chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

TOEFL listening

TOEFL listening

ข้อสอบ TOEFL Part listening จะมีประมาณ 6-9 เรื่อง โดยที่ผู้เข้าสอบแต่ละคน จะได้จำนวนเรื่องไม่เท่ากัน แบ่งลักษณะของ listening ได้ 2 ประเภทดังนี้

2.1 Conversations จะเป็นบทสนทนาของคน 2 คน ที่คุยอะไรกันสักอย่าง ส่วนมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักเรียนมาหา Professor เรื่องราวต่างๆมักจะออกเกี่ยวกับปัญหาในการเรียน เช่น ทำการบ้านไม่ทัน มีปัญหาการลงวิชาซ้ำ หาห้องเรียนไม่เจอ ข้อสอบประเภทนี้จะไม่ค่อยยาก ใช้ศัพท์ง่ายๆ ที่พบเจอในชีวิตประจำวัน

2.2 Lectures เป็นการบรรยายวิชาการในห้องเรียน บทพูดจะเหมือนมีอาจารย์มาอธิบายเนื้อหาด้านต่างๆให้นักเรียนในห้องฟัง โดยมีเนื้อเรื่องที่หลากหลาย ทั้งวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์และสังคม ข้อสอบประเภทนี้ จะยาวมาก ต้องนั่งฟังประมาณ 4-5 นาที เราจะต้องมีสมาธิและจดเนื้อเรื่องหลักๆที่จำเป็นว่า เขาพูดอะไรบ้าง ซึ่งเป็นอะไรที่โหดมากสำหรับข้อสอบ TOEFL Listening ประเภทนี้ เนื่องจากเราจะไม่เห็นคำถามก่อน เราจะต้องจดทุกอย่างที่เราได้ยินลงไปในกระดาษ ซึ่งทางศูนย์สอบจะมีกระดาษเปล่าและดินสอเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว อยากจดอะไรจดลงไปได้เลย

ข้อแนะนำคือ เราไม่จำเป็นต้องจดทุกรายละเอียดที่เราได้ยิน ให้จดรายละเอียดหลักๆ ที่เราคิดว่าจำเป็นพอ ไม่อย่างนั้นเราจะมัวแต่นั่งจด และลืมตั้งใจฟัง

*** ข้อควรระวัง *** ถ้าตอบคำถามแล้วจะย้อนกลับไปแก้ไขข้อเก่าไม่ได้

สามารถลองฝึกทำข้อสอบได้จาก Link ข้างล่างนี้ ซึ่งมาจากผู้ออกข้อสอบ TOEFL เอง https://www.ets.org/toefl/ibt/prepare/quick_prep/

หลังจากทำข้อสอบ TOEFL Listening จบแล้ว ระบบคอมพิวเตอร์ จะบังคับให้ผู้เข้าสอบทุกคน พัก Break 10 นาที ซึ่งผู้สอบจะต้องออกจากโต๊ะที่นั่งแล้วไปอยู่ในบริเวณพักที่ศูนย์สอบจัดไว้ให้ นี่เป็นช่วงเวลาเดียวที่เราสามารถไปห้องน้ำได้

เนื่องจากผู้เข้าสอบแต่ละคนจะใช้เวลาทำข้อสอบในแต่ละ part ไม่เท่ากัน บางคนใช้เวลาจนหมด ในขณะที่บางคนทำข้อสอบไว เขาจะกดข้ามมาทำใน TOEFL part listening ได้ ทำให้ได้พักก่อน และจะได้กลับเข้าห้องมาทำ TOEFL part speaking ได้ไวกว่าคนอื่น ด้วยเหตุนี้ จะมีผลกระทบกับผู้สอบคนอื่นๆที่ทำข้อสอบช้ากว่า เนื่องจากจะได้ยินเสียงคนข้างๆพูด speaking ใส่ไมโครโฟนแล้ว ในขณะที่เรายังนั่งทำ Listening อยู่เลย

TOEFL Listening

ข้อสอบ TOEFL listening จะมีประมาณ 6-9 เรื่อง โดยที่ผู้เข้าสอบแต่ละคน จะได้จำนวนเรื่องไม่เท่ากัน แบ่งลักษณะของ listening ได้ 2 ประเภทดังนี้ Conversations , Lectures