เมนู
TBAT คืออะไร ?
TBAT ย่อมาจาก Thai Biomedical Admissions Test เป็นข้อสอบวัดความถนัดทางด้านวิทยาศาสตร์ ใช้ยื่นเข้าเรียนคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ หลักสูตรนานาชาติ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และสหเวชศาสตร์
ทำไมต้องสอบ ?
เพื่อประเมิน ความรู้ความเข้าใจ และ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ใน เนื้อหาวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับ หลักสูตรแพทย์และสายสุขภาพ
ใครบ้างที่ต้องสอบ ?
ผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติ ของ คณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รูปแบบข้อสอบ TBAT
การสอบแบ่งออกเป็น 3 พาร์ท ดังนี้
- พาร์ท 1: ฟิสิกส์ จำนวน 30 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที
- พาร์ท 2: เคมี จำนวน 55 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที
- พาร์ท 3: ชีววิทยา จำนวน 55 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที
รวมแล้ว ข้อสอบ มีทั้งหมด 140 ข้อ ผู้เข้าสอบมีเวลาทำข้อสอบ ทั้งหมด 3 ชั่วโมง
| พาร์ท | วิชา | จำนวนข้อ | ระยะเวลา |
| 1 | ฟิสิกส์ | 30 | 60 นาที |
| 2 | เคมี | 55 | 60 นาที |
| 3 | ชีววิทยา | 55 | 60 นาที |
รูปแบบข้อสอบ
- ข้อสอบ เป็นแบบ ปรนัย ผู้เข้าสอบจะต้อง เลือกคำตอบ ที่ถูกต้องที่สุดจากตัวเลือกที่กำหนดให้ 4 ตัวเลือก
- ผู้เข้าสอบ ไม่สามารถ ย้อนกลับไปทำข้อสอบในพาร์ทก่อนหน้าได้
- ผู้เข้าสอบ ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเครื่องคิดเลข หรือ อุปกรณ์อื่นๆ เข้าห้องสอบ
TBAT สอบอะไรบ้าง ?
- ฟิสิกส์: เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับกลศาสตร์ แรงงาน ความร้อน เสียง แสง ไฟฟ้า และแม่เหล็ก
- เคมี: เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับโครงสร้างอะตอม พันธะเคมี เทอร์โมไดนามิกส์ เคมีอินทรีย์ และเคมีวิเคราะห์
- ชีววิทยา: เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับเซลล์ โครงสร้างและหน้าที่ของสิ่งมีชีวิต พันธุกรรม วิวัฒนาการ และระบบนิเวศ
Physics
- Kinetics and force 6-8 ข้อ
- Vibrations and Waves 5-6 ข้อ
- Electricity 4-5 ข้อ
- Magnetism 3-5 ข้อ
- Energy 3-4 ข้อ
- Atomic Structure 3-4 ข้อ
- Electromagnetic Waves 1-2 ข้อ
Chemistry
- Atomic structure, Properties of Element and compounds 7-9 ข้อ
- Bonding and intermolecular forces 5-6 ข้อ
- Laboratory and Safety Skills 3-5 ข้อ
- Reaction rates 3-5 ข้อ
- Stoichiometry 2-4 ข้อ
- Mole and Chemical formula 1-3 ข้อ
- Solutions 1-3 ข้อ
- Chemical Equilibrium 1-3 ข้อ
Biology
- Organ System 23-27 ข้อ
- Cell Theory 9-11 ข้อ
- Genetics and Evolution 9-11 ข้อ
- Disease and Body Defense 4-6 ข้อ
- Biological Diversity 2-4 ข้อ
- Plants 1-3 ข้อ
Inside Information: รีวิวข้อสอบ TBAT Biology จากสนามสอบจริง (โดยผู้เข้าสอบเอง)
การสอบ TBAT Biology ในรอบที่ผ่านมา มีหลายประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวข้อสอบและรูปแบบการวัดทักษะของผู้สอบ จากประสบการณ์การลงสนามสอบจริง พบว่าข้อสอบไม่ได้เน้นเพียงการท่องจำเนื้อหาเท่านั้น แต่เน้น การคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ความรู้ชีววิทยา อย่างมาก
ก่อนเข้าสอบ หลายคนคาดว่าข้อสอบจะมีลักษณะใกล้เคียงกับ BMAT หรือ A-Level เนื่องจากเป็นการสอบเพื่อใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัย แต่เมื่อเข้าสอบจริง พบว่าข้อสอบมีทั้งคำถามพื้นฐานและคำถามวิเคราะห์ที่ต้องใช้ความเข้าใจเชิงลึก รวมถึงโจทย์ที่มีความยาวค่อนข้างมาก
อีกจุดสำคัญคือ จำนวนข้อสอบค่อนข้างมาก ผู้สอบต้องทำข้อสอบประมาณ 55 ข้อภายในเวลา 60 นาที ทำให้ต้องใช้เวลาเฉลี่ยเพียงประมาณ 1 นาทีต่อข้อ หากจัดการเวลาไม่ดีอาจทำข้อสอบไม่ทันได้ง่าย
จากการวิเคราะห์แนวข้อสอบ สามารถแบ่งเนื้อหาที่ออกสอบได้เป็น หลัก ดังนี้
Weighting แนวข้อสอบ TBAT Biology (โดยประมาณ)
| หมวดหมู่เนื้อหา | สัดส่วนข้อสอบ (โดยประมาณ) | ระดับความยาก | ลักษณะคำถาม |
| นิเวศวิทยาและวิวัฒนาการ | 5% | ⭐⭐ | วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม และกระบวนการวิวัฒนาการ |
| โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ | 5% | ⭐⭐ | การทำงานของออแกเนลล์และกลไกภายในเซลล์ |
| ระบบร่างกายมนุษย์และการวิเคราะห์โรค | 70% | ⭐⭐⭐⭐ | วิเคราะห์กลไกของระบบร่างกาย ฮอร์โมน โรค และการทำงานระดับเซลล์ |
| สารชีวโมเลกุลและระบบภูมิคุ้มกัน | 10% | ⭐⭐⭐⭐ | กลไกของภูมิคุ้มกัน วัคซีน และการทำงานของโปรตีนหรือเอนไซม์ |
| พันธุศาสตร์และสารพันธุกรรม | 10% | ⭐⭐⭐⭐ | การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การกลายพันธุ์ และการวิเคราะห์ pedigree |
บทวิเคราะห์แนวคำถามที่ออกบ่อย
1. นิเวศวิทยาและวิวัฒนาการ
คำถามในส่วนนี้มักให้สถานการณ์เกี่ยวกับ ระบบนิเวศหรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม แล้วให้วิเคราะห์ผลกระทบต่อประชากรสิ่งมีชีวิต
ตัวอย่างแนวคำถาม
- การฟื้นตัวของระบบนิเวศหลังไฟป่า
- การเปลี่ยนแปลงของประชากรสิ่งมีชีวิตในสภาวะโลกร้อน
ผู้สอบต้องเข้าใจแนวคิด succession และการปรับตัวทางวิวัฒนาการ
2. โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์
โจทย์มักให้ภาพหรือสถานการณ์เกี่ยวกับเซลล์ เช่น
- การทำงานของ macrophage ที่กำจัดเชื้อโรค
- การทำงานของออแกเนลล์ต่าง ๆ ในกระบวนการย่อยหรือกำจัดสิ่งแปลกปลอม
เน้นความเข้าใจหน้าที่ของโครงสร้างในเซลล์ เช่น lysosome, mitochondria หรือ endoplasmic reticulum
3. ระบบร่างกายมนุษย์ (ส่วนที่ออกมากที่สุด)
หมวดนี้ถือเป็น หัวใจหลักของข้อสอบ โดยคิดเป็นประมาณ 70% ของข้อสอบทั้งหมด
คำถามมักอยู่ในรูปแบบสถานการณ์ เช่น
- การวิเคราะห์โรคที่เกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อหรือระบบประสาท
- การแปลผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)
- การทำงานของฮอร์โมน เช่น thyroxine และระบบ feedback
โจทย์มักให้ข้อมูลจำนวนมาก และต้องใช้ความรู้พื้นฐานเพื่อ วิเคราะห์กลไกทางชีววิทยา
4. สารชีวโมเลกุลและระบบภูมิคุ้มกัน
คำถามในส่วนนี้มักเกี่ยวข้องกับ
- กลไกการทำงานของวัคซีน
- การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
- การจับกันของแอนติเจนและแอนติบอดี
รวมถึงการวิเคราะห์การทดลองทางชีววิทยา เช่น การตรวจระดับภูมิคุ้มกันหลังการฉีดวัคซีน
5. พันธุศาสตร์และโรคทางพันธุกรรม
ส่วนนี้เน้นการคิดวิเคราะห์เกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น
- การวิเคราะห์ pedigree
- การคำนวณความน่าจะเป็นของการถ่ายทอดยีน
- การกลายพันธุ์ของ DNA และผลต่อกรดอะมิโน
ผู้สอบต้องเข้าใจทั้ง Mendelian genetics และ non-Mendelian inheritance
สรุปภาพรวมข้อสอบ TBAT Biology
ข้อสอบมีจำนวนมากและโจทย์ค่อนข้างยาว เน้นการวิเคราะห์และการประยุกต์ความรู้พื้นฐานเป็นหลัก เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นระดับ ม.4-ม.5 โดยเฉพาะเรื่อง DNA, RNA และพันธุกรรม แม้ข้อสอบไม่ยากมาก แต่มีตัวเลือกหลอกและเวลาค่อนข้างจำกัด น้องจึงควร เข้าใจเนื้อหาให้ลึก ฝึกทำโจทย์วิเคราะห์ และบริหารเวลาให้ดี เพื่อทำข้อสอบได้ทัน
รีวิวข้อสอบ TBAT Chemistry จากสนามสอบจริง (โดยผู้เข้าสอบเอง)
จากประสบการณ์การสอบ TBAT Chemistry ในสนามสอบจริง พบว่าข้อสอบมีลักษณะผสมระหว่างคำถามพื้นฐานและคำถามวิเคราะห์ โดยก่อนเข้าสอบหลายคนคาดว่าข้อสอบจะมีรูปแบบใกล้เคียงกับ A-Level เนื่องจากเป็นการสอบเพื่อใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสอบจริง พบว่าข้อสอบไม่ได้เน้นเพียงการท่องจำเนื้อหา แต่ยังเน้น การวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้หลักการทางเคมี ผู้สอบต้องทำข้อสอบประมาณ 55 ข้อ ภายในเวลา 60 นาที จึงต้องใช้เวลาเฉลี่ยเพียงประมาณ 1 นาทีต่อข้อ หากบริหารเวลาไม่ดี อาจทำข้อสอบไม่ทันได้ง่าย
ข้อสอบโดยรวมแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3–4 หมวดหลัก ที่มีความเชื่อมโยงกันในเชิงเนื้อหา ดังนี้
Weighting แนวข้อสอบ TBAT Chemistry (โดยประมาณ)
| หมวดหมู่เนื้อหา | สัดส่วน (โดยประมาณ) | ระดับความยาก | ลักษณะคำถาม |
| อะตอม ตารางธาตุ และพันธะเคมี | ~50% | ⭐⭐⭐⭐ | การจัดเรียงอิเล็กตรอน รูปร่างโมเลกุล คุณสมบัติธาตุ และกัมมันตภาพรังสี |
| การคำนวณทางเคมี | ~45% | ⭐⭐⭐ | ปริมาณสารสัมพันธ์ กรด–เบส ค่า pH และไฟฟ้าเคมี |
| เคมีอินทรีย์และความรู้ทั่วไป | ~5% | ⭐⭐⭐ | โครงสร้างสารอินทรีย์ ปฏิกิริยา และความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ |
บทวิเคราะห์แนวคำถามที่ออกบ่อย
1. อะตอม ตารางธาตุ และพันธะเคมี
หมวดนี้เป็นส่วนที่ออกสอบมากที่สุด เน้นความเข้าใจพื้นฐาน เช่น
- การจัดเรียงอิเล็กตรอน (S, P, D, F)
- รูปร่างโมเลกุลจากสูตรเคมี
- คุณสมบัติของธาตุในตารางธาตุ เช่น EN, IE และขนาดอะตอม
- กัมมันตภาพรังสีและครึ่งชีวิตของสาร
ตัวอย่างแนวคำถาม เช่น
- โครงสร้างของ SF₆ เป็นรูปทรงใด
- การจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุ
- การวิเคราะห์ชนิดของพันธะเคมี
2. การคำนวณทางเคมี
ส่วนนี้เน้นการคำนวณและการเข้าใจหลักการ เช่น
- ปริมาณสารสัมพันธ์
- สมดุลกรด–เบส และค่า pH
- สมการ Ka, Kb
- ไฟฟ้าเคมีและค่า E° cell
ผู้สอบต้องฝึกการคำนวณให้คล่อง เพราะโจทย์มักให้ข้อมูลครบและต้องตอบให้เร็ว
3. เคมีอินทรีย์และความรู้ทั่วไป
แม้จะออกสอบไม่มาก แต่ก็เป็นหัวข้อที่ต้องจำ เช่น
- การอ่านชื่อสารประกอบอินทรีย์
- การวิเคราะห์หมู่ฟังก์ชัน
- ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับสารอินทรีย์
- เครื่องมือในห้องปฏิบัติการและความปลอดภัย
ตัวอย่างข้อสอบ TBAT Chemistry (รอบล่าสุด)
Question
Which of the following organic compounds has the least number of hydrogen atoms in the formula?
A. 3-ethyl-2-methylheptane
B. 4-ethyloct-2-yne
C. 3-ethyl-4,4-dimethylpent-2-ene
D. 2,3-dimethylheptane
E. 1-ethyl-2-methylcyclohexene
โจทย์ลักษณะนี้ต้องใช้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
- สูตรทั่วไปของ alkane / alkene / alkyne / cycloalkene
- การนับจำนวนคาร์บอนและไฮโดรเจนในโครงสร้าง
สรุปภาพรวมข้อสอบ TBAT Chemistry มีลักษณะเด่นคือ
- จำนวนข้อค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับเวลา
- มีทั้งโจทย์พื้นฐานและโจทย์คำนวณ
- เน้นการเข้าใจหลักการมากกว่าการท่องจำ
ดังนั้นการเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือ
- ทบทวนพื้นฐานเคมีให้แม่น
- ฝึกทำโจทย์คำนวณให้คล่อง
- ฝึกการบริหารเวลาในการทำข้อสอบ
หากเตรียมตัวอย่างถูกต้อง ผู้สอบจะสามารถทำข้อสอบได้ทันเวลาและลดโอกาสพลาดจากตัวเลือกหลอกได้มากขึ้น
รีวิวข้อสอบ TBAT Physics จากสนามสอบจริง (โดยผู้เข้าสอบเอง)
จากประสบการณ์การสอบ TBAT Physics ในสนามสอบจริง พบว่าข้อสอบมีลักษณะเน้นการคำนวณและการใช้สูตรทางฟิสิกส์เป็นหลัก ก่อนเข้าสอบหลายคนคาดว่ารูปแบบข้อสอบจะใกล้เคียงกับ A-Level Physics เนื่องจากเป็นการสอบเพื่อใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัย
เมื่อเข้าสอบจริง พบว่าข้อสอบมี 30 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที ซึ่งถือว่าให้เวลาค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับจำนวนข้อ อย่างไรก็ตาม ข้อสอบจำนวนมากต้องใช้การคำนวณหลายขั้นตอน ทำให้ผู้สอบต้องมีความแม่นยำทั้งในเรื่องสูตรและการคำนวณ
ในสนามสอบมี เครื่องคิดเลขให้ใช้ แต่เป็นเครื่องคิดเลขพื้นฐานที่ไม่สามารถคำนวณฟังก์ชันทางวิทยาศาสตร์ได้ ดังนั้นการฝึกคำนวณและจำสูตรจึงมีความสำคัญมาก
Weighting แนวข้อสอบ TBAT Physics (โดยประมาณ)
| หมวดหมู่เนื้อหา | สัดส่วน (โดยประมาณ) | ระดับความยาก | ลักษณะคำถาม |
| กลศาสตร์ | ~50% | ⭐⭐⭐⭐ | การคำนวณแรง การเคลื่อนที่ พลังงาน โมเมนตัม และการเคลื่อนที่แบบวงกลม |
| คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า / สนามแม่เหล็ก | ~20% | ⭐⭐⭐⭐ | การคำนวณแรงแม่เหล็กและการเคลื่อนที่ของอนุภาคในสนามแม่เหล็ก |
| ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า | ~15% | ⭐⭐⭐ | การคำนวณกระแสไฟฟ้า ตัวต้านทาน และกำลังไฟฟ้า |
| หัวข้ออื่น ๆ | ~15% | ⭐⭐⭐ | เนื้อหาฟิสิกส์อื่นที่ออกสอบเล็กน้อยในแต่ละบท |
บทวิเคราะห์แนวคำถามที่ออกบ่อย
1. กลศาสตร์
หัวข้อนี้ออกสอบมากที่สุด โดยเน้นการใช้สูตรพื้นฐานของการเคลื่อนที่ เช่น
- แรงและการเคลื่อนที่
- พลังงานจลน์และพลังงานศักย์
- โมเมนตัม
- คานและรอก
- การเคลื่อนที่แบบวงกลม
ตัวอย่างแนวคำถาม เช่น
- ลากวัตถุขึ้นสู่ความสูงที่กำหนดด้วยอัตราเร็วคงที่ ต้องใช้พลังงานเท่าใด
- การคำนวณความเร็วเฉลี่ยของวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่างกันในช่วงเวลาที่ต่างกัน
ผู้สอบต้อง จำสูตรให้แม่นและคำนวณให้เร็ว
2. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก
คำถามในส่วนนี้มักเกี่ยวกับ
- แรงที่กระทำต่ออนุภาคในสนามแม่เหล็ก
- การเคลื่อนที่ของอนุภาคในสนามแม่เหล็ก
- หลักการของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
โจทย์ส่วนใหญ่เน้นการคำนวณมากกว่าการถามทฤษฎีโดยตรง
3. ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า
เน้นการคำนวณพื้นฐาน เช่น
- การต่อตัวต้านทานแบบอนุกรมและขนาน
- การหากระแสไฟฟ้า
- การคำนวณกำลังไฟฟ้า
ตัวอย่างแนวคำถาม เช่น
- หาค่าตัวต้านทานรวมของวงจร
- คำนวณกำลังไฟฟ้าในวงจรที่มีตัวต้านทานหลายตัว
4. หัวข้ออื่น ๆ
เป็นคำถามจากบทอื่นในฟิสิกส์ที่ออกสอบเล็กน้อย เช่น
- คลื่น
- ความร้อน
- ฟิสิกส์พื้นฐานอื่น ๆ
ข้อควรระวังในการทำข้อสอบ
ข้อสอบฟิสิกส์มีลักษณะเด่นคือ
- เน้นการคำนวณเป็นหลัก
- มีตัวเลือกที่ออกแบบมาเพื่อหลอกผู้สอบ
- บางข้อใช้สูตรหลายขั้นตอน
ดังนั้นผู้สอบควร
- จำสูตรสำคัญให้ครบ
- ฝึกทำโจทย์คำนวณให้คล่อง
- ตรวจคำตอบก่อนเลือกตัวเลือก
สรุปภาพรวมข้อสอบ
ข้อสอบ TBAT Physics มีลักษณะเด่นคือ
- ข้อสอบค่อนข้างยากและเน้นการคำนวณ
- หัวข้อที่ออกสอบมากคือ การเคลื่อนที่ ไฟฟ้า แม่เหล็ก และแรงต่าง ๆ
- ผู้สอบต้องมีความแม่นยำในสูตรและการคำนวณ
หากเตรียมตัวโดย ทบทวนสูตรพื้นฐานและฝึกทำโจทย์จำนวนมาก จะช่วยให้สามารถทำข้อสอบได้เร็วขึ้นและลดความผิดพลาดจากการคำนวณได้
คะแนน TBAT
คะแนนสอบมีอายุ 2 ปี
วิธีการคิดคะแนน
- คะแนน ของแต่ละข้อจะ เท่ากัน
- ไม่มีคะแนนลบ
- ผู้เข้าสอบ ที่ตอบถูก จะได้คะแนน 1 คะแนน
- ผู้เข้าสอบ ที่ตอบผิด จะไม่ได้คะแนน
ตัวอย่างการคิดคะแนน
สมมติว่า ผู้เข้าสอบคนหนึ่ง ตอบถูกทั้งหมด 120 ข้อ ตอบผิด 20 ข้อ
คะแนนดิบ ของผู้เข้าสอบคนนี้ จะเท่ากับ:
(120 ข้อ x 1 คะแนน/ข้อ) – (20 ข้อ x 0 คะแนน/ข้อ) = 120 คะแนน
เกณฑ์การผ่าน
คะแนนสอบ TBAT นั้น ใช้ประกอบการพิจารณา ร่วมกับ ผลการเรียน และ ผลสอบ CU-AAT ใน การคัดเลือกผู้เข้าศึกษาต่อ
มหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง กำหนดคะแนนขั้นต่ำ ของการสอบที่ แตกต่างกัน
การสมัครสอบ TBAT
คุณสมบัติผู้สมัคร
ผู้มีคุณสมบัติสมัครสอบ ดังนี้:
- เป็นผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
- มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPA) ไม่ต่ำกว่า 2.50 จาก 4.00
- ไม่เคยสอบ เกิน 2 ครั้ง
- ไม่เคยถูกตัดสิทธิ์สอบ
- มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง
ขั้นตอนการสมัคร
- เข้าสู่ระบบ สมัครสอบ TBAT
- กรณียังไม่มี Account ให้ทำการ “สมัครใช้งาน” ก่อน
- คลิกเมนู “การสมัครสอบ”
- เลือก “การสอบ TBAT”
- อ่านรายละเอียดการสมัครสอบ
- คลิก “สมัครสอบ”
- กรอกข้อมูล ให้ครบถ้วนถูกต้อง
- แนบเอกสาร ที่ต้องใช้
- ชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร
- คลิก “ยืนยันการสมัคร”
- พิมพ์ใบสมัคร เก็บไว้เป็นหลักฐา
เอกสารที่ใช้สมัคร
- ใบสมัครสอบ (กรอกข้อมูลทางออนไลน์)
- สำเนาบัตรประชาชน หรือ บัตรประจำตัวนักเรียน
- รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว หน้าตรง ฉากหลังสีฟ้า ไม่สวมหมวก
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบรับรองผลการเรียน ม.6 หรือเทียบเท่า
ค่าสอบ TBAT
ค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ 1,600 บาท
ช่องทางการชำระค่าธรรมเนียม:
- ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา
- ชำระผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา
- ชำระผ่านระบบ e-Payment บนเว็บไซต์
กำหนดเวลาสมัคร
การสมัครสอบ TBAT เปิดรับสมัคร 2 รอบต่อปี คือ เดือนกรกฎาคม และเดือนตุลาคม
Update ตารางสอบ TBAT 2026
| วันสอบ | เวลา | ช่วงเวลารับสมัคร |
| 12 Jul 2026 | 13:00-16:00 | 22 – 30 Jun |
| 18 Oct 2026 | 13:00-16:00 | 28 Sep – 6 Oct |
ข้อมูลอ้างอิง https://atc.chula.ac.th/Main/calendar_bkk/
ผลสอบ TBAT
วิธีการดูผลสอบ
ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบ ได้ทางเว็บไซต์ https://www.chula.ac.th/cu-services/academic-services/chulalongkorn-university-academic-testing-center/
กำหนดเวลาประกาศผล
ผลสอบ จะประกาศ ภายใน 2 อาทิตย์ หลังจาก สิ้นสุดการสอบ แต่ละรอบ
🔥 เตรียมพร้อมสอบ TBAT ด้วยการติวตัวต่อตัว
การสอบ TBAT เปรียบเสมือนประตูสู่คณะในฝันของคุณ หลายคนมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อคว้าคะแนนสูงสุด แต่การเดินทางนี้ใช่ว่าจะง่ายเสมอไป การติวตัวต่อตัวจึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่ช่วยให้น้องพิชิตเป้าหมายได้อย่างมั่นใจ
ทำไมติวตัวต่อตัวจึงเป็นคำตอบสำหรับน้องๆ
- เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้: ติวเตอร์จะทุ่มเทเวลาให้คุณอย่างเต็มที่ ตอบทุกคำถาม แก้ไขข้อสงสัยทันที ช่วยให้น้องเรียนรู้เนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาการทบทวนด้วยตัวเอง
- เสริมสร้างความมั่นใจ: ติวเตอร์จะคอยให้กำลังใจ กระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจ ช่วยให้น้องรู้สึกมั่นใจ พร้อมลุยกับโจทย์ยากๆ
- ฝึกฝนเทคนิคการทำข้อสอบ: ติวเตอร์จะสอนเทคนิคการวิเคราะห์โจทย์ การจัดการเวลา การตอบคำถามอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้น้องทำข้อสอบได้อย่างเฉียบคม ตรงเวลา
- Click ดูข้อมูล ติวเตอร์ที่ TBAT
TBAT FREE SERVICES: บริการเสริมฟรี! สำหรับนักเรียน TBAT CHULATUTOR
บริการฟรี! สำหรับนักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนคอร์ส TBAT (Thai Biomedical Admissions Test) กับ CHULATUTOR เพื่อพิชิตข้อสอบได้อย่างมั่นใจ:
| บริการเสริมฟรี | รายละเอียดการบริการ | ผลลัพธ์ที่น้องจะได้รับ |
| 1. 📊 Mock Test TBAT & Scientific Analysis | ข้อสอบจำลอง TBAT เสมือนจริง พร้อมรับรายงานผลการวิเคราะห์คะแนนแบบเจาะลึก (Physics, Chemistry, Biology) | ฟรี! วัดผลแม่นยำ รู้จุดอ่อนและจุดแข็งรายหัวข้อ เพื่อปรับแผนการอ่านโค้งสุดท้ายก่อนสอบ |
| 2. 🎓 ที่ปรึกษา Admission & Target Score | ให้คำปรึกษาฟรี! ในการกำหนด คะแนน TBAT เป้าหมายที่ต้องทำให้ได้จริง รวมถึงวางแผนการยื่นคะแนนรอบต่าง ๆ | ฟรี! วางแผนกลยุทธ์ Admission เพิ่มโอกาสติดคณะในฝันด้วยการบริหารคะแนนอย่างมืออาชีพ |
| 3. 📝 บริการช่วยสมัครสอบ | แนะนำและช่วยดำเนินการ สมัครสอบ TBAT ผ่านศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาฯ ให้ เพื่อให้น้องไม่ต้องกังวลเรื่องสมัครสอบไม่ทัน | ฟรี! สะดวกและรวดเร็ว มั่นใจได้ว่าจะไม่พลาดรอบสอบสำคัญ ไม่ต้องเสียเวลากรอกข้อมูลเอง |
| 4. 🧪 Scientific Q&A Clinic (TBAT Focus) | จัดเซสชันถาม-ตอบ หรือให้คำปรึกษาเฉพาะกิจหลังเรียนจบคอร์ส โดยติวเตอร์เชี่ยวชาญ | ฟรี! เคลียร์ทุกข้อสงสัย ปิดจุดบอดความรู้ทั้งหมด เพื่อให้พร้อมที่สุดสำหรับวันสอบจริง |
คะแนนสอบ TBAT ใช้ยื่นคณะแพทย์ ที่ไหนได้บ้าง ?
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- คณะแพทย์ศาสตร์
- คณะทันตแพทย์ศาสตร์
- คณะเภสัชศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- คณะแพทย์ศาสตร์ (ใช้คะแนน TBAT + CU-AAT)
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- คณะแพทย์ศาสตร์ (ใช้คะแนน TBAT 20%)
มหาวิทยาลัยมหิดล
- คณะทันตแพทยศาสตร์อินเตอร์ (MIDS)
- คณะเภสัชศาสตร์อินเตอร์
Requirement แพทย์จุฬา อินเตอร์
- กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6 หรือเทียบเท่า
- GPAX
- คะแนนภาษาอังกฤษ IELTS 7.0+ / TOEFL100+ / CU-TEP & Speaking 110+
- คะแนนสอบ TBAT (Biology 35% / Chemistry 25% / Physics 15%)
- คะแนนสอบ CU-AAT ( CU-AAT Math 15% / CU-AAT Verbal 10%)
เกณฑ์การยื่นคะแนนเข้าแพทย์
TBAT ยื่นสมัคร MED/DENT CU , MED KU , TU , MIDS
CU-AAT ยื่นสมัคร MED/DENT CU , MED KU
MCAT ยื่นสมัคร MED/DENT CMU , KKU , KU , MIDS , RSU
UCAT ยื่นสมัคร MED/DENT CICM , MIDS , RSU
AKAT ยื่นสมัคร MED/DENT SWU-NOTT
เปรียบเทียบ TBAT กับ UCAT แตกต่างกันอย่างไร ?
| TBAT | UCAT | |
| APTITUDE (วัดความถนัด) | – Verbal Reasoning – Decision Making – Quantitative Reasoning – Abstact Reasoning | |
| SUBJECT KNOWLEDGE (วัดทักษะทางวิชาการ) | – Biology – Chmistry – Physics | |
| ATTITUDE (วัดทัศนคติ) | Situational Judgement |
สรุป ความแตกต่างระหว่างข้อสอบ TBAT กับ UCAT คือ ข้อสอบ TBAT จะเน้นวัดความรู้ทางวิชาการ โดยเน้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ส่วน ข้อสอบ UCAT จะเน้นวัดความถนัดและทัศนคติ
เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการสอบ TBAT
ข้อสอบ TBAT ยากเท่า BMAT และออกเนื้อหาเกิน ม.ปลายทั้งหมด
TBAT ถูกออกแบบมาแทน BMAT แต่โฟกัส ‘ความรู้วิทยาศาสตร์เชิงลึกระดับ ม.ปลาย – ขั้นประยุกต์
TBAT มี Critical Thinking และ Essay แบบ BMAT เดิม
TBAT ไม่มี Section 1 (Critical Thinking) และไม่มี Essay (Section 3)
ข้อสอบ TBAT มีการหักคะแนนตอบผิด
TBAT ไม่มีการหักคะแนน
คำถามยอดนิยมสำหรับการสอบ TBAT
TBAT วัดทักษะอะไรบ้าง และมี Essay ไหม?
TBAT วัดความถนัดทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ 3 วิชาหลัก ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา รวม 90 ข้อ แบบปรนัยทั้งหมด ไม่มีส่วน Critical Thinking และไม่มีการเขียน Essay อีกต่อไป ข้อสอบถูกออกแบบให้เน้นการประยุกต์ใช้เนื้อหาวิทยาศาสตร์โดยตรงผ่านโจทย์ที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้นกว่าข้อสอบทั่วไป
ข้อสอบ TBAT ใช้เครื่องคิดเลขได้ไหม? ผู้สอบต้องเตรียมเองหรือไม่?
TBAT อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขได้ แต่ผู้สอบ ห้ามนำเครื่องคิดเลขส่วนตัวหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ เข้าห้องสอบเด็ดขาด ทางศูนย์ทดสอบจะเป็นผู้จัดเตรียมเครื่องคิดเลขมาตรฐานให้ใช้ในห้องสอบทุกคนอย่างเท่าเทียม ผู้สอบจึงไม่ต้องเตรียมเครื่องคิดเลขไปเอง และควรฝึกใช้รูปแบบเครื่องคิดเลขทั่วไปให้คุ้นมือก่อนเข้าสอบ
TBAT วัดความถนัดด้านการแพทย์ เช่น จริยธรรม หรือทักษะการสื่อสารหรือไม่?
TBAT เน้นวัดเฉพาะความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา โดยไม่มีส่วนที่วัดจริยธรรมทางการแพทย์หรือทักษะการสื่อสารเหมือนข้อสอบสายสุขภาพอื่น ๆ ทักษะเหล่านี้จะถูกประเมินในรอบสัมภาษณ์หรือ Portfolio ของแต่ละคณะ ดังนั้นผู้สอบควรเตรียมความพร้อมทั้งเนื้อหาวิทยาศาสตร์และทักษะการนำเสนอควบคู่กันไปสำหรับการยื่นเข้ามหาวิทยาลัย
See also
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจาก: ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU-ATC)