Menu
SAT คืออะไร? ข้อสอบ Digital SAT 2026 สอบอะไรบ้าง
SAT เป็นข้อสอบระดับ High School หรือ International Student ต้องสอบสำหรับใช้ยื่นเข้ามหาลัย โดย ข้อสอบ จะมี 2 พาร์ท หลัก คือ Math และ English หรือ Verbal ( Reading & Writing) โดยแต่ละพาร์ท Score อยู่ที่ 800 คะแนน
SAT คืออะไร ?
SAT (Scholastic Aptitude Test) คือข้อสอบมาตรฐานสากลที่ใช้ยื่นเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติ (Inter) ทั้งในไทยและต่างประเทศ พัฒนาโดย College Board เพื่อวัดทักษะการใช้เหตุผลด้าน ภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ ปัจจุบันการสอบได้เปลี่ยนเป็นรูปแบบ Digital SAT ซึ่งสอบผ่าน คอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต 100% แทนการสอบกระดาษ
ทำไมต้องสอบ SAT ?
คะแนน SAT เปรียบเสมือน “ใบเบิกทาง” สู่มหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยมีความสำคัญใน 2 รูปแบบหลัก:
- เกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ (Minimum Requirement): บางคณะกำหนดว่าหากน้องๆ ทำคะแนนถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะมีสิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบสัมภาษณ์หรือรับเข้าเรียนได้ทันที
- การคัดเลือกแบบแข่งขัน (Competitive Ranking): คณะยอดฮิต (เช่น BBA, EBA, ISE) มักจะคัดเลือกจากผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดจากน้อยไปมาก ดังนั้นการได้คะแนน SAT สูงๆ จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบติดได้มากกว่าคนอื่น
ความแตกต่างระหว่าง SAT และ ACT
หากน้องกำลังวางแผนศึกษาต่อหลักสูตรนานาชาติ ระดับปริญญาตรี น้องอาจสงสัยว่าควรสอบ SAT หรือ ACT ดี เพราะทั้งสองเป็นข้อสอบมาตรฐานที่ใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัย วันนี้พี่จะมาเปรียบเทียบ SAT และ ACT แบบละเอียด เพื่อช่วยให้น้องตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
| หัวข้อ | SAT (Scholastic Assessment Test) | ACT (American College Testing) |
| จุดประสงค์ของข้อสอบ | ใช้ทดสอบความสามารถทางคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ | ใช้ทดสอบความรู้ในเชิงวิชาการและการให้เหตุผล |
| โครงสร้างข้อสอบ | 2 ส่วนหลัก: SAT Math, SAT Reading & Writing | 4 ส่วนหลัก: English, Math, Reading, Science (และ Writing แบบเลือกสอบ) |
| การให้คะแนน | คะแนนรวม 400-1600 | คะแนนรวม 1-36 |
| เนื้อหาวิชา | คณิตศาสตร์, การอ่านวิเคราะห์, ไวยากรณ์ | คณิตศาสตร์, การอ่าน, ไวยากรณ์, วิทยาศาสตร์ |
| ความยากของคณิตศาสตร์ | มีโจทย์ที่เน้นเหตุผลเชิงตรรกะมากขึ้น | เน้นพีชคณิตและเลขคณิตมากกว่า แคลคูลัสมีน้อย |
| มีพาร์ทวิทยาศาสตร์หรือไม่? | ❌ ไม่มี | ✅ มีพาร์ท Science Reasoning |
| เวลาทำข้อสอบ | 2 ชั่วโมง 14 นาที (SAT Digital) | 2 ชั่วโมง 55 นาที (ไม่รวม Writing) |
| สอบแบบไหน? | ใช้คอมพิวเตอร์ (SAT Digital) | ใช้กระดาษและดินสอ (แบบเดิม) |
| คะแนนที่มหาวิทยาลัยต้องการ | Ivy League มักต้องการคะแนน SAT 1400+ | คะแนน ACT 30+ มักเป็นที่ต้องการของมหาวิทยาลัยชั้นนำ |
| สอบที่ไหน? | สมัครสอบผ่าน College Board | สมัครสอบผ่าน ACT.org |
| ความนิยม | นิยมในมหาวิทยาลัยทั้งไทยและต่างประเทศ | นิยมในมหาวิทยาลัยทั้งไทยและสหรัฐ |
SAT สอบอะไรบ้าง
ข้อสอบมี 2 พาร์ทคือ คณิตศาสตร์ (Math) และ อังกฤษ (Reading & Writing) คะแนนเต็มพาร์ทละ 800 คะแนน ทั้ง 2 พาร์ท คะเเนนเต็มรวมทั้งหมด 1600 คะแนน
สำหรับน้องๆ ที่สนใจสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ของทาง College Board โดยปีหนึ่งจะมีตารางสอบอยู่ 4-5 ครั้ง สำหรับค่าสอบจะอยู่ราวๆประมาณ $100.50
Scholastic Aptitude Test ข้อสอบประกอบไปด้วย 2 พาร์ท คือ
Reading and Writing Section
- Module 1 จำนวน 27 คำถาม เวลา 32 นาที
- Module 2 จำนวน 27 คำถาม เวลา 32 นาที
Math Section
- Module 1 จำนวน 22 คำถาม เวลา 35 นาที
- Module 2 จำนวน 25 คำถาม เวลา 35 นาที
สอบ SAT Math ออกอะไรบ้าง ?
Math Section: ในระบบ Digital SAT น้องๆ สามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ตลอดการสอบ โดยในโปรแกรมสอบ Bluebook จะมีเครื่องคิดเลขกราฟิก Desmos ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานทันที หรือจะนำเครื่องคิดเลขรุ่นที่ได้รับอนุญาตเข้าห้องสอบเองก็ได้
เนื้อหาที่ออกสอบ SAT Math ประกอบไปด้วย
Heart of Algebra ข้อสอบออกประมาณ 33%
- Number system (ระบบจำนวน)
- Basis Algebra (สมการพื้นฐาน)
- Slope of line (ความชันของเส้นตรง)
- Linear equation (สมการเชิงเส้น)
- Functions (ฟังก็ชัน)
- Inequalities (อสมการเส้นตรง)
Problem Solving and Data Analysis ข้อสอบออกประมาณ 29%
- Ratio and Proportion (อัตราส่วน สัดส่วน)
- Percentage (ร้อยละ)
- Statistics (สถิติ)
- Probability (ความน่าจะเป็น)
- Unit Conversion (การแปลงหน่วย)
Passport to Advance Math ข้อสอบออกประมาณ 28%
- Exponents and Powers (ระบบเลขยกกำลัง)
- Polynomials (พหุนาม)
- Quadratic Equation and Quadratic Expression (สมการกำลังสอง)
- Radical and rational equations (แก้สมการติดรูท)
- Trigonometry (ตรีโกณมิติ)
Additional Topics on Math ข้อสอบออกประมาณ 10%
- Lines and Angles (เส้นและมุม)
- Triangles (สามเหลี่ยม)
- Quadrilaterals (สี่เหลี่ยม)
- Circles (วงกลม)
- Surface Areas and Volume (พื้นที่ผิวและปริมาณ)

เจาะลึกข้อสอบ Digital SAT Reading and Writing (RW) ออกอะไรบ้าง?
ในระบบ Digital SAT ข้อสอบพาร์ทภาษาอังกฤษจะถูกรวมเป็นส่วนเดียวคือ Reading and Writing โดยแบ่งหัวข้อคำถามออกเป็น 4 Content Domains หลัก ดังนี้ :
1. Information and Ideas (เน้นการจับใจความและวิเคราะห์เนื้อหา)
ส่วนนี้วัดทักษะการอ่านเพื่อทำความเข้าใจข้อมูลที่ข้อสอบให้มาโดยตรง
- Central Ideas and Details: การระบุใจความสำคัญและรายละเอียดที่สนับสนุนบทความ
- Command of Evidence (Textual/Quantitative): การเลือกประโยคหรือข้อมูลจากตาราง/กราฟ มาสนับสนุนข้อสรุปให้ถูกต้อง
- Inferences: การอนุมานหรือสรุปความจากข้อมูลที่อ่าน เพื่อหาข้อสรุปที่สมเหตุสมผลที่สุด
2. Craft and Structure (เน้นทักษะการใช้คำและโครงสร้างบทความ)
ส่วนนี้วัดความเข้าใจในระดับภาษาและการเชื่อมโยงข้อมูล
- Words in Context: การเลือกใช้คำศัพท์ที่เหมาะสมที่สุดกับบริบทของประโยค (Vocab)
- Text Structure and Purpose: การวิเคราะห์ว่าบทความนี้เขียนขึ้นเพื่อจุดประสงค์อะไร และมีลำดับการนำเสนออย่างไร
- Cross-Text Connections: การอ่านบทความสั้นๆ 2 บทความ แล้วเปรียบเทียบมุมมองของคนเขียนทั้งสองคน
3. Expression of Ideas (เน้นทักษะการเรียบเรียงและการเชื่อมโยง)
ส่วนนี้คือพาร์ท Writing เดิมที่เน้นเรื่อง “การเขียน”
- Transitions: การเลือกคำเชื่อมที่เหมาะสม (เช่น However, Therefore, Moreover) เพื่อให้ประโยคลื่นไหล
- Rhetorical Synthesis: ข้อสอบจะให้ “Note” หรือข้อมูลดิบมาเป็นข้อๆ แล้วให้เราเลือกประโยคที่เรียบเรียงข้อมูลเหล่านั้นได้ตรงตามโจทย์สั่งที่สุด
4. Standard English Conventions (เน้นไวยากรณ์และโครงสร้างประโยค)
ส่วนนี้วัดความแม่นยำทางไวยากรณ์ภาษาอังกฤษมาตรฐาน
- Boundaries: การใช้เครื่องหมายวรรคตอนอย่างถูกต้อง (Punctuation เช่น Comma, Semicolon, Colon)
- Form, Structure, and Sense: การใช้ Subject-Verb Agreement, Verb Tenses และ Pronouns ให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
สรุป ข้อมูล SAT ทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนสอบ
สมัครสอบ SAT College Board อย่างไร ?
1. สร้างบัญชี College Board:
- สร้างบัญชี College Board
- ไปที่เว็บไซต์ College Board
- เลือก “Create Account” (สำหรับผู้ใช้ใหม่) หรือ “Sign In” (สำหรับผู้ใช้ปัจจุบัน)
- กรอกข้อมูลส่วนตัว สร้าง Username และ Password
- ตรวจสอบข้อมูลและกด Confirm
2. สมัครสอบ:
- กด Continue ในหน้ายืนยันการสร้างบัญชี
- กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการศึกษา กิจกรรม และแผนการเรียนต่อ
- เลือก “I agree” ยอมรับข้อกำหนด
- เลือกวันที่สอบ สนามสอบ และอัพโหลดรูปถ่าย
3. ตรวจสอบและชำระเงิน:
- ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด
- เลือกวิธีการชำระเงิน (บัตรเครดิต/Paypal)
- พิมพ์ Admission Ticket เก็บไว้
ค่าสอบ SAT Test เท่าไร ?
ค่าสมัครจะอยู่ที่ $100.50 กรณี สมัครล่าช้า จะมีค่าใช้จ่าย $29 สำหรับคนที่สมัครก่อน วันสอบ ไม่ถึง 1 เดือน
สำหรับการชำระเงินค่าสมัครจะชำระโดยบัตรเดรดิต หรือ PayPal แนะนำควรสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน
สนามสอบ SAT Test อยู่ที่ไหน ?
สนามสอบ SAT Test อยู่ที่โรงเรียนนานาชาติหรือในมหาวิทยาลัย โดยในปี 2023 มีศูนย์สอบดังนี้
ประมาณ 30 แห่งในกรุงเทพฯและปริมณฑล
- 5 แห่งในเชียงใหม่
- 4 แห่งในภูเก็ต
- 3 แห่งในชลบุรี
- 2 แห่งในระยอง
- 1 แห่งในเชียงราย
น้องๆ สามารถดูรายชื่อศูนย์สอบที่เปิดสอบในแต่ละรอบได้ที่เว็บไซต์ College Board
ตารางสอบ SAT Test Date 2026 - 2027
| SAT Test Date | Registration Deadline | Late Registration & Testing Changes Deadline |
| Oct. 4, 2025 | Sept. 19, 2025 | Sept. 23, 2025 |
| Nov. 8, 2025 | Oct. 24, 2025 | Oct. 28, 2025 |
| Dec. 6, 2025 | Nov. 21, 2025 | Nov. 25, 2025 |
| March 14, 2026 | Feb. 27, 2026 | March 3, 2026 |
| May 2, 2026 | Apr. 17, 2026 | April 21, 2026 |
| June 6, 2026 | May 22, 2026 | May 26, 2026 |
คะแนนสอบ SAT
ผลสอบ SAT จะออก 2-3 สัปดาห์ หลังจากที่น้องสอบเสร็จ โดยน้องสามารถดูผลสอบของตัวเองได้ที่ Website College Board สำหรับการจัด ส่ง คะแนน SAT จะมี 3 แบบด้วยกัน คือ
- ส่งคะแนนสอบ score แบบฟรี – น้องสามารถให้ College Board จัดส่งคะแนน ให้กับทางคณะที่เลือกไว้ได้ โดยใช้ระยะเวลาส่ง 10 วัน
- ส่งคะแนนสอบ scores แบบ Standard – กรณีน้องที่ต้องส่งผลคะแนนมากกว่า 4 ชุด จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มชุดละ $12 โดยใช้ระยะเวลาส่ง 10 วัน
- ส่งคะแนนสอบ scores แบบ Rush – เป็นการส่งแบบเร็ว จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม $31 จากการส่งแบบ Standard โดยใช้ระยะเวลาส่ง 2-4 วันทำการ ไม่นับวันหยุดและวันเสาร์-อาทิตย์
คะแนน สำหรับหลักสูตรนานาชาติ
คะแนน SAT มีอายุ 2 ปีนับจากวันที่สอบ โดยแต่มหาวิทยาลัยในแต่ละคณะ จะได้กำหนดเงื่อนไขเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำในแต่พาร์ท ว่าน้องควรได้คะแนนขั้นต่ำเท่าไร น้องสามารถดูรายละเอียด เกณฑ์ใช้คะแนนได้ที่ตารางด้านล่าง
| จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติ | |||
| CU | Scores Overall | Evidence-Based Reading and Writing Scores | Math Scores |
| BBA | 1,270 (แนะนำ 1,420+) | (แนะนำ 600+) | (แนะนำ 750+) |
| EBA | (แนะนำ 1,380+) | 450 (แนะนำ 620+) | 650 (แนะนำ 750+) |
| ISE | (แนะนำ 1,350+) | (แนะนำ 550+) | 620 (แนะนำ 750+) |
| BSAC | (แนะนำ 1,250+) | 500 (แนะนำ 550+) | 490 (แนะนำ 680+) |
| AERO | (แนะนำ 1,350+) | (แนะนำ 500+) | 620 (แนะนำ 750+) |
| BCM | 980 (แนะนำ 1,150+) | 450 (แนะนำ 580+) | – |
| ADME | (แนะนำ 1,320+) | (แนะนำ 500+) | 620 (แนะนำ 750+) |
| BALAC | (แนะนำ 1,350+) | 480 (แนะนำ 650+) | – |
| JUMC | (แนะนำ 1,250+) | 500 (แนะนำ 620+) | – |
| มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ | |||
| TU | Scores Overall | Evidence-Based Reading and Writing Scores | Math Scores |
| BBA | 1,200 (แนะนำ 1,380+) | 460 (แนะนำ 600+) | 600 (แนะนำ 750+) |
| BE | (แนะนำ 1,350+) | 450 (แนะนำ 600+) | 650 (แนะนำ 750+) |
| LLE | 1,200 (แนะนำ 1,300+) | 550 (แนะนำ 650+) | |
| BJM | (แนะนำ 1,200+) | 400 (แนะนำ 580+) | |
| TEP | (แนะนำ 1,250+) | 400 (แนะนำ 500+) | 620 (แนะนำ 700+) |
| SIIT | (แนะนำ 1,250+) | 550 (แนะนำ 580+) | 600 (แนะนำ 680+) |
| BIR | (แนะนำ 1,250+) | 400 (แนะนำ 620+) | |
| BAS | (แนะนำ 1,250+) | 400 (แนะนำ 620+) | |
| BEC | (แนะนำ 1,200+) | 400 (แนะนำ 600+) | |
| PBIC | (แนะนำ 1,150+) | 400 (แนะนำ 550+) | |
| DBTM | (แนะนำ 1,200+) | 400 (แนะนำ 500+) | 600 (แนะนำ 680+) |
| วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ( MUIC ) | |
| MUIC | Math Scores |
| Science, Engineering, Creative Technology | 600 (แนะนำ 680 – 720+) |
| Business Administration | 600 (แนะนำ 650 – 700+) |
| Media & Communication | 500 (แนะนำ 580 – 620+) |
| Travel and Sevice Business Entrepreneurship | 500 (แนะนำ 550 – 600+) |
| มหาวิทยาศิลปากร หลักสูตรนานาชาติ | |||
| SUIC | Scores Overall | Evidence-Based Reading and Writing Scores | Math Scores |
| B.F.A | 450 (แนะนำ 520 – 550+) | ||
| B.B.A Luxury Brand Management | 450(แนะนำ 550 – 580+) | ||
| B.B.A Hotel Management | 450 (แนะนำ 520 – 550+) | ||
Review ประสบการณ์สอบ SAT หลังเรียน
🔥เตรียมสอบ SAT โดย พี่เปิ้ล CHULA TUTOR
คอร์ส ติวของเราเป็นคอร์สกลุ่มเล็ก ไม่เกิน 10คน/ห้อง ทำให้ดูแลได้อย่างทั่วถึง น้องๆสามารถถามได้ทันที ที่สงสัย
สอนโดย พี่เปิ้ลและทีมอาจารย์ ที่มากประสบการณ์ในการสอน จึงทำให้น้องๆ มั่นใจได้ว่า คอร์ส ติว คอร์สเดียวสอนทั้ง Math และ Verbal ทั้ง 2 พาร์ท
โดยเนื้อหาหลักสูตรภายในคอร์ส จะสอนตั้งแต่พื้นฐานคณิตศาสตร์ การใช้สูตร คำศัพท์ แบบฝึกหัด จนไปถึง ตัวอย่างข้อสอบ รอบล่าสุด และ ที่พลาดไม่ได้คือ เก็งข้อสอบให้กับน้องๆ ในการพิชิตข้อสอบ
คอร์ส Digital SAT Math (Basic + เก็งข้อสอบ) สำหรับน้องที่ต้องการ 700+
| รหัสคอร์ส | วันเรียน | รอบ | เวลา | หมายเหตุ | เหลือที่นั่ง | อาจารย์ |
| SM0326 | 14 มี.ค. - 26 เม.ย. | ส-อา | 10.00-12.30 |
เต็มแล้ว
|
0 | เปิ้ล |
| SM0526 | 9 พ.ค. - 14 มิ.ย. | ส-อา | 10.00-12.30 | จองที่นั่ง | 10 | เปิ้ล |
| SM0726 | 4 ก.ค. - 9 ส.ค. | ส-อา | 10.00-12.30 | จองที่นั่ง | 10 | เปิ้ล |
| SM0826 | 15 ส.ค. - 20 ก.ย. | ส-อา | 10.00-12.30 | จองที่นั่ง | 10 | เปิ้ล |
| SM0926 | 26 ก.ย. - 1 พ.ย. | ส-อา | 10.00-12.30 | จองที่นั่ง | 10 | เปิ้ล |
| SM1126 | 7 พ.ย. - 13 ธ.ค. | ส-อา | 10.00-12.30 | จองที่นั่ง | 10 | เปิ้ล |
คอร์ส Digital SAT Verbal 2026 - (Basic + เก็งข้อสอบ)
| รหัสคอร์ส | วันเรียน | รอบ | เวลา | หมายเหตุ | เหลือที่นั่ง | อาจารย์ |
| SE0326 | 14 มี.ค. - 26 เม.ย. | ส-อา | 13.30-16.00 |
เต็มแล้ว
|
0 | หลิง |
| SE0526 | 9 พ.ค. - 14 มิ.ย. | ส-อา | 13.30-16.00 | จองที่นั่ง | 10 | เปิ้ล |
| SE0726 | 4 ก.ค. - 9 ส.ค. | ส-อา | 13.30-16.00 | จองที่นั่ง | 10 | หลิง |
| SE0826 | 15 ส.ค. - 20 ก.ย. | ส-อา | 13.30-16.00 | จองที่นั่ง | 10 | เปิ้ล |
| SE0926 | 26 ก.ย. - 1 พ.ย. | ส-อา | 13.30-16.00 | จองที่นั่ง | 10 | หลิง |
| SE1126 | 7 พ.ย. - 13 ธ.ค. | ส-อา | 13.30-16.00 | จองที่นั่ง | 10 | หลิง |
ตัวอย่างนักคอร์ส SAT สอบติดมหาลัยชั้นนำ
เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ การสอบ SAT
ตอบผิดใน Digital SAT จะถูกหักคะแนน ควรปล่อยว่างดีกว่าเดา
Digital SAT ไม่มีการหักคะแนนสำหรับคำตอบผิด
Digital SAT ยังใช้เวลาสอบ 3 ชั่วโมงเหมือนเดิม
รูปแบบใหม่สอบสั้นลงเหลือประมาณ 2 ชั่วโมง 14 นาที
Digital SAT Math วัด Calculus และ Trigonometry ขั้นสูง
Digital SAT ไม่วัด Calculus
FAQ SAT – รวมคำถามยอดฮิตเรียน SAT กับ CHULATUTOR
ทำไมต้องเรียน SAT กับ CHULATUTOR ?
คอร์ส SAT ของ CHULATUTOR เหมาะสำหรับนักเรียนที่ตั้งเป้าเข้าคณะอินเตอร์ยอดฮิต เช่น BBA, EBA และ COMM ARTS โดยทีมติวเตอร์มีประสบการณ์สอน SAT มากกว่า 20 ปี พร้อมแนวทางการสอนแบบวิเคราะห์รายบุคคล เพื่อให้น้องๆ ได้คะแนนระดับท็อป
หลักสูตรออกแบบตามแนวข้อสอบ SAT รอบล่าสุด อีกทั้งยังมี Mock Test เสมือนจริง เพื่อให้คุ้นเคยกับบรรยากาศสอบจริง รวมถึงมีคอร์สตั้งแต่ Pre-SAT จนถึง Advanced ครอบคลุมทุกระดับความพร้อมของผู้เรียน พร้อมการันตีผลลัพธ์จากรีวิวความสำเร็จในการสอบเข้าอย่างต่อเนื่อง
เรียน SAT ที่ CHULATUTOR มีรูปแบบไหนบ้าง ?
สอนสด (Hybrid) / เรียนออนไลน์ / Private (ตัวต่อตัวหรือกลุ่มเล็ก) / พร้อมการบ้าน
คอร์ส SAT ที่ CHULATUTOR โดดเด่นพาร์ทใดบ้าง ?
Math ,Reading and Writing












