เปรียบเทียบ A-Level vs IB VS AP

A-Level IB AP

A-Level vs IB VS AP คืออะไร

A-Level (The General Certificate of Education Advanced Level Certificate – GCE A Level) คือ หลักสูตรที่นักเรียนหลักสูตรนานาชาติ ระบบอังกฤษ สามารถเลือกเรียนได้ในสองปีสุดท้ายของการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คะแนนที่ได้สามารถนำไปสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในเครือ สหราชอาณาจักร และสามารถนำไปสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาและยุโรปได้ แต่อาจจะต้องสอบ SAT หรือ ACT เพิ่ม

IB (International Baccalaureate Program) คือ หลักสูตรของโรงเรียนนานาชาติ ระบบ IB แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1. Primary Years Program 2. Middle Years Program 3. Diploma Program โดยระดับที่เทียบเท่าการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายคือ Diploma Program ซึ่งมีให้เลือกเรียนในโรงเรียนนานาชาติ ทั้งระบบอังกฤษและระบบอเมริกา (บางโรงเรียน) ในสองปีสุดท้ายของการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คะแนนที่ได้สามารถนำไปสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยทั่วโลก

AP (Advanced Placement Program) คือ หลักสูตรการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ของโรงเรียนนานาชาติ ระบบอเมริกา AP ไม่ใช่วุฒิการศึกษาเหมือนกับ A-Level หรือ IB เพราะ AP เป็นเพียงวิชาเสริม หากนักเรียนเลือกเรียนหลักสูตรนี้แล้วได้คะแนนดี ก็สามารถนำผลคะแนนไปแลกเป็นหน่วยกิตของวิชานั้น ๆ เพื่อลดจำนวนวิชาเรียนในมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาได้

เปรียบเทียบหลักสูตร A-Level vs IB vs AP

หลักสูตร A-Level

หลักสูตร A-Level ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 2 ปี คือ Grade 12-13 มีเนื้อหาตั้งแต่พื้นฐานจนถึงลึกมาก อาจเทียบเท่า ปี 1 หรือ ปี 2 ของมหาวิทยาลัยในไทย แบ่งออกเป็น 2 ระดับ

AS Examination (Advanced Subsidiary) คือ การเรียนในช่วง ชั้นGrade 12 เกรดที่จะได้ คือ A, B, C, D, E ตามลำดับ โดยนักเรียนจะต้องเลือกเรียนทั้งหมด 4 วิชา เกรดที่ได้ถือว่าสอบผ่านทั้งหมด แต่การสอบผ่านเพียงระดับ AS Level จะถือว่าจบเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของหลักสูตร A Level เท่านั้น เมื่อสอบผ่านในแต่ละวิชา จะได้วิชาละ 1 หน่วยกิต

A2 Examination คือ การเรียนในช่วง ชั้นGrade 13 ซึ่งเกรดที่จะได้ คือ A*, A, B, C, D, E ตามลำดับ โดยนักเรียนจะต้องเลือกเรียนทั้งหมด 3-4 วิชา เท่านั้น เมื่อสอบผ่านในแต่ละวิชา จะได้วิชาละ 2 หน่วยกิต

เนื้อหาของ AS และ A2 จะมีความต่อเนื่องกัน เช่น เลือกเรียนวิชาฟิสิกส์ในระดับ AS นั้นเทียบได้ว่าเป็นฟิสิกส์บทที่ 1-2 พอขึ้น ชั้นGrade 13 นั้นก็เริ่มเรียน บทที่ 3-4 ต่อไป

A-Level มีทั้งหมดประมาณ 55 วิชา โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มวิชา ได้แก่

1. Creative and professional เช่น Accounting, Business

2. English language and literature เช่น English – Literature

3. Humanities and social science เช่น Economics, Geography

4. Languages เช่น Chinese, German, French

5. Mathematics ได้แก่ Mathematics และ Mathematics – Further

6. Sciences เช่น Biology, Chemistry, Physics

หลักสูตร IB

หลักสูตร IB ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 2 ปี คือ ชั้นGrade 12-13 จะเน้นให้นักเรียนมีความสามารถรอบด้าน ดังนั้นจึงบังคับให้เรียนทั้งหมด 6 วิชา จาก 6 หมวดวิชา และเนื้อหาลึกมาก นอกจากนั้นยังมีอีก 3 เงื่อนไขที่ถ้าไม่ผ่านก็จะถือว่าไม่จบหลักสูตร IB เช่นกัน

IB Diploma Programme มีกลุ่มวิชาอยู่ 6 หมวดดังต่อไปนี้

1. Language A1

2. Second Language

3. Individuals and Societies เช่น philosophy, economics, and business and management

4. Experimental Sciences เช่น physics, chemistry, and biology

5. Mathematics

6. Arts and Electives เช่น visual arts, film, music, dance, and theatre arts

 

เงื่อนไข 3 ข้อที่ถ้าไม่ผ่านก็จะถือว่าไม่จบหลักสูตร IB ได้แก่

  • Theory of Knowledge (ToK) ฝึกการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์เกี่ยวกับมนุษย์และสังคมวัฒนธรรมของตนเองและโลกผ่านการเขียนเรียงความ essay จำนวน 1,200-1,600 คำ
  • Creativity, Action, Service (CAS) โครงงานกิจกรรมนอกโรงเรียนที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ จิตอาสา เพื่อสังคมต่าง ๆ
  • Extended Essay (EE) การเขียนเรียงความ essay ในหัวข้อที่สนใจ 4000 คำ

หลักสูตร AP

หลักสูตร AP เรียนและสอบในชั้นGrade 12 เนื้อหาลึกมาก เทียบเท่ามหาวิทยาลัยปี 1 นักเรียนสามารถเลือกวิชาเรียนและจำนวนวิชาตามที่นักเรียนสนใจได้ โดยในตัวหลักสูตรจะมี 7 หมวดวิชา ซึ่งประกอบไปด้วย 38 วิชาย่อย ดังนี้

1. AP Capstone เช่น AP Research, AP Seminar (หมวดวิชานี้จะเน้นการศึกษาค้นคว้าข้อมูล ทำวิทยานิพนธ์ และงานวิจัย ทั้งแบบเดี่ยวเเละกลุ่ม)

2. AP Arts เช่น Art History, Music Theory

3. AP English เช่น Language & Composition, Literature & Composition

4. AP History & Social Sciences เช่น Human Geography, Micro/Macroeconomics, World History

5. Math & Computer Science เช่น Calculus AB/BC, Computer Science, Statistics

6. Sciences เช่น Biology, Chemistry, Physics

7. World Languages and Cultures เช่น Chinese Language & Culture และ Latin

ข้อดีของ A-Level vs IB VS AP

หัวข้อA-LevelIBAP
หลักสูตรเน้นการเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐาน เช่นการใช้ภาษาที่ถูกต้อง

เน้นวิชาการกว้างมาก ครอบคลุมทุกด้านและหลากหลาย

เน้นความเป็นสากลและการเรียนรู้แบบบูรณาการ

เนื้อหาลึกและเข้มข้นเทียบเท่ามหาวิทยาลัยปี1
ความนิยมรองรับในมหาวิทยาลัยทั่วโลกโดยเฉพาะอังกฤษรองรับในมหาวิทยาลัยทั่วโลก
รองรับในมหาวิทยาลัยทั่วโลกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
จุดเด่นเลือกเรียนเฉพาะวิชาที่ถนัดหรือตรงตามความต้องการได้เรียนเพียง 3-4 วิชาตลอด 2ปีเพื่อจบหลักสูตรมีการทำโครงการจิตอาสาเพื่อเรียนรู้จากการปฏิบัติ และนำไปยื่นประกอบ Port folio เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยได้ไม่ใช่วุฒิการศึกษาแต่สามารถใช้เทียบเครดิตตอนเข้ามหาวิทยาลัยปี1ได้
ชั้นปีที่เรียนGrade 12-13Grade 12-13Grade 12
Related Posts