TBAT คืออะไร? ใครบ้างที่ต้องสอบ ? พร้อมวิธีสมัครสอบ TBAT

TBAT คืออะไร
Reading Time: 6 minutes

เมนู

TBAT คืออะไร ?

TBAT ย่อมาจาก Thai Biomedical Admissions Test เป็นข้อสอบวัดความถนัดทางด้านวิทยาศาสตร์ ใช้ยื่นเข้าเรียนคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ หลักสูตรนานาชาติ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และสหเวชศาสตร์

ทำไมต้องสอบ ?

เพื่อประเมิน ความรู้ความเข้าใจ และ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ใน เนื้อหาวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับ หลักสูตรแพทย์และสายสุขภาพ

ใครบ้างที่ต้องสอบ ?

ผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติ ของ คณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ข้อสอบ TBAT มีกี่วิชา

รูปแบบข้อสอบ TBAT

การสอบแบ่งออกเป็น 3 พาร์ท ดังนี้

  • พาร์ท 1: ฟิสิกส์ จำนวน 30 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที
  • พาร์ท 2: เคมี จำนวน 55 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที
  • พาร์ท 3: ชีววิทยา จำนวน 55 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที

รวมแล้ว ข้อสอบ มีทั้งหมด 140 ข้อ ผู้เข้าสอบมีเวลาทำข้อสอบ ทั้งหมด 3 ชั่วโมง

พาร์ทวิชาจำนวนข้อระยะเวลา
1ฟิสิกส์3060 นาที
2เคมี5560 นาที
3ชีววิทยา5560 นาที

รูปแบบข้อสอบ

  • ข้อสอบ เป็นแบบ ปรนัย ผู้เข้าสอบจะต้อง เลือกคำตอบ ที่ถูกต้องที่สุดจากตัวเลือกที่กำหนดให้ 4 ตัวเลือก
  • ผู้เข้าสอบ ไม่สามารถ ย้อนกลับไปทำข้อสอบในพาร์ทก่อนหน้าได้
  • ผู้เข้าสอบ ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเครื่องคิดเลข หรือ อุปกรณ์อื่นๆ เข้าห้องสอบ
ข้อสอบ TBAT ออกอะไรบ้าง

TBAT สอบอะไรบ้าง ?

  • ฟิสิกส์: เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับกลศาสตร์ แรงงาน ความร้อน เสียง แสง ไฟฟ้า และแม่เหล็ก
  • เคมี: เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับโครงสร้างอะตอม พันธะเคมี เทอร์โมไดนามิกส์ เคมีอินทรีย์ และเคมีวิเคราะห์
  • ชีววิทยา: เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับเซลล์ โครงสร้างและหน้าที่ของสิ่งมีชีวิต พันธุกรรม วิวัฒนาการ และระบบนิเวศ

Physics

  1. Kinetics and force 6-8 ข้อ
  2. Vibrations and Waves 5-6 ข้อ
  3. Electricity 4-5 ข้อ
  4. Magnetism 3-5 ข้อ
  5. Energy 3-4 ข้อ
  6. Atomic Structure 3-4 ข้อ
  7. Electromagnetic Waves 1-2 ข้อ

Chemistry

  1. Atomic structure, Properties of Element and compounds 7-9 ข้อ
  2. Bonding and intermolecular forces 5-6 ข้อ
  3. Laboratory and Safety Skills 3-5 ข้อ
  4. Reaction rates 3-5 ข้อ
  5. Stoichiometry 2-4 ข้อ
  6. Mole and Chemical formula 1-3 ข้อ
  7. Solutions 1-3 ข้อ
  8. Chemical Equilibrium 1-3 ข้อ

Biology

  1. Organ System 23-27 ข้อ
  2. Cell Theory 9-11 ข้อ
  3. Genetics and Evolution 9-11 ข้อ
  4. Disease and Body Defense 4-6 ข้อ
  5. Biological Diversity 2-4 ข้อ
  6. Plants 1-3 ข้อ

Inside Information: รีวิวข้อสอบ TBAT Biology จากสนามสอบจริง (โดยผู้เข้าสอบเอง)

การสอบ TBAT Biology ในรอบที่ผ่านมา มีหลายประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวข้อสอบและรูปแบบการวัดทักษะของผู้สอบ จากประสบการณ์การลงสนามสอบจริง พบว่าข้อสอบไม่ได้เน้นเพียงการท่องจำเนื้อหาเท่านั้น แต่เน้น การคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ความรู้ชีววิทยา อย่างมาก

ก่อนเข้าสอบ หลายคนคาดว่าข้อสอบจะมีลักษณะใกล้เคียงกับ BMAT หรือ A-Level เนื่องจากเป็นการสอบเพื่อใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัย แต่เมื่อเข้าสอบจริง พบว่าข้อสอบมีทั้งคำถามพื้นฐานและคำถามวิเคราะห์ที่ต้องใช้ความเข้าใจเชิงลึก รวมถึงโจทย์ที่มีความยาวค่อนข้างมาก

อีกจุดสำคัญคือ จำนวนข้อสอบค่อนข้างมาก ผู้สอบต้องทำข้อสอบประมาณ 55 ข้อภายในเวลา 60 นาที ทำให้ต้องใช้เวลาเฉลี่ยเพียงประมาณ 1 นาทีต่อข้อ หากจัดการเวลาไม่ดีอาจทำข้อสอบไม่ทันได้ง่าย

จากการวิเคราะห์แนวข้อสอบ สามารถแบ่งเนื้อหาที่ออกสอบได้เป็น หลัก ดังนี้


Weighting แนวข้อสอบ TBAT Biology (โดยประมาณ)

หมวดหมู่เนื้อหาสัดส่วนข้อสอบ
(โดยประมาณ)
ระดับความยากลักษณะคำถาม
นิเวศวิทยาและวิวัฒนาการ5%⭐⭐วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม และกระบวนการวิวัฒนาการ
โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์5%⭐⭐การทำงานของออแกเนลล์และกลไกภายในเซลล์
ระบบร่างกายมนุษย์และการวิเคราะห์โรค70%⭐⭐⭐⭐วิเคราะห์กลไกของระบบร่างกาย ฮอร์โมน โรค และการทำงานระดับเซลล์
สารชีวโมเลกุลและระบบภูมิคุ้มกัน10%⭐⭐⭐⭐กลไกของภูมิคุ้มกัน วัคซีน และการทำงานของโปรตีนหรือเอนไซม์
พันธุศาสตร์และสารพันธุกรรม10%⭐⭐⭐⭐การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การกลายพันธุ์ และการวิเคราะห์ pedigree

 


บทวิเคราะห์แนวคำถามที่ออกบ่อย

1. นิเวศวิทยาและวิวัฒนาการ

คำถามในส่วนนี้มักให้สถานการณ์เกี่ยวกับ ระบบนิเวศหรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม แล้วให้วิเคราะห์ผลกระทบต่อประชากรสิ่งมีชีวิต

ตัวอย่างแนวคำถาม

  • การฟื้นตัวของระบบนิเวศหลังไฟป่า
  • การเปลี่ยนแปลงของประชากรสิ่งมีชีวิตในสภาวะโลกร้อน

ผู้สอบต้องเข้าใจแนวคิด succession และการปรับตัวทางวิวัฒนาการ

2. โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์

โจทย์มักให้ภาพหรือสถานการณ์เกี่ยวกับเซลล์ เช่น

  • การทำงานของ macrophage ที่กำจัดเชื้อโรค
  • การทำงานของออแกเนลล์ต่าง ๆ ในกระบวนการย่อยหรือกำจัดสิ่งแปลกปลอม

เน้นความเข้าใจหน้าที่ของโครงสร้างในเซลล์ เช่น lysosome, mitochondria หรือ endoplasmic reticulum

3. ระบบร่างกายมนุษย์ (ส่วนที่ออกมากที่สุด)

หมวดนี้ถือเป็น หัวใจหลักของข้อสอบ โดยคิดเป็นประมาณ 70% ของข้อสอบทั้งหมด

คำถามมักอยู่ในรูปแบบสถานการณ์ เช่น

  • การวิเคราะห์โรคที่เกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อหรือระบบประสาท
  • การแปลผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)
  • การทำงานของฮอร์โมน เช่น thyroxine และระบบ feedback

โจทย์มักให้ข้อมูลจำนวนมาก และต้องใช้ความรู้พื้นฐานเพื่อ วิเคราะห์กลไกทางชีววิทยา

4. สารชีวโมเลกุลและระบบภูมิคุ้มกัน

คำถามในส่วนนี้มักเกี่ยวข้องกับ

  • กลไกการทำงานของวัคซีน
  • การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
  • การจับกันของแอนติเจนและแอนติบอดี

รวมถึงการวิเคราะห์การทดลองทางชีววิทยา เช่น การตรวจระดับภูมิคุ้มกันหลังการฉีดวัคซีน

5. พันธุศาสตร์และโรคทางพันธุกรรม

ส่วนนี้เน้นการคิดวิเคราะห์เกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น

  • การวิเคราะห์ pedigree
  • การคำนวณความน่าจะเป็นของการถ่ายทอดยีน
  • การกลายพันธุ์ของ DNA และผลต่อกรดอะมิโน

ผู้สอบต้องเข้าใจทั้ง Mendelian genetics และ non-Mendelian inheritance

 


สรุปภาพรวมข้อสอบ TBAT Biology

ข้อสอบมีจำนวนมากและโจทย์ค่อนข้างยาว เน้นการวิเคราะห์และการประยุกต์ความรู้พื้นฐานเป็นหลัก เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นระดับ ม.4-ม.5 โดยเฉพาะเรื่อง DNA, RNA และพันธุกรรม แม้ข้อสอบไม่ยากมาก แต่มีตัวเลือกหลอกและเวลาค่อนข้างจำกัด น้องจึงควร เข้าใจเนื้อหาให้ลึก ฝึกทำโจทย์วิเคราะห์ และบริหารเวลาให้ดี เพื่อทำข้อสอบได้ทัน

รีวิวข้อสอบ TBAT Chemistry จากสนามสอบจริง (โดยผู้เข้าสอบเอง)

จากประสบการณ์การสอบ TBAT Chemistry ในสนามสอบจริง พบว่าข้อสอบมีลักษณะผสมระหว่างคำถามพื้นฐานและคำถามวิเคราะห์ โดยก่อนเข้าสอบหลายคนคาดว่าข้อสอบจะมีรูปแบบใกล้เคียงกับ A-Level เนื่องจากเป็นการสอบเพื่อใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสอบจริง พบว่าข้อสอบไม่ได้เน้นเพียงการท่องจำเนื้อหา แต่ยังเน้น การวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้หลักการทางเคมี ผู้สอบต้องทำข้อสอบประมาณ 55 ข้อ ภายในเวลา 60 นาที จึงต้องใช้เวลาเฉลี่ยเพียงประมาณ 1 นาทีต่อข้อ หากบริหารเวลาไม่ดี อาจทำข้อสอบไม่ทันได้ง่าย

ข้อสอบโดยรวมแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3–4 หมวดหลัก ที่มีความเชื่อมโยงกันในเชิงเนื้อหา ดังนี้

Weighting แนวข้อสอบ TBAT Chemistry (โดยประมาณ)

หมวดหมู่เนื้อหาสัดส่วน (โดยประมาณ)ระดับความยากลักษณะคำถาม
อะตอม ตารางธาตุ และพันธะเคมี~50%⭐⭐⭐⭐การจัดเรียงอิเล็กตรอน รูปร่างโมเลกุล คุณสมบัติธาตุ และกัมมันตภาพรังสี
การคำนวณทางเคมี~45%⭐⭐⭐ปริมาณสารสัมพันธ์ กรด–เบส ค่า pH และไฟฟ้าเคมี
เคมีอินทรีย์และความรู้ทั่วไป~5%⭐⭐⭐โครงสร้างสารอินทรีย์ ปฏิกิริยา และความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ

 


บทวิเคราะห์แนวคำถามที่ออกบ่อย

1. อะตอม ตารางธาตุ และพันธะเคมี

หมวดนี้เป็นส่วนที่ออกสอบมากที่สุด เน้นความเข้าใจพื้นฐาน เช่น

  • การจัดเรียงอิเล็กตรอน (S, P, D, F)
  • รูปร่างโมเลกุลจากสูตรเคมี
  • คุณสมบัติของธาตุในตารางธาตุ เช่น EN, IE และขนาดอะตอม
  • กัมมันตภาพรังสีและครึ่งชีวิตของสาร

ตัวอย่างแนวคำถาม เช่น

  • โครงสร้างของ SF₆ เป็นรูปทรงใด
  • การจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุ
  • การวิเคราะห์ชนิดของพันธะเคมี

2. การคำนวณทางเคมี

ส่วนนี้เน้นการคำนวณและการเข้าใจหลักการ เช่น

  • ปริมาณสารสัมพันธ์
  • สมดุลกรด–เบส และค่า pH
  • สมการ Ka, Kb
  • ไฟฟ้าเคมีและค่า E° cell

ผู้สอบต้องฝึกการคำนวณให้คล่อง เพราะโจทย์มักให้ข้อมูลครบและต้องตอบให้เร็ว

3. เคมีอินทรีย์และความรู้ทั่วไป

แม้จะออกสอบไม่มาก แต่ก็เป็นหัวข้อที่ต้องจำ เช่น

  • การอ่านชื่อสารประกอบอินทรีย์
  • การวิเคราะห์หมู่ฟังก์ชัน
  • ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับสารอินทรีย์
  • เครื่องมือในห้องปฏิบัติการและความปลอดภัย

 


ตัวอย่างข้อสอบ TBAT Chemistry (รอบล่าสุด)

Question

Which of the following organic compounds has the least number of hydrogen atoms in the formula?

A. 3-ethyl-2-methylheptane

B. 4-ethyloct-2-yne

C. 3-ethyl-4,4-dimethylpent-2-ene

D. 2,3-dimethylheptane

E. 1-ethyl-2-methylcyclohexene

โจทย์ลักษณะนี้ต้องใช้ความเข้าใจเกี่ยวกับ

  • สูตรทั่วไปของ alkane / alkene / alkyne / cycloalkene
  • การนับจำนวนคาร์บอนและไฮโดรเจนในโครงสร้าง

 


สรุปภาพรวมข้อสอบ TBAT Chemistry มีลักษณะเด่นคือ

  • จำนวนข้อค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับเวลา
  • มีทั้งโจทย์พื้นฐานและโจทย์คำนวณ
  • เน้นการเข้าใจหลักการมากกว่าการท่องจำ

ดังนั้นการเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือ

  • ทบทวนพื้นฐานเคมีให้แม่น
  • ฝึกทำโจทย์คำนวณให้คล่อง
  • ฝึกการบริหารเวลาในการทำข้อสอบ

หากเตรียมตัวอย่างถูกต้อง ผู้สอบจะสามารถทำข้อสอบได้ทันเวลาและลดโอกาสพลาดจากตัวเลือกหลอกได้มากขึ้น

รีวิวข้อสอบ TBAT Physics จากสนามสอบจริง (โดยผู้เข้าสอบเอง)

จากประสบการณ์การสอบ TBAT Physics ในสนามสอบจริง พบว่าข้อสอบมีลักษณะเน้นการคำนวณและการใช้สูตรทางฟิสิกส์เป็นหลัก ก่อนเข้าสอบหลายคนคาดว่ารูปแบบข้อสอบจะใกล้เคียงกับ A-Level Physics เนื่องจากเป็นการสอบเพื่อใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัย

เมื่อเข้าสอบจริง พบว่าข้อสอบมี 30 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที ซึ่งถือว่าให้เวลาค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับจำนวนข้อ อย่างไรก็ตาม ข้อสอบจำนวนมากต้องใช้การคำนวณหลายขั้นตอน ทำให้ผู้สอบต้องมีความแม่นยำทั้งในเรื่องสูตรและการคำนวณ

ในสนามสอบมี เครื่องคิดเลขให้ใช้ แต่เป็นเครื่องคิดเลขพื้นฐานที่ไม่สามารถคำนวณฟังก์ชันทางวิทยาศาสตร์ได้ ดังนั้นการฝึกคำนวณและจำสูตรจึงมีความสำคัญมาก


Weighting แนวข้อสอบ TBAT Physics (โดยประมาณ)

หมวดหมู่เนื้อหาสัดส่วน
(โดยประมาณ)
ระดับความยากลักษณะคำถาม
กลศาสตร์~50%⭐⭐⭐⭐การคำนวณแรง การเคลื่อนที่ พลังงาน โมเมนตัม และการเคลื่อนที่แบบวงกลม
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า / สนามแม่เหล็ก~20%⭐⭐⭐⭐การคำนวณแรงแม่เหล็กและการเคลื่อนที่ของอนุภาคในสนามแม่เหล็ก
ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า~15%⭐⭐⭐การคำนวณกระแสไฟฟ้า ตัวต้านทาน และกำลังไฟฟ้า
หัวข้ออื่น ๆ~15%⭐⭐⭐เนื้อหาฟิสิกส์อื่นที่ออกสอบเล็กน้อยในแต่ละบท

 


บทวิเคราะห์แนวคำถามที่ออกบ่อย

1. กลศาสตร์

หัวข้อนี้ออกสอบมากที่สุด โดยเน้นการใช้สูตรพื้นฐานของการเคลื่อนที่ เช่น

  • แรงและการเคลื่อนที่
  • พลังงานจลน์และพลังงานศักย์
  • โมเมนตัม
  • คานและรอก
  • การเคลื่อนที่แบบวงกลม

ตัวอย่างแนวคำถาม เช่น

  • ลากวัตถุขึ้นสู่ความสูงที่กำหนดด้วยอัตราเร็วคงที่ ต้องใช้พลังงานเท่าใด
  • การคำนวณความเร็วเฉลี่ยของวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่างกันในช่วงเวลาที่ต่างกัน

ผู้สอบต้อง จำสูตรให้แม่นและคำนวณให้เร็ว

2. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก

คำถามในส่วนนี้มักเกี่ยวกับ

  • แรงที่กระทำต่ออนุภาคในสนามแม่เหล็ก
  • การเคลื่อนที่ของอนุภาคในสนามแม่เหล็ก
  • หลักการของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

โจทย์ส่วนใหญ่เน้นการคำนวณมากกว่าการถามทฤษฎีโดยตรง

3. ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า

เน้นการคำนวณพื้นฐาน เช่น

  • การต่อตัวต้านทานแบบอนุกรมและขนาน
  • การหากระแสไฟฟ้า
  • การคำนวณกำลังไฟฟ้า

ตัวอย่างแนวคำถาม เช่น

  • หาค่าตัวต้านทานรวมของวงจร
  • คำนวณกำลังไฟฟ้าในวงจรที่มีตัวต้านทานหลายตัว

4. หัวข้ออื่น ๆ

เป็นคำถามจากบทอื่นในฟิสิกส์ที่ออกสอบเล็กน้อย เช่น

  • คลื่น
  • ความร้อน
  • ฟิสิกส์พื้นฐานอื่น ๆ

 


ข้อควรระวังในการทำข้อสอบ

ข้อสอบฟิสิกส์มีลักษณะเด่นคือ

  • เน้นการคำนวณเป็นหลัก
  • มีตัวเลือกที่ออกแบบมาเพื่อหลอกผู้สอบ
  • บางข้อใช้สูตรหลายขั้นตอน

ดังนั้นผู้สอบควร

  • จำสูตรสำคัญให้ครบ
  • ฝึกทำโจทย์คำนวณให้คล่อง
  • ตรวจคำตอบก่อนเลือกตัวเลือก

 


สรุปภาพรวมข้อสอบ

ข้อสอบ TBAT Physics มีลักษณะเด่นคือ

  • ข้อสอบค่อนข้างยากและเน้นการคำนวณ
  • หัวข้อที่ออกสอบมากคือ การเคลื่อนที่ ไฟฟ้า แม่เหล็ก และแรงต่าง ๆ
  • ผู้สอบต้องมีความแม่นยำในสูตรและการคำนวณ

หากเตรียมตัวโดย ทบทวนสูตรพื้นฐานและฝึกทำโจทย์จำนวนมาก จะช่วยให้สามารถทำข้อสอบได้เร็วขึ้นและลดความผิดพลาดจากการคำนวณได้

คะแนน TBAT

คะแนนสอบมีอายุ 2 ปี

วิธีการคิดคะแนน

  • คะแนน ของแต่ละข้อจะ เท่ากัน
  • ไม่มีคะแนนลบ
  • ผู้เข้าสอบ ที่ตอบถูก จะได้คะแนน 1 คะแนน
  • ผู้เข้าสอบ ที่ตอบผิด จะไม่ได้คะแนน

ตัวอย่างการคิดคะแนน

สมมติว่า ผู้เข้าสอบคนหนึ่ง ตอบถูกทั้งหมด 120 ข้อ ตอบผิด 20 ข้อ

คะแนนดิบ ของผู้เข้าสอบคนนี้ จะเท่ากับ:

(120 ข้อ x 1 คะแนน/ข้อ) – (20 ข้อ x 0 คะแนน/ข้อ) = 120 คะแนน

เกณฑ์การผ่าน

คะแนนสอบ TBAT นั้น ใช้ประกอบการพิจารณา ร่วมกับ ผลการเรียน และ ผลสอบ CU-AAT ใน การคัดเลือกผู้เข้าศึกษาต่อ

มหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง กำหนดคะแนนขั้นต่ำ ของการสอบที่ แตกต่างกัน

การสมัครสอบ TBAT

คุณสมบัติผู้สมัคร

ผู้มีคุณสมบัติสมัครสอบ ดังนี้:

  • เป็นผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
  • มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPA) ไม่ต่ำกว่า 2.50 จาก 4.00
  • ไม่เคยสอบ เกิน 2 ครั้ง
  • ไม่เคยถูกตัดสิทธิ์สอบ
  • มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง

ขั้นตอนการสมัคร

  1. เข้าสู่ระบบ สมัครสอบ TBAT
  2. กรณียังไม่มี Account ให้ทำการ “สมัครใช้งาน” ก่อน
  3. คลิกเมนู “การสมัครสอบ”
  4. เลือก “การสอบ TBAT”
  5. อ่านรายละเอียดการสมัครสอบ
  6. คลิก “สมัครสอบ”
  7. กรอกข้อมูล ให้ครบถ้วนถูกต้อง
  8. แนบเอกสาร ที่ต้องใช้
  9. ชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร
  10. คลิก “ยืนยันการสมัคร”
  11. พิมพ์ใบสมัคร เก็บไว้เป็นหลักฐา

เอกสารที่ใช้สมัคร

  • ใบสมัครสอบ (กรอกข้อมูลทางออนไลน์)
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือ บัตรประจำตัวนักเรียน
  • รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว หน้าตรง ฉากหลังสีฟ้า ไม่สวมหมวก
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบรับรองผลการเรียน ม.6 หรือเทียบเท่า

ค่าสอบ TBAT

ค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ  1,600 บาท

ช่องทางการชำระค่าธรรมเนียม:

  • ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา
  • ชำระผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา
  • ชำระผ่านระบบ e-Payment บนเว็บไซต์

กำหนดเวลาสมัคร

การสมัครสอบ TBAT เปิดรับสมัคร 2 รอบต่อปี คือ เดือนกรกฎาคม และเดือนตุลาคม

Update ตารางสอบ TBAT 2026

วันสอบเวลาช่วงเวลารับสมัคร
12 Jul 202613:00-16:0022 – 30 Jun
18 Oct 202613:00-16:0028 Sep – 6 Oct

ข้อมูลอ้างอิง https://atc.chula.ac.th/Main/calendar_bkk/

ผลสอบ TBAT

วิธีการดูผลสอบ

ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบ  ได้ทางเว็บไซต์ https://www.chula.ac.th/cu-services/academic-services/chulalongkorn-university-academic-testing-center/

กำหนดเวลาประกาศผล

ผลสอบ จะประกาศ ภายใน 2 อาทิตย์ หลังจาก สิ้นสุดการสอบ แต่ละรอบ

🔥 เตรียมพร้อมสอบ TBAT ด้วยการติวตัวต่อตัว

การสอบ TBAT เปรียบเสมือนประตูสู่คณะในฝันของคุณ หลายคนมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อคว้าคะแนนสูงสุด แต่การเดินทางนี้ใช่ว่าจะง่ายเสมอไป การติวตัวต่อตัวจึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่ช่วยให้น้องพิชิตเป้าหมายได้อย่างมั่นใจ

ทำไมติวตัวต่อตัวจึงเป็นคำตอบสำหรับน้องๆ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้: ติวเตอร์จะทุ่มเทเวลาให้คุณอย่างเต็มที่ ตอบทุกคำถาม แก้ไขข้อสงสัยทันที ช่วยให้น้องเรียนรู้เนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาการทบทวนด้วยตัวเอง
  • เสริมสร้างความมั่นใจ: ติวเตอร์จะคอยให้กำลังใจ กระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจ ช่วยให้น้องรู้สึกมั่นใจ พร้อมลุยกับโจทย์ยากๆ
  • ฝึกฝนเทคนิคการทำข้อสอบ: ติวเตอร์จะสอนเทคนิคการวิเคราะห์โจทย์ การจัดการเวลา การตอบคำถามอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้น้องทำข้อสอบได้อย่างเฉียบคม ตรงเวลา
  • Click ดูข้อมูล ติวเตอร์ที่ TBAT

 

private

TBAT FREE SERVICES: บริการเสริมฟรี! สำหรับนักเรียน TBAT CHULATUTOR

บริการฟรี! สำหรับนักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนคอร์ส TBAT (Thai Biomedical Admissions Test) กับ CHULATUTOR เพื่อพิชิตข้อสอบได้อย่างมั่นใจ:

บริการเสริมฟรีรายละเอียดการบริการผลลัพธ์ที่น้องจะได้รับ
1. 📊 Mock Test TBAT & Scientific Analysisข้อสอบจำลอง TBAT เสมือนจริง พร้อมรับรายงานผลการวิเคราะห์คะแนนแบบเจาะลึก (Physics, Chemistry, Biology)ฟรี! วัดผลแม่นยำ รู้จุดอ่อนและจุดแข็งรายหัวข้อ เพื่อปรับแผนการอ่านโค้งสุดท้ายก่อนสอบ
2. 🎓 ที่ปรึกษา Admission & Target Scoreให้คำปรึกษาฟรี! ในการกำหนด คะแนน TBAT เป้าหมายที่ต้องทำให้ได้จริง รวมถึงวางแผนการยื่นคะแนนรอบต่าง ๆฟรี! วางแผนกลยุทธ์ Admission เพิ่มโอกาสติดคณะในฝันด้วยการบริหารคะแนนอย่างมืออาชีพ
3. 📝 บริการช่วยสมัครสอบแนะนำและช่วยดำเนินการ สมัครสอบ TBAT ผ่านศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาฯ ให้ เพื่อให้น้องไม่ต้องกังวลเรื่องสมัครสอบไม่ทันฟรี! สะดวกและรวดเร็ว มั่นใจได้ว่าจะไม่พลาดรอบสอบสำคัญ ไม่ต้องเสียเวลากรอกข้อมูลเอง
4. 🧪 Scientific Q&A Clinic (TBAT Focus)จัดเซสชันถาม-ตอบ หรือให้คำปรึกษาเฉพาะกิจหลังเรียนจบคอร์ส โดยติวเตอร์เชี่ยวชาญฟรี! เคลียร์ทุกข้อสงสัย ปิดจุดบอดความรู้ทั้งหมด เพื่อให้พร้อมที่สุดสำหรับวันสอบจริง

 

คะแนนสอบ TBAT ใช้ยื่นคณะแพทย์ ที่ไหนได้บ้าง ?

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • คณะแพทย์ศาสตร์
  • คณะทันตแพทย์ศาสตร์
  • คณะเภสัชศาสตร์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

  • คณะแพทย์ศาสตร์ (ใช้คะแนน TBAT + CU-AAT)

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  • คณะแพทย์ศาสตร์ (ใช้คะแนน TBAT 20%)

มหาวิทยาลัยมหิดล

  • คณะทันตแพทยศาสตร์อินเตอร์ (MIDS)
  • คณะเภสัชศาสตร์อินเตอร์

Requirement แพทย์จุฬา อินเตอร์

  • กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6 หรือเทียบเท่า
  • GPAX
  • คะแนนภาษาอังกฤษ IELTS 7.0+ / TOEFL100+ / CU-TEP & Speaking 110+
  • คะแนนสอบ TBAT (Biology 35% / Chemistry 25% / Physics 15%)
  • คะแนนสอบ CU-AAT ( CU-AAT Math 15% / CU-AAT Verbal 10%)

เกณฑ์การยื่นคะแนนเข้าแพทย์

TBAT ยื่นสมัคร MED/DENT CU , MED KU , TU , MIDS

CU-AAT ยื่นสมัคร MED/DENT CU , MED KU

MCAT ยื่นสมัคร MED/DENT CMU , KKU , KU , MIDS , RSU

UCAT ยื่นสมัคร MED/DENT CICM , MIDS , RSU

AKAT ยื่นสมัคร MED/DENT SWU-NOTT

เปรียบเทียบ TBAT กับ UCAT แตกต่างกันอย่างไร ?

 TBATUCAT
APTITUDE
(วัดความถนัด)
 

– Verbal Reasoning

– Decision Making

– Quantitative Reasoning

– Abstact Reasoning

SUBJECT KNOWLEDGE
(วัดทักษะทางวิชาการ)

– Biology

– Chmistry

– Physics

 
ATTITUDE
(วัดทัศนคติ)
 Situational Judgement

 

สรุป ความแตกต่างระหว่างข้อสอบ TBAT กับ UCAT คือ ข้อสอบ TBAT จะเน้นวัดความรู้ทางวิชาการ โดยเน้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ส่วน ข้อสอบ UCAT จะเน้นวัดความถนัดและทัศนคติ

เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการสอบ TBAT

ข้อสอบ TBAT ยากเท่า BMAT และออกเนื้อหาเกิน ม.ปลายทั้งหมด

TBAT ถูกออกแบบมาแทน BMAT แต่โฟกัส ‘ความรู้วิทยาศาสตร์เชิงลึกระดับ ม.ปลาย – ขั้นประยุกต์

TBAT มี Critical Thinking และ Essay แบบ BMAT เดิม

TBAT ไม่มี Section 1 (Critical Thinking) และไม่มี Essay (Section 3)

ข้อสอบ TBAT มีการหักคะแนนตอบผิด

TBAT ไม่มีการหักคะแนน

คำถามยอดนิยมสำหรับการสอบ TBAT

TBAT วัดทักษะอะไรบ้าง และมี Essay ไหม?

TBAT วัดความถนัดทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ 3 วิชาหลัก ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา รวม 90 ข้อ แบบปรนัยทั้งหมด ไม่มีส่วน Critical Thinking และไม่มีการเขียน Essay อีกต่อไป ข้อสอบถูกออกแบบให้เน้นการประยุกต์ใช้เนื้อหาวิทยาศาสตร์โดยตรงผ่านโจทย์ที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้นกว่าข้อสอบทั่วไป

ข้อสอบ TBAT ใช้เครื่องคิดเลขได้ไหม? ผู้สอบต้องเตรียมเองหรือไม่?

TBAT อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขได้ แต่ผู้สอบ ห้ามนำเครื่องคิดเลขส่วนตัวหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ เข้าห้องสอบเด็ดขาด ทางศูนย์ทดสอบจะเป็นผู้จัดเตรียมเครื่องคิดเลขมาตรฐานให้ใช้ในห้องสอบทุกคนอย่างเท่าเทียม ผู้สอบจึงไม่ต้องเตรียมเครื่องคิดเลขไปเอง และควรฝึกใช้รูปแบบเครื่องคิดเลขทั่วไปให้คุ้นมือก่อนเข้าสอบ

TBAT วัดความถนัดด้านการแพทย์ เช่น จริยธรรม หรือทักษะการสื่อสารหรือไม่?

TBAT เน้นวัดเฉพาะความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา โดยไม่มีส่วนที่วัดจริยธรรมทางการแพทย์หรือทักษะการสื่อสารเหมือนข้อสอบสายสุขภาพอื่น ๆ ทักษะเหล่านี้จะถูกประเมินในรอบสัมภาษณ์หรือ Portfolio ของแต่ละคณะ ดังนั้นผู้สอบควรเตรียมความพร้อมทั้งเนื้อหาวิทยาศาสตร์และทักษะการนำเสนอควบคู่กันไปสำหรับการยื่นเข้ามหาวิทยาลัย

Related Posts