TBAT คืออะไร วิธีสมัครสอบ ตารางสอบ TBAT

TBAT คืออะไร
Reading Time: 3 minutes

Table of Contents

น้องๆที่ใฝ่ฝันอยากสวมเสื้อกาวน์สีขาว? อยากเป็นหมอ? อยากช่วยเหลือผู้คน? ถ้าใช่ TBAT คือ กุญแจสำคัญที่จะพา น้อง ไปสู่ความฝันนั้น

บทความนี้จะเป็นเข็มทิศนำทาง น้อง ไปสู่โลกของ TBAT พี่จะพาน้องไปรู้จักกับข้อสอบชนิดนี้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ วัตถุประสงค์ รูปแบบ เนื้อหาข้อสอบ วิธีการสมัคร ตารางสอบ คะแนนสอบ ไป จนถึง เทคนิคการเตรียมตัวสอบที่จะทำให้ น้อง มั่นใจพิชิตข้อสอบได้อย่างง่ายดาย

TBAT คืออะไร ?

TBAT ย่อมาจาก Thai Biomedical Admissions Test เป็น แบบทดสอบทางวิทยาศาสตร์ สำหรับผู้สมัครเข้าศึกษาต่อใน ระดับปริญญาตรี หลักสูตรนานาชาติ ของ คณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์

โดย TBAT นั้น จัดทำและดำเนินการโดย ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU-ATC)

ทำไมต้องสอบ TBAT?

เพื่อประเมิน ความรู้ความเข้าใจ และ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ใน เนื้อหาวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับ หลักสูตรแพทย์และสายสุขภาพ

ใครบ้างที่ต้องสอบ TBAT

ผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติ ของ คณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ข้อสอบ TBAT มีกี่วิชา

รูปแบบข้อสอบ TBAT

การสอบ TBAT แบ่งออกเป็น 3 พาร์ท ดังนี้

  • พาร์ท 1: ฟิสิกส์ จำนวน 30 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที
  • พาร์ท 2: เคมี จำนวน 55 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที
  • พาร์ท 3: ชีววิทยา จำนวน 55 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที

รวมแล้ว ข้อสอบ TBAT มีทั้งหมด 140 ข้อ ผู้เข้าสอบมีเวลาทำข้อสอบ ทั้งหมด 3 ชั่วโมง

พาร์ทวิชาจำนวนข้อระยะเวลา
1ฟิสิกส์3060 นาที
2เคมี5560 นาที
3ชีววิทยา5560 นาที

รูปแบบข้อสอบ TBAT

  • ข้อสอบ TBAT เป็นแบบ ปรนัย ผู้เข้าสอบจะต้อง เลือกคำตอบ ที่ถูกต้องที่สุดจากตัวเลือกที่กำหนดให้ 4 ตัวเลือก
  • ผู้เข้าสอบ ไม่สามารถ ย้อนกลับไปทำข้อสอบในพาร์ทก่อนหน้าได้
  • ผู้เข้าสอบ ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเครื่องคิดเลข หรือ อุปกรณ์อื่นๆ เข้าห้องสอบ
ข้อสอบ TBAT ออกอะไรบ้าง

เนื้อหาการสอบ TBAT

  • ฟิสิกส์: เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับกลศาสตร์ แรงงาน ความร้อน เสียง แสง ไฟฟ้า และแม่เหล็ก
  • เคมี: เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับโครงสร้างอะตอม พันธะเคมี เทอร์โมไดนามิกส์ เคมีอินทรีย์ และเคมีวิเคราะห์
  • ชีววิทยา: เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับเซลล์ โครงสร้างและหน้าที่ของสิ่งมีชีวิต พันธุกรรม วิวัฒนาการ และระบบนิเวศ

TPAT Part Physics

  1. Kinetics and force 6-8 ข้อ
  2. Vibrations and Waves 5-6 ข้อ
  3. Electricity 4-5 ข้อ
  4. Magnetism 3-5 ข้อ
  5. Energy 3-4 ข้อ
  6. Atomic Structure 3-4 ข้อ
  7. Electromagnetic Waves 1-2 ข้อ

TPAT Part Chemistry

  1. Atomic structure, Properties of Element and compounds 7-9 ข้อ
  2. Bonding and intermolecular forces 5-6 ข้อ
  3. Laboratory and Safety Skills 3-5 ข้อ
  4. Reaction rates 3-5 ข้อ
  5. Stoichiometry 2-4 ข้อ
  6. Mole and Chemical formula 1-3 ข้อ
  7. Solutions 1-3 ข้อ
  8. Chemical Equilibrium 1-3 ข้อ

TBAT Part Biology

  1. Organ System 23-27 ข้อ
  2. Cell Theory 9-11 ข้อ
  3. Genetics and Evolution 9-11 ข้อ
  4. Disease and Body Defense 4-6 ข้อ
  5. Biological Diversity 2-4 ข้อ
  6. Plants 1-3 ข้อ

คะแนน TBAT

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

วิธีการคิดคะแนน

  • คะแนน ของแต่ละข้อจะ เท่ากัน
  • ไม่มีคะแนนลบ
  • ผู้เข้าสอบ ที่ตอบถูก จะได้คะแนน 1 คะแนน
  • ผู้เข้าสอบ ที่ตอบผิด จะไม่ได้คะแนน

ตัวอย่างการคิดคะแนน

สมมติว่า ผู้เข้าสอบคนหนึ่ง ตอบถูกทั้งหมด 120 ข้อ ตอบผิด 20 ข้อ

คะแนนดิบ ของผู้เข้าสอบคนนี้ จะเท่ากับ:

(120 ข้อ x 1 คะแนน/ข้อ) – (20 ข้อ x 0 คะแนน/ข้อ) = 120 คะแนน

เกณฑ์การผ่าน

ไม่มีเกณฑ์การผ่าน สำหรับการสอบ TBAT

คะแนนสอบ TBAT นั้น ใช้ประกอบการพิจารณา ร่วมกับ ผลการเรียน และ ผลสอบ CU-AAT ใน การคัดเลือกผู้เข้าศึกษาต่อ

มหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง กำหนดคะแนนขั้นต่ำ ของการสอบ TBAT ที่ แตกต่างกัน

การสมัครสอบ TBAT

คุณสมบัติผู้สมัคร

ผู้มีคุณสมบัติสมัครสอบ TBAT ดังนี้:

  • เป็นผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
  • มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPA) ไม่ต่ำกว่า 2.50 จาก 4.00
  • ไม่เคยสอบ TBAT มาแล้วเกิน 2 ครั้ง
  • ไม่เคยถูกตัดสิทธิ์สอบ TBAT มาแล้ว
  • มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง

ขั้นตอนการสมัคร

  1. เข้าสู่ระบบ เว็บไซต์ https://www.chula.ac.th/cu-services/academic-services/chulalongkorn-university-academic-testing-center/
  2. คลิกเมนู “การสมัครสอบ”
  3. เลือก “การสอบ TBAT”
  4. อ่านรายละเอียดการสมัครสอบ
  5. คลิก “สมัครสอบ”
  6. กรอกข้อมูล ให้ครบถ้วนถูกต้อง
  7. แนบเอกสาร ที่ต้องใช้
  8. ชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร
  9. คลิก “ยืนยันการสมัคร”
  10. พิมพ์ใบสมัคร เก็บไว้เป็นหลักฐาน

เอกสารที่ใช้สมัคร

  • ใบสมัครสอบ TBAT (กรอกข้อมูลทางออนไลน์)
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือ บัตรประจำตัวนักเรียน
  • รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว หน้าตรง ฉากหลังสีฟ้า ไม่สวมหมวก
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบรับรองผลการเรียน ม.6 หรือเทียบเท่า

ค่าธรรมเนียมการสมัคร

ค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ TBAT 1,600 บาท

ช่องทางการชำระค่าธรรมเนียม:

กำหนดเวลาสมัคร

ตารางสอบ TBAT 2024

การสมัครสอบ TBAT เปิดรับสมัคร 2 รอบต่อปี ดังนี้:

  • รอบที่ 1: กลางเดือนพฤศจิกายน – กลางเดือนธันวาคม ของปีการศึกษาปัจจุบัน
  • รอบที่ 2: กลางเดือนมิถุนายน – กลางเดือนกรกฎาคม ของปีการศึกษาถัดไป

 

Update ตารางสอบ TBAT 2024

วันสอบเวลาช่วงเวลารับสมัคร
14 ก.ค. 6713:00-16:0028 มิ.ย. – 7 ก.ค. 67
13 ต.ค. 6713:00-16:0027 ก.ย. – 6 ต.ค. 67

ผลสอบ TBAT

วิธีการดูผลสอบ

ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบ TBAT ได้ทางเว็บไซต์ https://www.chula.ac.th/cu-services/academic-services/chulalongkorn-university-academic-testing-center/

กำหนดเวลาประกาศผล

ผลสอบ TBAT จะประกาศ ภายใน 2 อาทิตย์ หลังจาก สิ้นสุดการสอบ แต่ละรอบ

🔥 เตรียมพร้อมสอบ TBAT ด้วยการติวตัวต่อตัว

การสอบ TBAT เปรียบเสมือนประตูสู่คณะในฝันของคุณ หลายคนมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อคว้าคะแนนสูงสุด แต่การเดินทางนี้ใช่ว่าจะง่ายเสมอไป การติวตัวต่อตัวจึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่ช่วยให้น้องพิชิตเป้าหมายได้อย่างมั่นใจ

ทำไมติวตัวต่อตัวจึงเป็นคำตอบสำหรับน้องๆ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้: ติวเตอร์จะทุ่มเทเวลาให้คุณอย่างเต็มที่ ตอบทุกคำถาม แก้ไขข้อสงสัยทันที ช่วยให้น้องเรียนรู้เนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาการทบทวนด้วยตัวเอง
  • เสริมสร้างความมั่นใจ: ติวเตอร์จะคอยให้กำลังใจ กระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจ ช่วยให้น้องรู้สึกมั่นใจ พร้อมลุยกับโจทย์ยากๆ
  • ฝึกฝนเทคนิคการทำข้อสอบ: ติวเตอร์จะสอนเทคนิคการวิเคราะห์โจทย์ การจัดการเวลา การตอบคำถามอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้น้องทำข้อสอบได้อย่างเฉียบคม ตรงเวลา
  • Click ดูข้อมูล ติวเตอร์ที่ TBAT

 

private

เปรียบเทียบ TBAT กับ UCAT แตกต่างกันอย่างไร ?

 TBATUCAT
APTITUDE
(วัดความถนัด)
 

– Verbal Reasoning

– Decision Making

– Quantitative Reasoning

– Abstact Reasoning

SUBJECT KNOWLEDGE
(วัดทักษะทางวิชาการ)

– Biology

– Chmistry

– Physics

 
ATTITUDE
(วัดทัศนคติ)
 Situational Judgement

 

สรุป ความแตกต่างระหว่างข้อสอบ TBAT กับ UCAT คือ ข้อสอบ TBAT จะเน้นวัดความรู้ทางวิชาการ โดยเน้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ส่วน ข้อสอบ UCAT จะเน้นวัดความถนัดและทัศนคติ

Related Posts