fbpx

เปรียบเทียบข้อสอบ CU-TEP VS TU-GET

CU-TEP VS TU-GET
Reading Time: 2 minutes

เปรียบเทียบ CU-TEP คืออะไร VS TU-GET คืออะไร

CU-TEP (Chulalongkorn University Test of English Proficiency) คือ ข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่ออกโดย สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปด้านภาษาอังกฤษ และใช้ประกอบการยื่นสมัครในระดับปริญญา ตรี โท เอกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

TU-GET ( Thammasat University General English Test) คือ ข้อสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษของผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในระดับปริญญา ตรี โท และเอก ซึ่งในปัจจุบันมีรูปแบบการสอบทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์

เปรียบเทียบโครงสร้างข้อสอบ CU-TEP VS TU-GET

โครงสร้างข้อสอบ CU-TEP

1. ข้อสอบ LISTENING มีจำนวน 30 ข้อ ระยะเวลาการทำ 30 นาที แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

บทสนทนาสั้นระหว่างผู้พูด 2 คน จำนวน 15 ข้อ

บทสนทนาที่ผู้พูดโต้ตอบกัน จำนวน 3 บท บทละ 3 ข้อ รวม จำนวน 9 ข้อ

บทพูดคนเดียว (Monologue) 200-250 คำ จำนวน 2 บท บทละ 3 ข้อ รวม จำนวน 6 ข้อ

2. ข้อสอบ READING มีจำนวน 60 ข้อ ระยะเวลาการทำ 70 นาที แบ่งข้อสอบออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่

Cloze reading เป็นบทความภาษาอังกฤษ ที่มีการเว้นช่องว่าง 15 ช่อง จำนวน 15 ข้อ

บทความสั้น เป็นบทความสั้นประมาณ 1 ย่อหน้า มักเป็นรูปแบบจดหมาย จำนวน 5 ข้อ

บทความยาว เป็นบทความที่มีความยาวประมาณ 1 หน้า A4 จำนวน 4บทความ จำนวน 40 ข้อ

3. ข้อสอบ WRITING มีจำนวน 30 ข้อ ระยะเวลาในการทำข้อสอบ 30 นาที เฉลี่ยข้อละ 1 นาทีเท่านั้น

ข้อสอบส่วนนี้จะออกมาในรูปแบบของ Error Identification จำนวน 30 ข้อ

รวม 130 นาที จำนวน 120 ข้อ

 

โครงสร้างข้อสอบ TU-GET

ข้อสอบ TU-GET Paperr-based (PBT) จะแบ่งออกเป็น 4 พาร์ทข้อสอบด้วยกัน ดังนี้

1. Grammar and Structure เป็นพาร์ทที่วัดความรู้ด้านไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ มีจำนวนคำถามทั้งหมด 25 ข้อ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

Error identification การหาจุดผิดทางไวยากรณ์ จำนวน 13 ข้อ

Sentence completion การเติมคำหรือโครงสร้างลงในช่องว่าง จำนวน 12 ข้อ

2. Vocabulary เป็นพาร์ทวัดความรู้ด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ มีทั้งหมด 25 ข้อ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

Cloze-test การเติมคำศัพท์ลงในช่องว่าง จำนวน 15 ข้อ

Vocabulary คำศัพท์ จำนวน 10 ข้อ

3. Reading comprehension มี 6 passages จำนวน 50 ข้อ

รวม เวลา 3 ชั่วโมง จำนวน 100 ข้อ

ข้อสอบ TU-GET Computer-based (CBT) จะแบ่งออกเป็น 4 พาร์ทข้อสอบด้วยกัน ดังนี้

พาร์ทที่ 1 Reading ข้อสอบในพาร์ทนี้ มีทั้งหมด 30 ข้อ 30 คะแนน

พาร์ทที่ 2 Listening จำนวนข้อสอบจะมีทั้งหมด 30 ข้อ 30 คะแนน

พาร์ทที่ 3 Speaking การพูดภาษาอังกฤษ เพื่อตอบคำถาม โดยมีคำถาม 1 ข้อ คะแนน 30 คะแนน

พาร์ทที่ 4 Writing การ เขียน Essay Writing เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งจะมีคำถาม 1 ข้อ คะแนน 30 คะแนน

เปรียบเทียบ ค่าสอบ CU-TEP VS TU-GET

ค่าสอบ CU-TEP เท่ากับ 900 บาท หากสอบ Speaking test ด้วยจะเป็น 2,900 บาท

ค่าสอบ TU-GET เท่ากับ 500 บาท แต่หากเป็น TU-GET Computer-based (CBT) 1,000 บาท

เปรียบเทียบ คะแนน CU-TEP VS TU-GET

คะแนน CU-TEP คะแนนเต็ม 120 คะแนน ข้อสอบ 120 ข้อ

คะแนน TU-GET คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ข้อสอบ 100 ข้อ

เปรียบเทียบ ตารางสอบ CU-TEP VS TU-GET

ตารางสอบ CU-TEP มีการจัดสอบทุกเดือน เฉลี่ยเดือนละ 2-3 ครั้ง เวลาสอบจะเป็น 8.30-11.30 น. ในทุกรอบการสอบ และการสอบ speaking test มีแค่ในบางเดือน

ตารางสอบ TU-GET มีการสอบทั้งรอบออนไลน์ และออนไซต์ โดยมีการจัดสอบทุกเดือน เฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้ง ผู้เข้าสอบต้องตรวจสอบตารางสอบล่วงหน้า เพราะในบางเดือนไม่มีการจัดสอบออนไซต์ เวลาสอบจะเป็น 9.00-12.00 น หรือ 13.00-16.00 น แล้วแต่รอบสอบ

สรุป เปรียบเทียบ CU-TEP VS TU-GET เหมือนกัน หรือ ต่างกัน อย่างไร?

หัวข้อCU-TEPTU-GET
รายวิชาที่สอบภาษาอังกฤษภาษาอังกฤษ
การสมัครสมัครสอบแบบออนไลน์สมัครสอบแบบออนไลน์
อายุผลสอบผลสอบมีอายุ 2 ปีผลสอบมีอายุ 2 ปี
ลักษณะข้อสอบที่เหมือนกัน

Grammar: Error identification

Reading comprehension

Grammar: Error identification

Reading comprehension

โครงสร้างข้อสอบ

Listening 30 ข้อ

Reading 60 ข้อ

Writing 30 ข้อ

Grammar and Structure 25 ข้อ

Vocabulary 25 ข้อ

Reading comprehension 50ข้อ

เวลาสอบ130 นาที3 ชั่วโมง
สถาบันผู้ออกสอบสถาบันภาษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสถาบันภาษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ค่าสอบ900 บาท หากสอบ speaking test ด้วยจะเป็น 2,900 บาท500 บาท
การจัดสอบ

เดือนละ 2-3 ครั้ง

เวลาสอบจะเป็น 8.30-11.30 น

เดือนละ 1-2 ครั้ง

เวลาสอบจะเป็น 9.00-12.00 น หรือ 13.00-16.00 น แล้วแต่รอบสอบ

รูปแบบการสอบ

Onsite เท่านั้น

มีทั้งแบบออนไลน์และ Onsite

ควรเลือกสอบอะไรระหว่าง CU-TEP VS TU-GET

ข้อสอบทั้ง 2 วิชามีความยากง่ายใกล้เคียงกัน และเป็นวิชาภาษาอังกฤษเหมือนกันด้วย แต่หากพิจารณาเรื่องของเวลาสอบ CU-TEP จะมีเวลาสอบที่น้อยกว่า TU-GET

หากใครที่กังวลเรื่อง speed test ให้เลือกสอบ TU-GET ดีกว่า แต่ TU-GET จะทดสอบเรื่องคำศัพท์และการอ่านมากกว่า CU-TEP ฉะนั้นต้องเป็นคนที่อ่านได้เร็วและรู้คำศัพท์จำนวนมาก

แต่หากใครถนัดการฟังและการพูดสามารถเลือกสอบได้ทั้ง 2 วิชา หากพิจารณาเรื่องความสะดวก TU-GET มีสอบแบบออนไลน์ให้เลือกด้วย ในส่วนของการยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัย CU-TEP ใช้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ TU-GET ใช้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Related Posts