คอร์สเรียน SAT-II รับรองผล | ครบทุกคำตอบSAT-II คืออะไร ? สมัครสอบ แนะนำหนังสือ และอื่น

ไม่ว่าจะเป็น SAT II วิชาใดก็เอาอยู่ กับคอร์สเรียน SAT II รับรองผล ที่มีให้เลือกทั้ง Physics , Chemistry , Biology ไม่ว่าจะกังวลในวิชาไหน เราพร้อมเป็นตัวช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น
084-942-4261

SAT-II คือ ข้อสอบที่ใช้สอบคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยอินเตอร์ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ข้อสอบแบ่ง 3 วิชา 1) ฟิสิกส์ แบ่งออกเป็น 2 พาร์ท มี 75 ข้อ 2) เคมี แบ่งเป็น 3 พาร์ท มี 85 ข้อ 3) ชีววิทยา แบ่งออกเป็น 2 พาร์ท 80 ข้อ ทั้ง 3 วิชาที่สอบจะมีคะแนนเต็ม 800 คะแนน/วิชา

เรียน ติว SAT-II ตัวต่อตัว กับ จุฬาติวเตอร์

เมนูด่วน :
เรียน ติว SAT-II รับรองผล ข้อสอบ SAT-II
ตารางสอบ SAT-II SAT-II สมัครสอบ
คะแนน SAT-II

 

 

เรียน ติว SAT-II รับรองผล

สถาบันกวดวิชาจุฬาติวเตอร์เปิด ติว SAT-II ตัวต่อตัวหรือกลุ่มย่อย โดยทีมติวเตอร์ ที่ถูกคัดสรรมาแล้วอย่างดี ด้วยมาตราฐานสถาบันที่จะมาช่วยสอนวิชาที่ยากๆ ให้เป็นเรื่องที่ง่าย ไม่ว่าจะเป็น SAT-II Physics สูตรที่ว่าเยอะ , เลือกใช้สูตรฟิสิกส์ในการทำโจทย์ไม่ถูก , อ่านโจทย์แล้วจะจินตนาการทำความเข้าใจข้อสอบฟิสิกส์ได้อย่างไร?  ส่วน SAT-II Chemistry  ปัญหาที่ว่าเนื้อหาที่ต้องจำว่าเยอะแล้ว ยังมีสูตร มากมายต้องจำอีก แล้วสุดท้าย SAT-II Biology พาร์ทที่อัดแน่นไปด้วยการจำล้วนๆ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเพราะสถาบันจุฬาติวเตอร์จะมาช่วยย่อย สรุป เรื่องที่เข้าใจว่ายาก ให้เป็นเรื่องที่ง่าย ด้วยรูปแบบการ เรียน-ติว-ตัวต่อตัว กับทีมติวเตอร์ ที่ถูกคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี มีประสบการณ์ในการสอน SAT-II อย่างโชกโชน จะมาสรุปเรื่องที่ข้อสอบออกบ่อยที่สุด และจะมาช่วยเกร็งข้อสอบให้กับน้องๆ โดยน้องสามารถเลือกคอร์สเรียนได้ตามความเหมาะสมกับพื้นฐานของตัวเอง และสามารถกำหนดวันและเวลา เรียนได้ด้วย

 

คอร์สเรียน SAT-II Physics รับรองผล



รหัสคอร์ส วันเรียน รอบ เวลา หมายเหตุ Test Date Exam
เหลือที่นั่ง อาจารย์

อัตราค่าเรียน 23,500 บาท

 

คอร์สเรียน SAT-II Chem รับรองผล



รหัสคอร์ส วันเรียน รอบ เวลา หมายเหตุ Test Date Exam
เหลือที่นั่ง อาจารย์

อัตราค่าเรียน 23,500 บาท

 

คอร์สเรียน SAT-II Bio รับรองผล



รหัสคอร์ส วันเรียน รอบ เวลา หมายเหตุ Test Date Exam
เหลือที่นั่ง อาจารย์

อัตราค่าเรียน  23,500  บาท

 


 

เรียน ติว SAT-II ตัวต่อตัว
จำนวนนักเรียน จำนวนชั่วโมง

20 ชม.

30 ชม.

40 ชม.
1 คน 22,000 ฿ 33,000 ฿ 44,000 ฿
2 คน
( ประหยัดถึง 25% )
33,000 ฿ 49,500 ฿ 66,000 ฿
3 คน
( ประหยัดถึง 40% )
39,600 ฿ 59,400 ฿ 79,200 ฿
แถมฟรี 2 ชม. แถมฟรี 4 ชม.
หมายเหตุ :
– คอร์สส่วนตัว-ห้องเรียนส่วนตัว เรียนที่สถาบัน ผู้เรียนสามารถเลือกวันและเวลา เรียนเองได้

 


 

ตารางสอบ SAT-II

2021 SAT Subject Tests U.S. Administration Dates and Deadlines
Test Date Registration Deadline Late Registration Deadline
May 2, 2021 April 3, 2021 April 14, 2021 (for mailed registrations)

April 21, 2021 (for registrations made online or by phone)

June 6, 2021 May 8, 2021 May 19, 2021 (for mailed registrations)

May 27, 2021 (for registrations made online or by phone)

 


SAT-II สมัครสอบ

SAT-II มีขั้นตอนการรับสมัครอยู่ 3 ช่องทางคือ 1. โทรศัพท์ 2. จดหมาย 3. Internet ซึ่งสองช่องทางแรกจะเหมาะสำหรับนักเรียนในอเมริกามากกว่า ซึ่งต้องโทรศัพท์หรือส่งจดหมายไปที่ศูนย์สอบที่อเมริกา ถ้าเป็นเด็กไทยแนะนำให้สมัครทางเว็บไซต์ www.collegeboard.com จะเป็นช่องทางที่ดีที่สุด


คะแนน SAT-II 

คะแนน sat 2 chula  , sat 2 thammasat สำหรับใช้ยื่นเข้าคณะอินเตอร์

คณะ มหาวิทยาลัย ชื่อคณะ SAT-II
Chem physics math
BSAC chula inter เคมีประยุกต์ 450+
ISE chula inter วิศวกรรมศาสตร์ 600+ 600+ 600+
 TEP thammasat inter  วิศวะ (ไทย 2 นอก 2ปี)  600+  600+
TEPE thammasat inter วิศวะ (ไทย 4ปี) 600+ 600+
MED thammasat inter แพทย์ศาสตร์

 


ขั้นตอนสมัครสอบ SAT-II

  1. เข้าเว็บไซต์ https://www.collegeboard.org/ หากมีแอคเคาน์แล้วให้ทำการกรอก Username และ Password เพื่อเข้าสู่ระบบการสมัครสอบ แต่หากยังไม่มีแอคเคาน์ ให้คลิกที่เมนู “Sign up”
  2. คลิกที่เมนู “I am a student”
  3. กรอกข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด และอีเมล โดยข้อมูลส่วนนี้จะต้องตรงตามบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ซึ่งต้องรอบคอบเป็นพิเศษในการกรอกข้อมูลนี้ เนื่องจากหากเราทำการยืนยันความถูกต้องแล้ว ข้อมูลเหล่านี้จะไม่สามารถแก้ไขได้นั่นเอง
  4. กรอกข้อมูลปีที่เราจบการศึกษาในระดับชั้นม.ปลาย และดำเนินการดังต่อไปนี้
    – คลิกที่ “Outside the U.S.”
    – ใส่ชื่อโรงเรียนของเรา หรือหากใครที่จบม.ปลายมานานแล้ว ก็สามารถเลือกเมนู “I am no longer in high school / My school is not listed.” ได้
    – ตั้ง Username และ Password สำหรับใช้เข้าระบบในครั้งต่อ ๆ ไป ซึ่งข้อมูลนี้มีความสำคัญมาก ๆ แนะนำว่าควรจดโน้ตไว้เพื่อป้องกันการลืม
    – เลือกคำถามที่และคำตอบสำหรับไว้ใช้ในการยืนยันตัวตนในอนาคต โดยแนะนำเลือกคำถามและคำตอบที่เราจำได้ดี
  5. คลิกที่เมนู “Outside the U.S.” จากนั้นกรอกข้อมูลที่อยู่ โดยให้ใส่ข้อมูลที่อยู่ของเรากระจายไปให้ครบ 3 บรรทัด และหลีกเลี่ยงการใส่เครื่องหมายพิเศษต่าง ๆ เช่น ( / ) ( , ) เพราะหากเราใส่เครื่องหมายเหล่านี้ ระบบจะไม่ให้ผ่าน ต่อมาระบบจะถามว่าเราต้องการการแจ้งเตือนต่าง ๆ หรือไม่ หากเรามีความต้องการ ก็ให้คลิกตรงคำว่า “Get text messages from the College Board…..” ได้เลย
  6. คลิกตรง “Send me information about College Board programs” หากเราต้องการรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโปรแกรมต่าง ๆ ของ College Board แต่หากไม่ต้องการก็สามารถข้ามไปในส่วนของ Parent Information ได้เลย โดยข้อมูลส่วนนี้จะสอบถามชื่อ นามสกุล และอีเมลของผู้ปกครอง เพื่อที่หากมีอีเมลส่งมาแจ้งเตือนเรา เราก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ส่งถึงผู้ปกครองเราด้วยหรือไม่ แม้ข้อมูลส่วนนี้จะไม่ได้บังคับให้กรอก แต่หากใครเป็นคนไม่ค่อยเช็คอีเมล แนะนำว่าให้ใส่ข้อมูลนี้ไปด้วยค่ะ จากนั้นคลิกที่ “I agree with the Terms & Conditions.” แล้วคลิก “Next”
  7. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล โดยหากข้อมูลถูกต้อง ให้คลิกตรงช่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ จากนั้นคลิก “Confirm”
  8. เข้าสู่หน้า SAT Registration ให้เราคลิกที่เมนู “Continue” ตรงมุมด้านล่างขวา
  9. ระบบจะขึ้นข้อมูลส่วนตัวมาให้อีกครั้ง โดยในขั้นตอนนี้จะไม่สามารถแก้ไขชื่อ นามสกุลได้ แต่ยังสามารถแก้ไขเพศและวัน เดือน ปี เกิดได้อยู่ ซึ่งระบบก็จะมีแจ้งเตือนให้เราตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้อีกครั้ง เพราะหลังจากนี้จะไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว
  10. กรอกข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนระดับชั้นม.ปลายของเรา ดังนี้
    – ตรงคำว่า “Your Expected Graduation Date” ให้ใส่เดือนปีที่คาดว่าเราจะจบม.6หรือเทียบเท่า
    – ตรงคำว่า “Current Grade Level” คือให้ใส่ระดับชั้นปัจจุบัน โดยในระบบจะให้ตัวเลือกมาเป็น Grade ซึ่งเป็นการแบ่งระดับชั้นของอเมริกา หากใครอยู่โรงเรียนไทยหรือระบบอื่น ๆ ให้เทียบระดับชั้นได้เลย เช่น Grade 12 จะเทียบเท่ากับ ม.6 ส่วน Grade 11 จะเทียบเท่ากับ ม.5 เป็นต้น จากนั้นย้อนขึ้นมาบรรทัดแรก ๆ แล้วคลิก “Find Your School” เพื่อค้นหารายชื่อโรงเรียนของเรา
  11. คลิกตรงคำว่า “Outside the United States” แล้วทำการเลือกประเทศ จากนั้นคลิกตรงเมนู “Search for High School” ระบบจะมีรายชื่อโรงเรียนในประเทศของเราขึ้นมาให้เลือก เราก็สามารถคลิกเมนู “Select” ตรงชื่อโรงเรียนเราได้เลย แต่เนื่องจากระบบจะมีเฉพาะรายชื่อโรงเรียนนานาชาติเท่านั้น ใครที่เรียนโรงเรียนไทยหรือเรียน Home School ให้คลิกเมนู “Can’t find your high school?” จากนั้น ….
    – ให้คลิกเมนู “Select” ตรงคำว่า “My high school is not listed” สำหรับคนที่เรียนโรงเรียนไทย
    – ให้คลิกเมนู “Select” ตรงคำว่า “I am home-schooled” สำหรับคนที่เรียน Home School
  12. กรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้สอบ ได้แก่ เชื้อชาติ/สัญชาติ ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง ภาษา ศาสนา จากนั้นคลิกที่ “Continue”
  13. ระบบจะสอบถามเกี่ยวกับการเลือกบริการเสริม Student Search Service โดยเป็นบริการทางด้านข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการศึกษา วิทยาลัย/มหาวิทยาลัย ทุนการศึกษา หรืออื่น ๆ และสอบถามถึงแพลนการเรียน Advance Placement ให้ทำการเลือกตามคำแนะนำดังนี้ เสร็จแล้วคลิก “Continue”
    – กรณี Student Search Service ให้คลิก “Yes, definitely!” หากเราต้องการ หรือคลิก “No, thanks.” หากเราไม่ต้องการ
    – กรณี Advance Placement ให้คลิก “Yes,….” definitely!” หากเรามีแผนว่าจะเรียน หรือคลิก “No, ……” หากเราไม่มีแผนที่จะเรียน
  14. กรอกข้อมูล GPA โดยประมาณ รวมไปถึงระดับผลการเรียนอย่างคร่าว ๆ ในรายวิชา Mathematics, Science และ Writing จากนั้นคลิกที่ “Continue”
  15. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับด้านต่าง ๆ ดังนี้
    – ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนวิชา Math, English, Science, Social Studies และ Languages โดยให้ข้อมูลว่าแต่ละหัวข้อของแต่ละรายวิชา เราได้เรียนอะไรมาบ้าง เรียนมาตั้งแต่ระดับชั้นใด หรือมีการวางแผนว่าจะเรียนในช่วงใด โดยกรอกไปทีละวิชา โดยหากกรอกเสร็จในวิชาใดแล้วให้คลิก “Continue” เพื่อกรอกข้อมูลในวิชาถัดไปจนครบ 5 วิชา
    – ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมหรือเรื่องที่เราสนใจ
    – ข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่เราวางแผนที่จะศึกษาต่อ
    โดยข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ไม่ได้มีผลกับคะแนนสอบ เราสามารถกรอกอย่างคร่าว ๆ ได้ เมื่อกรอกเสร็จแต่ละหัวข้อให้คลิก “Continue” ไปเรื่อย ๆ หรือหากเรามีเวลาน้อย เราสามารถคลิก “Update Later” เพื่อข้ามขั้นตอนเหล่านี้ไปก่อนได้ แต่ก็ต้องหาเวลามากรอกข้อมูลให้ครบอีกครั้งนะคะ
  16. คลิก “I agree to the SAT Terms and Conditions.” จากนั้นคลิก “Continue”
  17. คลิกตรงคำว่า “Outside the United States” จากนั้นเลือกประเภทข้อสอบเป็น “SAT Subject Test”
  18. เลือกรอบสอบที่เราต้องการ ซึ่งจะมีรอบสอบใดบ้างจะขึ้นอยู่กับช่วงที่เราเข้าไปสมัคร โดยระบบจะขึ้นให้เฉพาะรอบสอบที่สามารถสมัครได้เท่านั้น จากนั้นให้เลือกวิชาที่ต้องการสอบ โดยการสมัครสอบ SAT-II แต่ละรอบสอบ จะเลือกสมัครสอบได้สูงสุด 3 วิชาเท่านั้น
  19. คลิกคำว่า “No” ในหัวข้อ Testing Accommodations และ Fee Waiver ยกเว้นหากใครที่มีความพิการหรือความบกพร่องทางด้านร่างกาย จะต้องเลือก “Yes” ในหัวข้อ Testing Accommodations เพื่อให้ทางศูนย์สอบจัดเตรียมบริการที่เหมาะสมให้ต่อไป ส่วนหัวข้อ Question-and-Answer Service นั้นจะแล้วแต่ทางผู้สมัครสอบว่าต้องการบริการเกี่ยวกับคำถาม คำตอบหลังสอบเสร็จหรือไม่
  20. เข้าสู่ขั้นตอนของการเลือกสนามสอบ โดยให้ทำการเลือกประเทศเป็น Thailand จากนั้นคลิกตรงคำว่า “Search by Country or Region” แล้วทำการเลือกสนามสอบที่เราต้องการ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสนามสอบจะเป็นโรงเรียนนานาชาติทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด หากเราเลือกได้แล้วให้คลิกคำว่า “Select”ตรงชื่อสนามสอบที่เราต้องการได้เลยแต่หากกรณีศูนย์สอบเต็ม ไม่มีเมนูให้เรากดเลือกสนามสอบ ให้เราทำการคลิกที่คำว่า “Let us find you a test center” เพื่อให้ทาง college board ทำการหาศูนย์สอบให้เราภายหลัง จากนั้นจะมีหน้าต่าง “We’ll Find a Test Center For you” ขึ้นมา ให้เราอ่านรายละเอียดให้เรียบร้อยแล้วคลิก “Continue” ระบบจะขึ้นตารางสนามสอบมาให้เราเลือกอีกครั้ง โดยให้เราเลือกสนามสอบที่เราต้องการ แล้วคลิก “My Ideal Test Center” ระบบจะขึ้นสรุปเรื่องสนามสอบให้เราอีกครั้ง หากข้อมูลถูกต้องให้คลิก “Continue”หมายเหตุ : เราจะทราบผลว่าเราได้สนามสอบที่ใดประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากที่เราสมัครและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสนามสอบที่ได้นั้นอาจจะเป็นที่เดียวกันกับที่เราเลือกไว้หรือไม่ก็ได้
  21. อัพโหลดรูปถ่ายของผู้สอบลงไป โดยจะต้องเป็นรูปตามลักษณะที่ทาง college board กำหนด ให้เราคลิกคำว่า “Upload Photo” เลือกช่องทางที่จะนำรูปเข้า จากนั้นปรับครอปรูปตามความเหมาะสม แล้วคลิก “Save Image” และ “Continue”
  22. ขั้นตอนถัดมา ระบบจะนำเสนอหนังสือเตรียมสอบต่าง ๆ ให้เรา หากใครสนใจอยากซื้อหนังสือเตรียมสอบจากทาง college board ก็สามารถสั่งซื้อได้จากขั้นตอนนี้ แต่หากไม่ต้องการก็สามารถคลิก “Continue” ได้เลย ซึ่งหลังจากนั้นระบบจะขึ้นสรุปข้อมูลพร้อมรูปถ่ายที่เรากรอกไปก่อนหน้านี้ มาให้เราตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง
  23. หลังจากนั้นให้ทำการตรวจสอบค่าใช้จ่ายและเตรียมบัตรเครดิตให้พร้อมสำหรับการชำระเงิน จากนั้นคลิก Make Payment ตรงหัวข้อ Submit Your Order ซึ่งเมื่อเราคลิกแล้ว ระบบจะแสดงหน้าต่าง Confirm Your Information ขึ้นมา ให้เราคลิกตรงคำว่า “I agree with this information.” จากนั้นคลิก “Continue”
  24. เลือกช่องทางการชำระเงิน จากนั้นคลิก “Submit”
  25. กรอกรายละเอียดการชำระเงินตามช่องทางที่เราเลือกไว้ จากนั้นคลิก “Submit” ถือเป็นอันสิ้นสุดขั้นตอนการสมัครสอบ SAT-II และเราจะได้รับอีเมลยืนยันจากทาง college board ด้วย

 

หลังจากทำการชำระเงินเรียบร้อย หากใครที่สมัครสอบตอนที่สนามสอบยังว่างโดยไม่ต้องรอสนามสอบภายหลัง กรณีนี้จะสามารถ Print Admission Ticket ออกมาได้เลย แต่หากอยู่ระหว่างการรอสนามสอบ จะสามารถ Print Admission Ticket ได้อีกครั้งเมื่อเราได้สนามสอบเรียบร้อยแล้ว โดย Admission Ticket นั้น มีไว้สำหรับยืนยันการสมัครสอบกับเจ้าหน้าที่คุมสอบควบคู่กับบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตในวันสอบจริง ดังนั้นเราจะ Print Admission Ticket เมื่อไหร่ก็ได้ ขอเพียงแค่ให้ทันวันสอบจริงก็พอค่ะ

 


ข้อสอบ SAT-II

 

 

คำถามยอดฮิต SAT-II

SAT-II คือวิชาอะไรบ้าง ?

SAT-II หรือ SAT Subject Test ประกอบไปด้วยหลากหลายรายวิชา ไม่ว่าจะเป็น Literature, U.S. History, World History, Mathematics Level 1, Mathematics Level 2, Biology E/M, Chemistry, Physics, French, Spanish แต่สำหรับในประเทศไทย เรามักจะนิยมใช้เป็นแค่บางรายวิชาเท่านั้น ได้แก่ Mathematics Level 2, Biology E/M, Chemistry และ Physics

ใครบ้างที่ต้องสอบ SAT-II หรือ SAT Subject Test ?

ผู้ที่ต้องสอบ SAT-II หรือ SAT Subject Test คือ ผู้ที่ต้องการสมัครเรียน ป.ตรี ในหลักสูตรนานาชาติที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เช่น แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ รวมไปถึงหลักสูตรอื่นๆในคณะวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ สำหรับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยจะนิยมขอผลคะแนนในรายวิชา Mathematics Level 2, Biology E/M, Chemistry หรือ Physics ภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป

การสอบ SAT-II หรือ SAT Subject Test มีบ่อยหรือไม่ ?

การสอบ SAT-II หรือ SAT Subject Test จะมีจัดสอบปีละ 4-5 รอบ โดยในแต่ละรอบเราสามารถสมัครสอบได้สูงสุด 3 วิชา ส่วนหากครั้งใดที่มีการจัดสอบพร้อมกับ SAT ผู้เข้าสอบจะต้องเลือกว่าในรอบนั้นๆ เรามีความประสงค์ต้องการสอบ SAT หรือ SAT-II (SAT Subject Test ) โดยหากสมัครสอบครบ 3 วิชา อัตราค่าสอบจะราวๆ $145.00 โดยประมาณ

อ่านต่อ
-->  go to top