TOEFL speaking การเตรียมตัวสอบ แนะนำหนังสือ | ครบทุกคำตอบ TOEFL speaking

TOEFL speaking การเตรียมตัวสอบ แนะนำหนังสือ | ครบทุกคำตอบ TOEFL speaking

TOEFL Speaking

TOEFL speaking

ข้อสอบ TOEFL Speaking ประเภท Internet Base Testing (iBT) คือ ข้อสอบที่ทดสอบทักษะการพูดของการสอบ TOEFL (iBT) ซึ่งถือว่าต้องใช้สมาธิสูงมากๆ เพราะเป็นการสอบในห้องห้องหนึ่ง ที่ทุกคนจะต้องพูดใส่ไมโครโฟนเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำการบันทึกเสียง และเมื่อต้องพูดพร้อมๆกันหรือพูดในเวลาไล่เลี่ยกัน เสียงรอบข้างที่ต่างคนต่างพูดอาจจะทำให้เราเสียสมาธิได้หากเราไม่โฟกัสมากพอ และแน่นอนว่าหากพลาดหรือสมาธิหลุดไปแล้ว โอกาสที่จะทำคะแนนในพาร์ทนี้ก็จะลดลง ดังนั้น เพื่อให้เราลงสนามสอบได้อย่างมั่นใจและพร้อมมากขึ้น วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับข้อสอบพาร์ทการพูดของ TOEFL (iBT) กันให้ละเอียดมากขึ้นค่ะ

 

มารู้จักลักษณะข้อสอบ TOEFL Speaking ประเภท iBT แบบคร่าวๆกันก่อน

ข้อสอบ TOEFL Speaking เป็นพาร์ทที่ต้องรวบรวมความสามารถในการพูด ในการสื่อสารออกมาอย่างเต็มศักยภาพ ในพาร์ทการพูดจะมีคำถามทั้งหมด 6 ข้อ ให้เวลาในการทำข้อสอบทั้งหมด 20 นาที ซึ่งแต่ละข้อนั้นก็จะมีลักษณะคำถามที่แกต่างกันออกไป ดังนี้

  • ข้อ 1 และข้อ 2 จะเป็นการถามเรื่องทั่วๆไปและถามถึงความคิดเห็น โดยจะให้เวลาเตรียมตัวข้อละ 15 วินาที และให้เวลาในการตอบคำถามข้อละ 45 วินาที
  • ข้อ 3 และข้อ 4 สองข้อนี้จะเป็นการพูดตอบคำถามหลังจากที่ได้อ่านบทความและได้ฟังการบรรยายที่ข้อสอบเตรียมมาให้ โดยจะมีเวลาเตรียมตัวข้อละ 30 วินาที และตอบคำถามเป็นความยาว 60 วินาที ซึ่งคำตอบจะเป็นแนวสรุปเรื่องที่ได้อ่านและฟังมา
  • ข้อ 5 และข้อ 6 จะเป็นการพูดตอบที่ต้องฟังการสนทนาหรือการบรรยายที่มีความยาวประมาณ 1-2 นาทีก่อน หลังจากนั้นจึงจะเริ่มเตรียมตัวตอบคำถาม โดยจะมีเวลาในการเตรียมก่อนพูดประมาณ 20 วินาที และให้พูดตอบคำถามเป็นความยาว 60 วินาที

 

ข้อสอบ TOEFL Speaking ประเภท iBT มีเกณฑ์การให้คะแนนอย่างไร

สำหรับการสอบ TOEFL Speaking จะมีคะแนนเต็มทั้งหมด 30 คะแนน โดยการพิจารณาคะแนนจะมาจากคณะกรรมการ 2 คน แต่ละคนมีคะแนน 1-4 คะแนน จากนั้นจะนำคะแนนของทั้งสองคนมารวมกัน และนำคะแนนของทุกข้อรวมเข้าด้วยกัน ทำการแปลผลออกมาเป็นระบบ 30 คะแนนเต็ม ซึ่งเกณฑ์ที่ใช้พิจารณ็มีอยู่หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นความคล่องแคล่วในการพูด ความชัดเจน เข้าใจได้ง่าย การถ่ายทอดข้อมูลได้ต่อเนื่องเป็นลำดับ มีเหตุผลรองรับ และการกล่าวถึงแหล่งที่มาของข้อมูล สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกับการให้คะแนนทั้งสิ้น นอกจากนี้คะแนนรวมยัง สามารถนำมาแบ่งเป็นเกณฑ์ได้ 5 ระดับ ดังนี้

  • 25-30 คะแนน คือ ระดับ Advance
  • 20-24 คะแนน คือ ระดับ High-Intermediate
  • 16-19 คะแนน คือ ระดับ Low-Intermediate
  • 10-15 คะแนน คือ ระดับ Basic
  • 0-9 คะแนน คือ ระดับ Below Basic

 

เตรียมตัวอย่างไรดี ก่อนลงสนามสอบไปเจอกับ TOEFL Speaking ประเภท iBT

การจะทำข้อสอบ TOEFL Speaking ให้ได้คะแนนสูงๆ เราต้องเตรียมตัวเป็นอย่างดีค่ะ เพราะอย่างที่เราเคยบอกว่า ในห้องสอบนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่พร้อมจะทำลายสมาธิเราได้เสมอ ดังนั้น เราต้องมีทักษะการพูดและสมาธิที่ดี เพื่อลดโอกาสที่จะเจอกับปัญหาในลักษณะดังกล่าว หากใครที่ยังไม่รู้จะเตรียมตัวยังไง ลองทำตามคำแนะนำเล็กๆน้อยๆ แล้วนำไปฝึกต่อยอดได้เลยค่ะ

  • ฝึกพูดภาษาอังกฤษให้บ่อยขึ้นกว่าเดิมหรือบ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากช่วงแรกๆยังพูดได้แค่ประโยคสั้นๆ เราก็ค่อยๆเรียนรู้ใช้การเชื่อมประโยคให้มากขึ้น เพื่อที่เราจะได้ได้ประโยคที่มีใจความสมบูรณ์และดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นด้วยค่ะ
  • อย่าลืมฝึกการหาเหตุผลมาสนับสนุนด้วย เพราะนั่นจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านการพูดที่เพิ่มมากขึ้น
  • ฝึกออกเสียง สำเนียงต่างๆให้มีความถูกต้อง ไม่ต้องถึงขนาดกับต้องเหมือนเจ้าของภาษาเลยก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ต้องเน้นจุดที่ต้องย้ำเสียงหนัก เสียงเบาได้ถูกตำแหน่ง
  • เพิ่มคลังศัพท์ให้ตัวเองเยอะๆ การใช้คำศัพท์ที่หลากหลายจะดีกว่าการใช้คำเดิมๆหรือใช้คำศัพท์ในระดับพื้นฐานทั่วไป
  • ในการฝึกพูดแต่ละครั้ง แนะนำให้ลองบันทึกเสียงตัวเองลงไปเพื่อจะได้ลองฟังแล้วหาจุดที่ต้องปรับได้ง่ายและชัดเจนมากขึ้น

 

ตัวอย่างคำถามที่มักจะออกสอบเป็นประจำ

อย่างที่เราได้ทราบกันไปแล้วว่า คำถามของ TOEFL Speaking นี้จะมีด้วยกันทั้งหมด 6 ข้อ แต่ละข้อจะมีคำถามต่างกันออกไป ตัวอย่างคำถามที่เรามักเจอก็จะเป็นไปในแนวที่เราพูดลึกลักษณะข้อสอบเลยค่ะ เช่น

  • ข้อ 1 และข้อ 2 อาจจะถามว่า Some people enjoy taking risks and trying new things. Others are not adventurous; they are cautious and prefer to avoid danger. Which behavior do you think is better? Explain why.
  • ข้อ 3 และข้อ 4 สองข้อนี้จะเป็นการพูดตอบคำถามหลังจากที่ได้อ่านบทความและได้ฟังการบรรยายที่ข้อสอบเตรียมมาให้ อาจจะมีโจทย์ประมาณว่า Using the examples of the peanut bug and the morpho butterfly, explain the concept of revealing coloration.
  • ข้อ 5 และข้อ 6 ลักษณะโจทย์ เช่น Using the points and examples from the lecture, explain the two pricing strategies described by the professor.

 

TOEFL Speaking ประเภท iBT มีเทคนิคการทำข้อสอบอย่างไรบ้าง

สิ่งแรกเลยคือ ต้องทำสมาธิให้ดีที่สุดและพยายามอย่าสนใจคำตอบของคนรอบข้าง เมื่อเข้าสู่ข้อคำถามที่ต้องฟังบรรยายหรืออ่านบทความ พยายามโน้ตข้อมูลที่สำคัญไว้ เพราะหากไม่โน้ตไว้เลย หรือพยายามโน้ตทุกอย่างลงไป จะทำให้ตอนที่เราต้องพูด เราจะไม่สามารถใช้ข้อมูลนั้นได้อย่างเต็มที่

ความท้าทายของการทำข้อสอบพาร์ทนี้คือ เรามีเวลาเตรียมตัวก่อนพูดน้อยมาก เราอาจจะต้องฝึกบริหารเวลาว่าในเวลาประมาณนี้ เราควรจะนึกถึงประเด็นใดบ้าง และบริหารเวลาที่ให้ตอบคำถามด้วย บางคนึกไม่ออก ไม่รู้จะพูดอะไรจนทำให้เวลาเหลือ หรือบางคนพูดเยอะเกินไปจนเวลาไม่พอ ดังนั้น วิธีการที่อยากแนะนำคือ ควรจะพูดถึงใจความหลักๆไว้ก่อน รีบเข้าเรื่องให้ไว และสรุปให้ครบประเด็น และสิ่งสุดท้ายคือ ต้องไม่กังวลเรื่องสำเนียงมาก เพราะอย่างที่บอกคือ สำเนียงไม่ได้มีผลต่อคะแนนมากนัก แค่พูดด้วยการออกเสียงที่ถูกต้องและชัดเจนก็เพียงพอแล้วค่ะ

 

แนะนำแหล่งฝึกทำข้อสอบ TOEFL Speaking ประเภท iBT

สำหรับใครที่ต้องการฝึกพาร์ท Speaking ของ TOEFL iBT หากได้ฝึกในโปรแกรมที่คล้ายกับสนามสอบจริงได้ ก็น่าจะดีกว่าการฝึกพูดคนเดียวเป็นไหนๆ ใครที่ลองซ้อมพูดจนมั่นใจแล้ว แล้วอยากจะลองฝึกผ่านโปรแกรมเสมือนจริงดู สามารถเข้าไปฝึกกันได้ที่เว็บไซต์ของ ETS ซึ่งเป็นเว็บไซต์ทางการของข้อสอบ TOEFL โดยตรง เมื่อเราเข้าไปแล้วให้เรามองหาเมนูที่ชื่อว่า “Free Practice Test” และ “Launch the TOEFL iBT Free Practice Test” เราก็จะเห็นโปรแกรมการฝึกทำข้อสอบ ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะรวมให้เราฝึกได้ทุกพาร์ท โดยตัวอย่างของพาร์ท Speaking เป็นดังนี้

toefl-speaking-ibt