มีคอร์สเรียนรับรองผลไว้ให้น้อง ๆ ได้เตรียมตัวกันด้วย

พวกเราทุกคนที่จุฬาติวเตอร์ ขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ สอบผ่านและได้คะแนนตามที่วางเป้าหมายไว้กันทุกคนเลยนะคะ

follow us on instagram for more: chulatutor

 


คำถามยอดฮิต SAT

ถ้าสนามสอบ SAT เต็ม จะทำอย่างไรได้บ้าง ?

หากเราพบว่าสนามสอบเต็ม เราสามารถเลือกเมนู Let us find a test center. ที่อยู่ด้านล่างตารางสนามสอบ เพื่อให้ทาง College Board ดำเนินการหาสนามสอบให้เราได้ โดยหลังจากเลือกเมนูดังกล่าวแล้ว ให้กรอกข้อมูลต่อตามปกติและชำระเงิน หลังจากนี้ก็เหลือเพียงแค่รอการแจ้งกลับมาเท่านั้นว่าเราจะได้สนามสอบเป็นที่ใด โดยจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

เราสามารถเปลี่ยนสนามสอบ SAT ได้หรือไม่ ?

สามารถเปลี่ยนได้ โดยในระบบการสมัครสอบ จะมีเมนูให้เลือกสำหรับการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการลงทะเบียน ซึ่งเราสามารถ Log in เข้าไปดำเนินการในระบบดังกล่าวได้เลย

วันสอบ SAT ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ?

สิ่งที่ต้องเตรียมไปในวันสอบ คือ Admission Ticket ของรอบสอบนั้นๆ สำหรับใครที่สมัครสอบไว้หลายรอบ แนะนำว่าต้องระมัดระวังเรื่อง Admission Ticket ที่ไม่ตรงกับรอบสอบ นอกจากนี้ยังต้องเตรียมบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ดินสอ 2B และเครื่องคิดเลขตามรูปแบบที่ Scholastic Assessment Tests กำหนด โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องคิดเลขได้ในระบบการสมัครสอบ

-->  go to top