chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

LIVE TOEFL course focus on one by one teaching- Firm Basic, Full Techniques

No more trouble TOEFL with our private course, we are more than ready to boost up your strengths

Live TOEFL course, No VDO, No more questions

TOEFL writing

ข้อสอบ TOEFL Writing ประเภท Internet Base Testing (iBT) คือ ข้อสอบพาร์ทการเขียนของการสอบ TOEFL (iBT) ซึ่งเป็นพาร์ทที่หลายๆคนกังวลมาก เนื่องจากปกติแล้ว การทำข้อสอบพาร์ทที่เกี่ยวกับการเขียนต่างก็มีรายละเอียดให้ระมัดระวังค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไวยกรณ์ (Grammar) คำศัพท์ที่ใช้ การเรียบเรียง ไอเดียในการเขียน และอื่นๆ แต่การเขียนของข้อสอบ TOEFL (iBT) มีสิ่งที่ต้องระมัดระวังและต้องเตรียมตัวเยอะกว่านั้น บอกได้คำเดียวว่าเป็นข้อสอบที่ไม่ธรรมดา วันนี้เราจะมารู้จักข้อสอบ TOEFL Writing ประเภท iBT ให้มากขึ้นกันค่ะ

 

มารู้จักลักษณะข้อสอบ TOEFL Writing ประเภท iBT แบบคร่าวๆกันก่อน

ข้อสอบพาร์ทนี้เป็นพาร์ทที่ใช้พลังในการทำข้อสอบเยอะ แต่กลับเป็นสุดท้ายของการทำข้อสอบ TOEFL (iBT) โดยเราจะมีเวลาในการทำข้อสอบประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งอย่างที่เราเกริ่นกันไว้ตอนแรกว่า ข้อสอบพาร์ทนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ นั่นก็เป็นเพราะว่า ข้อสอบ TOEFL Writing ประเภท iBT ต้องใช้ทักษะอื่นร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นทักษะการฟัง (Listening) และทักษะการอ่าน (Reading) ดังนั้น การจะทำคะแนนในพาร์ทการเขียนให้ดี จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ความสามารถในการเขียนอย่างเดียวอีกต่อไป ตัวข้อสอบในพาร์ทนี้จะประกอบไปด้วยข้อคำถาม 2 ข้อ คือ

  1. การเขียนตอบหลังจากที่เราได้ฟังและได้อ่านเรื่องราวที่ข้อสอบให้มา โดยเราจะมีเวลาอ่านบทความประมาณ 3 นาที จากนั้นจะฟังการบรรยายที่เกี่ยวกับเนื้อหาที่เราได้อ่านมาก่อนหน้าอีกประมาณ 3 นาที และต่อจากนั้นเองที่เราจะต้องทำการเขียนตอบคำถามลงไป ซึ่งข้อนี้จะมีเวลาให้ประมาณ 20 นาที ส่วนเนื้อหานั้นก็จะอยู่ประมาณระดับมหาวิทยาลัยช่วง ปี 1-2
  2. การเขียนจากความคิดเห็นส่วนตัวและจากประสบการณ์ของตัวเราเอง ซึ่งข้อนี้อาจจะไม่ได้ทีกระบวนการหรือขั้นตอนที่ซับซ้อนมาก แต่ก็จะเน้นไปที่การแสดงความคิดเห็นหรือเขียนถึงประสบการณ์ของตัวราเอง แนวๆการเขียนจะเป็นประมาณว่า “เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย” และแน่นอนว่าเมื่อเป็นการแสดงความคิดเห็น ก็จะต้องมีเหตุผลประกอบอย่างสมเหตุสมผลด้วย สำหรับข้อนี้เราจะมีเวลาทำข้อสอบประมาณ 30 นาที

 

ข้อสอบ TOEFL Writing ประเภท iBT มีเกณฑ์การให้คะแนนอย่างไร

คะแนนเต็มของข้อสอบในพาร์ทการเขียนนี้ จะมีคะแนนเต็ม 30 คะแนน เช่นเดียวกับพาร์ทอื่นๆ โดยคะแนนจะมาจากกรรมการผู้ตรวจข้อสอบ 2 คน แต่ละคนจะมีคะแนน 1-5 คะแนนอยู่ในมือ จากนั้นจะนำคะแนนของทั้งสองข้อมารวมกัน แล้วปรับให้เป็นระบบคะแนนเต็ม 30 คะแนนเป็นลำดับต่อไป นอกจากนี้คะแนนรวมยัง สามารถนำมาแบ่งเป็นเกณฑ์ได้ 5 ระดับ ดังนี้

  • 24-30 คะแนน คือ ระดับ Advance
  • 17-23 คะแนน คือ ระดับ High-Intermediate
  • 13-16 คะแนน คือ ระดับ Low-Intermediate
  • 7-12 คะแนน คือ ระดับ Basic
  • 0-6 คะแนน คือ ระดับ Below Basic

และหลายๆคนเองก็อาจจะสงสัยว่า คะแนนต่างๆพิจารณาจากอะไรบ้าง ซึ่งบอกได้เลยค่ะว่ามาจากหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น

  • ความตรงประเด็นในการตอบคำถาม มีความชัดเจน ไม่คลุมเคลือ
  • การใช้คำศัพท์ ไวยกรณ์ และการใช้รูปประโยคในการเขียน
  • ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของข้อความที่เราเขียนตอบ
  • การแสดงเหตุผลสนับสนุนอย่างสมเหตุสมผล พร้อมกับการเชื่อมโยงถึงประสบการณ์ของตัวเอง
  • ความสามารถในการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่เราเขียนเข้ากับสิ่งที่ได้อ่านและได้ฟังในช่วงก่อนที่จะเริ่มการเขียน

 

เตรียมตัวอย่างไรดี ก่อนลงสนามสอบไปเจอกับ TOEFL Writing ประเภท iBT

ก่อนอื่นเลยคือ เราต้องเริ่มจากการทบทวนพื้นฐานของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องไวยกรณ์ภาษาอังกฤษที่จะผิดไม่ได้ เนื่องจากจะดึงดูดการตัดคะแนนได้ง่ายมากๆ ฝึกแต่งประโยคไปจนถึงฝึกเขียนให้ยาวขึ้นจนถึงในระดับที่ข้อสอบต้องการ และที่สำคัญคือ ต้องฝึกใช้คีย์บอร์ดหรือแป้นพิมพ์ให้มากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย ตัวไหนอู่ตำแหน่งอะไรเราต้องรู้ไปก่อน ยิ่งสามารถพิมพ์ได้คล่องและเร็วเท่าไหร่เราก็จะทำข้อสอบได้เร็วมากเท่านั้น คุณลองนึกดูว่า หากในหัวเราคิดคำตอบได้มากมาย แต่มือกลับพิมพ์ไม่ค่อยไป มัวแต่หาว่าตัวอักษรที่ต้องการอยู่ตรงไหน คงจะทำไม่ทันเวลาเป็นแน่ ดังนั้น เมื่อเขียนเก่งแล้ว ก็อย่าลืมเรื่องความเร็วในการทำข้อสอบด้วย ส่วนสิ่งสำคัญสุดท้ายคือ อย่าทิ้งทักษะการอ่านและการฟัง เพราะนั่นจะมีผลกับการทำคะแนนในพาร์ทการเขียนนี้อย่างแน่นอน

 

ตัวอย่างคำถามที่ TOEFL Writing ประเภท iBT มักจะออกสอบเป็นประจำ

อย่างที่เราได้รู้กันไปแล้วว่าข้อสอบ TOEFL Writing นั้นมีคำถามในลักษณะใด กล่าวคือ เมื่ออยู่ในรูปแบบของข้อสอบแล้ว ลักษณะโจทย์จะเป็นดังนี้ค่ะ

  1. โจทย์แบบแรกที่ต้องเขียนจากการอ่านและการฟัง เช่น Summarize the points made in the lecture, being sure to explain how they cast doubt on specific points made in the reading passage. เป็นต้น
  2. โจทย์คำถามแบบที่สองที่เป็นลักษณะของการแสดงความคิดเห็น ตัวอย่างคำถามเช่น Do you agree or disagree with the following statement? แล้วตามด้วยประเด็นในการแสดงความคิดเห็น เช่น Students should take out student loans to avoid working while studying. เป็นต้น สังเกตง่ายๆคำถามมักจะมีคำว่า “ agree or disagree” อยู่ด้วย

 

TOEFL Writing ประเภท iBT มีเทคนิคการทำข้อสอบอย่างไรบ้าง

เทคนิคการทำข้อสอบที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย นั่นก็คือ การบริหารเวลาในระหว่างการทำข้อสอบพาร์ทนี้อยู่นั่นเองค่ะ จริงอยู่ที่ว่าเรื่องไวยกรณ์หรือ Grammar ต่างๆนั้นมีผลกับคะแนนเรามากๆ แต่เมื่ออยู่ในห้องสอบแล้วเราไม่ควรกังวลกับพาร์ทนี้จนลืมคำนึงถึงสิ่งอื่น ดังนั้น ให้เราเขียนตอบให้ครบทุกประเด็นไปก่อนแล้วแบ่งเวลามาตรวจ Grammar หรือปรับรูปแบบประโยคอีกครั้ง การทำแบบนี้จะช่วยให้เสร็จทันเวลาได้ดีกว่า และหากเป็นการเขียนในข้อแรก แนะนำให้โน้ตข้อมูลสั้นๆ ไม่ต้องเก็บรายละเอียดทุกคำ

 

แนะนำแหล่งฝึกทำข้อสอบ TOEFL Writing ประเภท iBT

สำหรับใครที่ฝึกทำข้อสอบ TOEFL Writing ด้วยวิธีการเขียนมาโดยตลอด ต้องไม่ลืมที่จะฝึกการทำข้อสอบผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อให้คุ้นชินทั้งรูปแบบข้อสอบและการใช้แป้นพิมพ์/คีย์บอร์ด เพราะหากเราไม่ชำนาญในสิ่งเหล่านี้แล้ว อาจจะต้องเจอกับปัญหาการทำข้อสอบไม่ทันได้ง่ายๆเลยล่ะค่ะ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำช่องทางการเข้าไปฝึกทำข้อสอบ TOEFL Writing ที่บอกได้เลยว่าเสมือนจริงมากๆค่า วิธีการก็ง่ายมากๆ เพียงแค่เราเข้าเว็บไซต์ของ ETS ซึ่งเป็นเว็บไซต์ทางการของข้อสอบ TOEFL (iBT) จากนั้นให้คลิกเมนู “Free Practice Test” และ ““Launch the TOEFL iBT Free Practice Test” เว็บไซต์ก็จะนำเรามาสู่โปรแกรมการทำข้อสอบ ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมจำลองที่รวมไว้ทุกพาร์ท หากเป็นพาร์ท Writing จะมีตัวอย่าง ดังนี้

toefl ibt writing

toefl ibt writing

 

อ่านต่อ