fbpx

คอร์สเรียน IELTS Listening รับรองผล | ครบทุกคำตอบ สมัครสอบ IELTS Listening วิธีเตรียมตัวสอบ แนะนำหนังสือ และอื่น

ข้อสอบ IELTS Listening จะแยกเป็น 4 Section (Section ละ 10 ข้อ รวมเป็น 40 ข้อ) ผู้เข้าสอบจะได้ฟังทั้งหมด 4 เรื่อง Section 1-3 ข้อสอบจะหยุดให้ฟังและตอบเป็น 2 ช่วงแต่ใน Section 4 ข้อสอบจะพูดยาว ให้ตอบคำถาม 10 ข้อรวดเดียวเลย
084-942-4261

IELTS Listening ข้อสอบพาร์ทการฟังของ IELTS ที่ไม่รู้จัก ไม่ได้แล้ว

IELTS Listening คือ ข้อสอบพาร์ทการฟังของการสอบ IELTS ซึ่งหลายคนอาจทราบดีว่า IELTS Listening เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อสอบ IELTS เท่านั้น เพราะจริงๆแล้วยังมีพาร์ทอื่นที่อยู่ในข้อสอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทการพูด การอ่าน และการเขียน แต่วันนี้เราจะเน้นไปที่ IELTS Listening เพื่อให้เพื่อนๆรู้จักข้อสอบพาร์ทนี้ให้มากขึ้น

IELTS Listening อย่างที่เรารู้กันว่ามันคือการทดสอบทักษะการฟังในข้อสอบ IELTS เป็นข้อสอบที่ต้องใช้สมาธิสูงมากทีเดียว เนื่องจากเราต้องเก็บรายละเอียดและข้อมูลต่างๆที่ได้จากการฟัง นำไปใช้ตอบคำถามให้ถูกต้องต่อไปนั่นเอง ในข้อสอบ IELTS Listening นั้น จะมีคำถามทั้งหมด 40 ข้อ โดยที่จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนดังนี้

  • Section 1: สำหรับ IELTS Listening ส่วนนี้ จะมีบุคคลสองคนพูดคุยเรื่องราวทั่วไปกัน เช่น การกรอกแบบฟอร์มต่างๆ หรือการสมัครงาน เป็นต้น ผู้เข้าสอบจะต้องเติมคำลงไปในช่องว่างของข้อสอบให้ถูกต้อง
  • Section 2: IELTS Listening ส่วนนี้ จะมีคนพูดจะมีเพียงหนึ่งคนเท่านั้น เนื้อหาที่เราต้องฟังจะเริ่มมีความเป็นทางการมากขึ้น เช่น การกล่าว Speech เกี่ยวกับ local facilities โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 80 เปอร์เซ็นต์ของข้อสอบส่วนนี้ จะมีลักษณะข้อสอบที่เป็น Map อยู่ด้วย ซึ่งผู้ทำข้อสอบจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใส่อักษรที่เขากำหนดลงในตำแหน่งนั้น ๆ
  • Section 3: IELTS Listening ส่วนนี้ จะเพิ่มเจ้าของเสียงเพิ่มมาอีก โดยอาจจะมีความเป็นไปได้ทั้งเพิ่มมาเป็น 3 คนหรือ 4 คน แต่สวนใหญ่จะเป็น 3 คนพูด โดยเรื่องราวที่ถูกพูดถึงนั้นมักจะเป็นในเชิง วิชาการมากขึ้น
  • Section 4: IELTS Listening ส่วนนี้ ลักษณะเสียงที่เราได้ยิน มักคล้ายกับการฟังเลคเชอร์ในห้องเรียนมากกว่าการสนทนา และคนพูดในส่วนนี้จะมีเพียง 1 คนเท่านั้น ลักษณะจะคล้ายกับการที่ฟัง Lecture ในห้องเรียน

 

IELTS Listening

IELTS Listening มีเกณฑ์การให้คะแนนอย่างไรบ้าง

IELTS Listening เป็นพาร์ทที่มีจำนวนคำถามทั้งหมด 40 ข้อ หากตอบถูกจะได้ 1 คะแนน ดังนั้น คะแนนดิบในพาร์ทนี้จะเต็ม 40 คะแนน เมื่อได้คะแนนดิบออกมาแล้ว จะถูกนำไปเทียบเป็น Band Score เช่น คะแนนดิบ 39-40 จะได้ Band Score 9.0 หากคะแนนดิบอยู่ในช่วง 16-17 คะแนน จะได้ Band Score 5.0 โดยคะแนนในระบบ Band Score จะมีคะแนนเต็มอยู่ที่ 9.0 สเกลคะแนนจะเพิ่มทีละ 0.5 เช่น 5.0 5.5 6.0 6.5 เป็นต้น

 

IELTS Listening เตรียมตัวอย่างไรให้ได้คะแนนดี

สำหรับการเตรียมตัวก่อนที่จะลงสนามสอบจริงไปเจอกับ IELTS Listening นั้น เราต้องเริ่มจากการทำความคุ้นเคยกับสำเนียงที่จะได้ยินจากไฟล์เสียงก่อน นอกจากเรื่องสำเนียงและการออกเสียงต่างๆแล้ว ความเร็วในการพูดก็เป็นสิ่งที่เราต้องไม่ลืมที่จะทำความคุ้นเคยด้วยเช่นกัน ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การฝึกฟังและซึมซับสำเนียงที่ใกล้เคียงกับ IELTS Listening นั้น เป็นสิ่งที่ควรเตรียมตัวอย่างยิ่ง และสิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นคือ การทำโจทย์ ทำแบบฝึกหัดในระดับความยากใกล้เคียงสนามสอบจริง ฝึกอ่านโจทย์ให้รอบคอบ เพราะโจทย์มักจะมีการกำหนดจำนวนคำตอบที่ต้องการ หากไม่ฝึกส่วนนี้มาก็มีโอกาสทำพลาดได้ค่อนข้างสูง และสุดท้ายต้องไม่ลืมที่จะฝึกจับเวลาให้เท่ากับการสอบในสนามสอบจริงด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะทำข้อสอบได้ทันเวลานั่นเอง

 

IELTS Listening มักออกโจทย์มาในลักษณะแบบไหน

ลักษณะโจทย์ของ IELTS Listening นั้นมีหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถแบ่งได้ ดังนี้

  1. Multiple choice เป็นโจทย์คำถามแบบเลือกตอบ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมี 3 ตัวเลือก คือ A, B และ C
  2. Matching เป็นโจทย์ที่จะให้ตัวเลือกมาเยอะมาก แต่ให้เลือกเพียง 1-2 คำตอบเท่านั้น
  3. Plan, map, diagram labelling เป็นโจท์ที่จะต้องเลือกคำที่อยู่ในรูป หรือในกรอบ ไปกรอกลงในคำถามในข้อต่าง ๆ อีกที ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความสับสนได้ง่าย
  4. Fill in the blank เป็นโจทย์ที่ต้องการคำตอบด้วยการที่เราต้องเติมคำลงไป ซึ่งโจทย์ในรูปแบบนี้อาจจะมีเงื่อนไขเรื่องของจำนวนคำตอบที่เราต้องเขียนตอบตามเงื่อนไขนั้นด้วย หากขาดหรือเกินก็จะไม่สามารถทำคะแนนในส่วนนั้นได้ และสามารออกโจทย์ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ Form, note, table, flow-chart, summary หรือ Sentence completion
  5. Short-answer questions เป็นโจทย์ที่ต้องการให้เราตอบคำถามแบบสั้นๆ โดยจะมีการเว้นตำแหน่งให้เราได้เติมคำตอบลงไป และเช่นเดียวกันที่จะต้องระมัดระวังคำว่า ‘NO MORE THAN THREE WORDS AND/OR A NUMBER’

 

IELTS Listening มีเทคนิคการทำข้อสอบอย่างไรบ้าง

เทคนิคการทำสอบของ IELTS Listening ที่อยากแนะนำและจะต้องไม่ลืมนำไปใช้กันก็คือ การที่เราจะต้องอ่านคำถามอย่างรวดเร็วก่อนที่จะฟังข้อมูลต่างๆ ในการอ่านคำถามแต่ละข้อ ลองอ่านทบทวนอีกซักรอบเพื่อป้องกันไม่ให้หลงประเด็น และในขณะที่ฟังก็พยายามกวดสายตาของเราให้มองเห็นคำถามซัก 2 คำถาม เพราะจะช่วยให้เราตอบคำถามต่อได้รวดเร็วมากขึ้น การจดโน้ตย่อก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะจะทำให้เรามองภาพรวมได้ว่าข้อมูลนั้นเกี่ยวกับอะไรบ้าง ไม่ละเลยการสะกดคำ เพราะหากสะกดคำผิดไปแม้จะเพียงแค่ตัวเดียวก็จะถือว่าคำตอบนั้นผิด และสุดท้ายคือ ไม่ควรทิ้งข้อสอบพาร์ทที่ต้องเติมคำไปทำเป็นส่วนสุดท้าย เพราะข้อสอบลักษระนี้จำเป็นต้องใช้ข้อมูลมากในการตัดสินใจตอบ ดังนั้น หากปล่อยไว้ไปทำเป็นส่วนสุดท้าย เราอาจจะลืมข้อมูลไปหมดแล้ว

 

IELTS Listening มีเทคนิคการทำข้อสอบอย่างไรบ้าง

เทคนิคการทำสอบของ IELTS Listening ที่อยากแนะนำและจะต้องไม่ลืมนำไปใช้กันก็คือ การที่เราจะต้องอ่านคำถามอย่างรวดเร็วก่อนที่จะฟังข้อมูลต่างๆ ในการอ่านคำถามแต่ละข้อ ลองอ่านทบทวนอีกซักรอบเพื่อป้องกันไม่ให้หลงประเด็น และในขณะที่ฟังก็พยายามกวดสายตาของเราให้มองเห็นคำถามซัก 2 คำถาม เพราะจะช่วยให้เราตอบคำถามต่อได้รวดเร็วมากขึ้น การจดโน้ตย่อก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะจะทำให้เรามองภาพรวมได้ว่าข้อมูลนั้นเกี่ยวกับอะไรบ้าง ไม่ละเลยการสะกดคำ เพราะหากสะกดคำผิดไปแม้จะเพียงแค่ตัวเดียวก็จะถือว่าคำตอบนั้นผิด และสุดท้ายคือ ไม่ควรทิ้งข้อสอบพาร์ทที่ต้องเติมคำไปทำเป็นส่วนสุดท้าย เพราะข้อสอบลักษระนี้จำเป็นต้องใช้ข้อมูลมากในการตัดสินใจตอบ ดังนั้น หากปล่อยไว้ไปทำเป็นส่วนสุดท้าย เราอาจจะลืมข้อมูลไปหมดแล้ว

 

อยากลองฝึกทำโจทย์ IELTS Listening สามารถฝึกได้จากที่ไหน

สำหรับการฝึกทำโจทย์หรือแม้กระทั่งการฝึกฟังสำเนียงของข้อสอบ IELTS Listening เราสามารถเข้าไปฝึกได้ที่เว็บไซต์ทางการของ IELTS ได้โดยตรงที่ www.ielts.org แล้วเลือกเมนู Prepare for your IELTS test จากนั้นมองหาพาร์ท Listening เพียงเท่านี้ก็จะมีทั้งโจทย์แนวข้อสอบและไฟล์เสียงให้เราได้ฝึกฝนกันอย่างเต็มที่ ตัวอย่างคร่าวๆ ดังนี้

 

-->  go to top