TOEFL คือ มีสอบกี่แบบ คะแนนเต็มเท่าไร ติว TOEFL CHULA TUTOR

TOEFL

ทำความรู้จักกับข้อสอบ TOEFL คืออะไร , ข้อสอบมีกี่แบบ และ TOEFL สอบอะไรบ้าง พร้อมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่ควรรู้สมัครสอบ พร้อมทั้งคอร์สติวสอบ มีทั้งแบบ คอร์สเรียนสอนสด รับรองผล , คอร์สติวออนไลน์ และ คอร์สเรียนตัวต่อตัว ผู้เรียนสามารถเลือกวันและเวลาเรียนได้ ด้วยรูปแบบคอร์ส Hybrid Learning

TOEFL คืออะไร ?

TOEFL หรือ Test of English as a Foreign Language เรียกสั้น ๆ ว่า โทเฟิล/โทเฟล เป็นแบบทดสอบความสามารถภาษาอังกฤษ โดยยึดตามภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน (American English) ซึ่ง TOEFL เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในอเมริกาโดยเฉพาะและผู้ที่จะสมัครงานในบริษัทต่างชาติ ส่วนใหญ่ตามสถาบันการศึกษาหรือบริษัทเอกชนต่าง ๆ จะกำหนดว่าต้องได้คะแนน TOEFL ประมาณ 79/120 (แบบใหม่) หรือ 550/677 (แบบเก่า)

TOEFL มีอายุเพียงแค่ 2 ปีนับจากวันสอบเท่านั้น ถ้าหากเกินกว่านี้ จะถือว่าหมดอายุ และต้องสอบใหม่นั่นเอง

TOEFL มีกี่แบบ

TOEFL มีกี่แบบ ?

1. TOEFL iBT (TOEFL Internet-based Test) – ค่าสมัครสอบประมาณ 6,000 บาท

TOEFL Internet-based Test เป็นการสอบกับคอมพิวเตอร์ ทดสอบทั้งหมด 4 ทักษะ คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน มีผลคะแนน 0 – 120 คะแนน (ทักษะละ 30 คะแนน) ทั้งนี้การสอบ TOEFL iBT นี้ เป็นการสอบที่นิยมกันมาก เพราะผลคะแนนเป็นที่ยอมรับทั่วโลก (สอบในไทย ก็สามารถยื่นมหาวิทยาลัยหรือทุนได้ทั่วโลก หรือสอบจากประเทศอื่น ก็นำผลคะแนนมายื่นมหาวิทยาลัยในไทยได้เช่นกัน)

2. TOEFL ITP (Institutional Testing Program) – ค่าสมัครสอบประมาณ 1,800 บาท

TOEFL Institutional Testing Program เป็นข้อสอบ TOEFL ที่องค์กรหรือสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้ซื้อข้อสอบมาจาก ETS เพื่อจัดสอบเอง เช่น MUIC หรือ ม.เกษตร หรือ ม.ราชภัฏฯ ต่างๆ (ในโครงการครูคืนถิ่น) โดยการสอบจะเป็นการสอบแบบ paper (การสอบบนกระดาษข้อสอบตามปกติ) ทดสอบทั้งหมด 3 ทักษะ คือ อ่าน ฟัง แกรมม่า มีผลคะแนนคือ 310 – 677 คะแนน แต่การสอบ TOEFL ITP จะไม่นิยมสอบกันมากนัก เพราะผลคะแนนจะใช้ได้เฉพาะกับสถาบันที่จัดสอบเท่านั้น เช่นสอบ TOEFL ITP กับ MUIC (ซึ่งมักจะรู้จักกันว่า TOEFL MUIC) ก็จะสามารถใช้ยื่นผลคะแนนกับ MUIC ได้เท่านั้น

3. TOEFL CBT

เป็นการสอบ TOEFL แบบคอมพิวเตอร์ (Computer-delivered Test) โดยข้อสอบนี้ได้ถูกพัฒนาทั้งระบบและเนื้อหาข้อสอบ กลายมาเป็น TOEFL iBT ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

4.TOEFL PBT

เป็นการสอบ TOEFL แบบกระดาษ ( Paper Based Test )

ซึ่งเดิมทีการสอบแบบนี้จะมีจัดขึ้นแค่ในบางประเทศที่ไม่สามารถจัดสอบในคอมพิวเตอร์ได้เท่านั้น และต่อมาจึงได้มีการยกเลิกการจัดสอบนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2021 เป็นต้นไป

5. TOEFL JUNIOR

คือ การสอบภาษาอังกฤษในชีวิต สำหรับเด็กอายุ 10-17 ปี หรือ ระดับประถม-มัธยมศึกษา โดย คะแนน TOEFL ที่ได้จะใช้วัดความสามารถภาษาอังกฤษของน้องๆ

TOEFL สอบอะไรบ้าง

TOEFL สอบอะไรบ้าง ?

TOEFL Reading – การอ่าน

ตอบคำถามหลังจากอ่านบทความ มีทั้งหมด 3 – 4 บทความ (passage) บทความละ 10 ข้อ

 

TOEFL Listening – การฟัง

ฟังและตอบคำถาม ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ Lecture (บรรยายละ 6 ข้อ) และ Conversation (บทสนทนาละ 5 ข้อ)

 

TOEFL Speaking – การพูด

เป็นการบันทึกเสียงลงคอมพิวเตอร์ มี 4 ข้อ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ Independent Task และ Integrated Task

Independent Task มี 1 ข้อ เป็นการพูดถึงความเห็นของผู้เข้าสอบ (จะมีหัวข้อมาถาม/มาให้เลือกว่าสิ่งไหนดีกว่า)

 

Integrated Task มี 3 ข้อ คือ

1. ฟังประกาศสั้น ๆ แล้วตอบคำถาม

2. ฟังการบรรยาย แล้วตอบในสิ่งที่ได้ฟัง

3. ฟังการบรรยาย แล้วพูดสรุป

 

TOEFL Writing – การเขียน

มี 2 ส่วน คือ Independent Task และ Integrated Task

1. Integrated Task มี 1 ข้อ เป็น ฟังการบรรยาย (Lecture) แล้วเขียนตอบในสิ่งที่ได้ฟัง (150 – 225 คำ)

2. Independent Task มี 1 ข้อ ข้อสอบจะมีหัวข้อมาให้เขียนบรรยาย (ขั้นต่ำ 300 คำ)

TOEFL มีคะแนนเต็มเท่าไหร่ ?

TOEFL iBT

มีคะแนนเต็ม 120 คะแนน

โดยคะแนนมาจากคะแนนรวมของทั้ง 4 พาร์ท คือ พาร์ทการฟัง (Listening) 30 คะแนน พาร์ทการอ่าน (Reading) 30 คะแนน พาร์ทการเขียน (Writing) 30 คะแนน และพาร์ทการพูด (Speaking) 30 คะแนน

โดยเราจะรู้ผลคะแนนหลังวันสอบประมาณ 6-7 วัน สำหรับผลคะแนนสอบมีอายุ 2 ปี

 

TOEFL ITP

มีคะแนนเต็ม 677 คะแนน

โดยพาร์ทการฟัง (Listening Comprehension) จะมีคะแนนอยู่ระหว่าง 31-68 คะแนน พาร์ทไวยกรณ์ (Structure and Written Expression) มีคะแนนอยู่ระหว่าง 31-68 คะแนน เช่นเดียวกัน ส่วนพาร์ทการอ่าน (Reading Comprehension) จะมีคะแนนอยู่ระหว่าง 31-67 คะแนน

โดยคะแนนรายพาร์ทที่เราทำได้จะถูกนำมาแปลงเป็นคะแนนรวมตั้งแต่ 310 – 677 คะแนน

ซึ่งเราจะรู้ผลคะแนนหลังวันสอบประมาณ 3 วัน แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหน่วยงานที่จัดสอบ TOEFL ITP มีหลากหลาย ดังนั้น แต่ละศูนย์สอบอาจจะมีระยะเวลาการแจ้งผลคะแนนที่เร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้

สำหรับผลคะแนนสอบมีอายุ 2 ปี

ตารางเปรียบเทียบคะแนน TOEFL IBT VS TOEFL ITP

TOEFL ITPTOEFL IBT
0 – 3100 – 8
11
347 – 39319 – 29
397 – 43330 – 40
437 – 47341 – 52
477 – 51053 – 64
513 – 54765 – 78
550 – 58779 – 95
590 – 67796 – 120
Top Score 677Top Score 120

วิธีการสมัครสอบ TOEFL

1. สมัครสอบ TOEFL iBT สามารถสมัครสอบผ่านเว็บไซต์ของ ETS

2. สร้างแอคเคาน์สำหรับสอบ

3. เลือกประเทศและเมืองที่ต้องการสมัครสอบ

4. เลือกวัน เวลา และสนามสอบ

5. กรอกข้อมูลส่วนตัว

6. ชำระค่าสมัครสอบ ได้ทั้งการตัดบัตรเครดิตหรือ PayPal

7. กรณีสมัครสอบ TOEFL ITP สามารถสมัครได้โดยตรงกับหน่วยงานที่เปิดสอบ

ตรวจสอบ รอบสอบ และ ศูนย์สอบ TOEFL ได้ที่ https://v2.ereg.ets.org/ereg/public/workflowmanager/schlWorkflow?_p=TEL

ศูนย์สอบ TOEFL ในไทย

กรุงเทพมหานคร (จัดสอบทุกเสาร์ หรือ อาทิตย์)

เชียงใหม่ (2 อาทิตย์ครั้ง)

หาดใหญ่ (เดือนละ 1 ครั้ง)

สระบุรี (เป็นบางรอบ)

ศรีราชา (เป็นบางรอบ)

ค่าสมัครสอบ TOEFL ราคาเท่าไหร่ ?

กรณีข้อสอบ TOEFL iBT จะกำหนดค่าสมัครสอบแตกต่างกันไปในแต่ละโซนที่ตั้งของประเทศ ซึ่งจะต่างกันไม่เยอะมากนัก

โดยสำหรับศูนย์สอบที่ประเทศไทยจะมีค่าสมัครสอบ TOEFL IBT อยู่ที่ $195 ส่วนข้อสอบ TOEFL ITP ค่าสมัครสอบโดยส่วนใหญ่แล้วจะประมาณ 1,800 บาท/ครั้ง

แต่เนื่องจากแต่ละหน่วยงานจะเปิดสอบแยกเฉพาะเป็นของตนเอง ดังนั้น ค่าสอบอาจจะไม่เท่ากันก็ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดการให้บริการของแต่ละหน่วยงานที่จัดสอบ

TOEFL สอบที่ไหน ?

สำหรับการสอบ TOEFL Tests โดยปกติจะมีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดบางแห่ง อย่างเช่น

กรณีสมัครสอบ TOEFL iBT ก็จะมีศูนย์สอบหลายที่ เช่น Interkids Bilingual School , Siam Technological College , THE ENTERPRISE RESOURCE TRAIN , KBU Prometric Testing Center, Kasem Bundit University , Shine Education and Development Co. Ltd , Saint John Mary International School , Asian Maritime Technological College ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า ในแต่ละรอบจะมีศูนย์สอบใดที่ว่างหรือเปิดสอบบ้าง

แต่หากเป็นการสอบ TOEFL ITP ส่วนใหญ่แล้วก็จะไปสอบที่หน่วยงานนั้น ๆ เลย ซึ่งเราสามารถตรวจสอบสถานที่สอบกับที่ที่เราสมัครสอบได้

TOEFL TOEIC IELTS อะไรยากที่สุด ?

ข้อสอบ TOEFL TOEIC IELTS เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษเหมือนกัน แต่อาจจะต่างกันที่โครงสร้างข้อสอบและเนื้อหาในการจัดสอบ รวมถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งาน

โดยข้อสอบ TOEFL Tests และ IELTS Tests จะเป็นข้อสอบเชิงวิชาการ และเนื้อหาข้อสอบจะมีหลายพาร์ทมากกว่า

ส่วน TOEIC เป็นข้อสอบที่เนื้อหาจะเน้นไปในเชิงธุรกิจ ที่แม้จะมีการสอบแค่พาร์ทการอ่าน Grammar และการฟัง แต่ในขณะเดียวกันข้อสอบก็มีจำนวนข้อคำถามอยู่ไม่น้อย ผู้สอบจึงต้องทำข้อสอบเร็วมากจึงจะสามารถทำได้ทัน

ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า ข้อสอบแต่ละวิชาจะมีจุดแข็งของตนเองที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น หากสามารถเลือกสอบได้ การเลือกข้อสอบที่เป็นสากลและใช้ยื่นได้อย่างหลากหลายกว้างขวางกว่า ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้เราได้ยื่นได้หลากหลายที่มากกว่านั่นเอง

คอร์ส TOEFL สอนสด รับรองผล


รหัสคอร์ส วันเรียน รอบ เวลา หมายเหตุ เหลือที่นั่ง อาจารย์
CECB0124 20 ม.ค. - 11 ก.พ. ส-อา 10:00-16:00
[เต็มแล้ว]
-2 วี
CECB0224 24 ก.พ. - 17 มี.ค. ส-อา 10:00-16:00
จองที่นั่ง
2 โจ้
CECA0224 26 ก.พ. - 21 มี.ค. จ-พฤ 18:00-20:30
[เต็มแล้ว]
0 วี
CECA0324 25 มี.ค. - 25 เม.ย. จ-พฤ 18:00-20:30
จองที่นั่ง
4 โจ้
CECB0324 30 มี.ค. - 5 พ.ค. ส-อา 10:00-16:00
จองที่นั่ง
5 วี

เรียน TOEFL ตัวต่อตัว

Related Posts