thumb image

สอบเทียบ

สอบเทียบ คืออะไร

สอบเทียบ คือ การสอบในหลักสูตรการเรียนอื่น ๆ ที่อยู่ในระดับเดียวกันกับระบบการศึกษาหลัก เช่น สอบเทียบ ม.6 ด้วยหลักสูตรอื่น ๆ แล้วได้วุฒิเทียบเท่า ม.6 มา เป็นต้น โดยการสอบเทียบนั้นส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเห็นในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นส่วนใหญ่ บางคนเรียกสอบเทียบ ม.6 บ้างก็อาจจะเรียกว่า สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้ ซึ่งในประเทศไทยจะมีหลักสูตรสำหรับการสอบเทียบให้เลือกทั้งภาคไทยปกติและแบบนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.), General Educational Development (GED), IGCSE & A Level หรืออาจจะเป็นระบบ Home School อื่น ๆ

สอบเทียบ ม.6 สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัย ด้วยหลักสูตร GED

อย่างที่เราได้รู้กันไปแล้วว่า GED หรือ General Educational Development คือหลักสูตรการศึกษาของอเมริกาที่ใช้สำหรับการสอบเทียบ ม.6 ซึ่งเป็นการสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยได้ โดยหลังจากสอบ GED ผ่านแล้ว เราจะได้รับประกาศนียบัตรหรือวุฒิการศึกษาที่เทียบเท่า ม.6 มาค่ะ ซึ่งวุฒินี้ สามารนำไปใช้สมัครเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้หลากหลาย ทั้งมหาวิทยาลัยภาครัฐและเอกชน ยื่นได้ทั้งในและต่างประเทศ

สอบเทียบ ม.6 สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัย ด้วยหลักสูตร GED จะต้องสอบทั้งหมด 4 รายวิชา ได้แก่

  • Mathematical Reasoning
  • Reasoning Through Language Arts
  • Social Studies
  • Science

โดยข้อสอบทุกวิชาจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และส่วนใหญ่จะเป็นแบบเลือกตอบ เติมคำ มีการเขียนตอบบ้างในบางรายวิชา คะแนนเต็มวิชาละ 200 คะแนน กำหนดเกณฑ์การผ่านที่วิชาละ 145 คะแนน เรียกได้ว่าเกณฑ์การผ่านนั้นก็ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเสียทีเดียว โดยเมื่อสอบ GED ครบถ้วนแล้ว สิ่งที่เราจะได้มาคือ ประกาศนียบัตรการจบหลักสูตร หรือที่เรียกว่า Diploma ซึ่งก็คือวุฒินั่นเอง และนอกจากนี้จะได้รับใบรายงานผลคะแนนสอบ (Transcript) ของแต่ละวิชาอีกด้วย ซึ่งจะต้องนำไปใช้ยื่นสมัครเรียนในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป

การสอบเทียบ GED มีจัดสอบทุกวัน ในแต่ละวันมีหลายช่วงเวลาให้เลือกสอบ ค่าสมัครสอบจะอยู่ที่ $75 ต่อรายวิชา ใครที่พื้นฐานไม่ดี ไม่มั่นใจในการสอบ แอบมีข่าวดีมาบอกว่า หากเราสอบ GED ไม่ผ่านในรายวิชาใด เราสามารถสอบใหม่ได้โดยไม่ต้องรอระยะเวลา ซึ่งกำหนดโควตาการสอบใหม่แบบนี้ ให้สูงสุดถึงวิชาละ 3 ครั้ง แต่ถ้าครบโควตานี้แล้ว แต่ยังคงสอบไม่ผ่านและและอยากสมัครสอบใหม่ น้อง ๆ อาจจะต้องรอประมาณ 60 วัน ถึงจะสมัครสอบได้อีกครั้งค่ะ สำหรับการสมัครสอบนั้น สามารถสมัครในระบบออนไลน์ได้เลยที่เว็บไซต์ของ GED โดยตรง นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกสนามสอบได้ด้วย เพราะการสอบเทียบ GED มีสนามสอบทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ภูเก็ต หรือที่แม่สอด จ.ตาก ซึ่งน้อง ๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ged.com

สอบเทียบ GED เข้าคณะอะไรได้บ้าง

สำหรับใครที่จบ ม.6 ด้วยการสอบเทียบ GED มา สามารถยื่นสมัครเรียนได้หลากหลายคณะ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทั้งภาคไทยและภาคอินเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นคณะทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ จิตวิทยา และอื่น ๆ อาจมีเพียงหลักสูตรที่เกี่ยวกับแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์เท่านั้น ที่อาจจะมีหลายๆมหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่ไม่รองรับ แต่อาจจะยื่นในต่างประเทศ บางประเทศได้ เช่น โปแลนด์ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยของภาครัฐและมหาวิทยาลัยเอกชนก็อาจจะมีเงื่อนไขการรับสมัครที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น เราอาจจะต้องศึกษาเพิ่มเติมว่า นอกจากวุฒิ GED ที่เรามี ทางคณะต้องการคะแนนอะไรอีกหรือไม่ เช่น ต้องการคะแนน SAT คะแนน IELTS เพิ่ม หรือสามารถใช้วุฒิ GED เพียงอย่างเดียว แล้วสมัครได้เลย เป็นต้น

สอบเทียบ IGCSE & A Level อีกหนึ่งระบบที่จะช่วยให้ได้วุฒิเทียบเท่า ม.6

สอบเทียบ IGCSE & A Level คือ การสอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายในระบบอังกฤษ ซึ่งหาก IGCSE เทียบเท่ากับระบบการศึกษาของประเทศไทยจะเทียบเท่าได้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ดังนั้น เพื่อให้เพียงพอสำหรับการเทียบเท่าในระดับม.ปลาย น้อง ๆ จะต้องสอบ A Level ให้ผ่านด้วย โดยน้อง ๆ ที่เลือกเรียนหลักสูตร IGCSE จะต้องเรียนและสอบให้ผ่านอย่างน้อย 5 รายวิชา จุดเด่นที่น่าสนใจ ของการสอบเทียบด้วยระบบนี้คือ เราสามารถเลือกวิชาการเรียนและสอบได้ตามความสนใจของเราได้ เช่น สนใจด้านธุรกิจ ก็สามารถเลือกวิชา Business ได้ สนใจทางด้านวรรณกรรม ก็สามารถเลือกวิชา Literature ได้ และที่สำคัญเลยคือ การสอบเทียบ ม.6 ด้วย IGCSE & A Level สามารถใช้สมัครเรียนคณะทางด้านแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ได้ บอกได้เลยว่าดีสุด ๆ แต่ทั้งนี้จะมีเพียงแค่ 2 วิชาเท่านั้นที่การสอบเทียบ IGCSE ขอบังคับให้ทุกคนสอบ นั่นคือ Math และ ESL (English as a second language) เพราะถือว่าเป็นวิชาหลักที่สำคัญ นอกนั้นเราสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ โดย IGCSE นั้นมีรายวิชาให้เราเลือกเรียนมากกว่า 70 รายวิชา เยอะมาก ๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว

IGCSE จะมีการจัดสอบอยู่ 2 ครั้ง/ปี ได้แก่ ช่วงเดือนพ.ค. – มิ.ย. และช่วงเดือนต.ค. – พ.ย. ของทุกปี ซึ่งอาจจะไม่ได้มีสอบบ่อยเท่า GED แต่หากเราฟิตเต็มที่จนสามารถสอบให้ผ่านทั้ง 5 วิชาได้ภายในการสอบช่วงเดียวเลยก็ยังประหยัดเวลามากกว่าการเรียนในระบบการศึกษาปกติอยู่เยอะทีเดียวค่ะ ส่วนการให้คะแนนสอบของแต่ละวิชานั้น จะมีตั้งแต่ระดับ A* ลงไปจนถึงเกรด G โดยเกรดที่ถือว่าสอบผ่าน จะต้องได้ไม่ต่ำกว่า C แต่อย่างไรก็ตาม อาจจะมีบางคณะหรือบางมหาวิทยาลัยที่อาจจะต้องการเกรดที่สูงกว่านี้ก็ได้ เช่น ขอขั้นต่ำ B+ หรือ A ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดคุณสมบัติของแต่ละมหาวิทยาลัยด้วย

ข้อสอบของการสอบเทียบ IGCSE จะเป็นแบบเขียนตอบ หรืออาจจะมีสอบปฏิบัติด้วยแล้วแต่รายวิชา และแน่นอนว่าข้อสอบจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด นอกจากนี้ยังแบ่งระดับของข้อสอบออกเป็น 2 แบบตามความยากง่ายด้วย ได้แก่

  • ระดับ Core ที่จะได้เกรดสูงสุดคือ C
  • ระดับ Extended ที่จะได้เกรดสูงสุดคือ A*

เรียกง่าย ๆ ว่า การสอบแบบ Core จะง่ายกว่าการสอบแบบ Extended นั่นเอง ซึ่งหากถามว่าเราจะทราบผลสอบได้เมื่อไหร่ ก็ต้องบอกเลยว่า โดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน โดยเมื่อสอบผ่าน IGCSE แล้ว ก็จะเป็นการมุ่งหน้าสู่การเรียนและสอบ A Level เพื่อให้ได้มาซึ่งวุฒิเทียบเท่าม.ปลายอย่างสมบูรณ์ ซึ่งระบบการเรียนการสอบก็จะคล้าย ๆ กับ IGCSE แต่ลักษณะการเรียนจะเน้นการเรียนเชิงลึกมากขึ้นในรายวิชาที่เราเลือกมา ซึ่งจำนวนที่ต้องสอบให้ผ่านสำหรับ A Level ได้กำหนดไว้คืออย่างน้อย 3 รายวิชาค่ะ

 

สอบเทียบ

 

สอบเทียบม.6 ด้วยหลักสูตรไหนดี

เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคน ต้องกำลังลังเลอยู่แน่นอนว่า เราจะสอบเทียบ ม.6 ด้วยระบบไหนดี วันนี้เรานำข้อมูลของ GED และ IGCSE & A Level มาสรุปให้น้อง ๆ ดู เพื่อให้การตัดสินใจนั้นง่ายขึ้น ดังนี้

รายละเอียด GED IGCSE & A Level
ระดับของวุฒิเทียบเท่า –    มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) –  มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6)
หน่วยงานการจัดสอบ/ออกวุฒิการศึกษา GED® Testing Service

ประเทศสหรัฐอเมริกา

Cambridge Assessment International Education สหราชอาณาจักร
รายวิชาในหลักสูตร –      Reasoning Through Language Arts

–      Science

–      Social Studies

–      Mathematical Reasoning

มีหลายวิชาให้เลือกกว่า 70 รายวิชา โดยแบ่งเป็นกลุ่มวิชา

–       Creative and professional

–      English language and literature

–      Humanities and social sciences

–      Languages

–      Mathematics

–      Sciences

เกณฑ์การสอบผ่าน แต่ละวิชา ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 145 คะแนน –      IGCSE อย่างน้อย 5 รายวิชา โดยแต่ละวิชาได้เกรดไม่ต่ำกว่า C

–      A Level อย่างน้อย 3 วิชา โดยแต่ละวิชาได้เกรดไม่ต่ำกว่า C

ความถี่ในการจัดสอบ มีเปิดสอบทุกวัน

มีหลายเวลาให้เลือกสอบ

เปิดสอบปีละ 2 ครั้ง

–      ช่วงเดือนพ.ค. – มิ.ย.

–      เดือนต.ค. – พ.ย.

ระยะเวลาผลสอบออก รู้ผลสอบทันทีหลังสอบเสร็จ รอผลสอบประมาณ 2-3 เดือน
ค่าธรรมเนียมการสอบ $75 6,000 – 9,000 บาทต่อวิชา

แต่ละวิชามีอัตราค่าสอบไม่เท่ากัน

ศูนย์สอบ/สถานที่สอบ –  Pearson Professional Centers กรุงเทพมหานคร

–  Paradigm Language Institute กรุงเทพมหานคร

–  Assumption University จ. สมุทรปราการ

–  Thabyay Education Foundation อ. แม่สอด จ. แม่ฮ่องสอน

–  Movaci จ. เชียงใหม่

–      British Council

–      Harrow International School

 

 

สอบเทียบหมอ ต้องสอบแบบไหน

จริง ๆ แล้ว การสอบเทียบหมอ จะหมายความถึงการสอบเทียบ แล้วสามารถเรียนต่อหมอได้ ดังนั้น การสอบเทียบที่จะทำให้เรามีทางเลือกในการเรียนต่อแพทย์ได้มากที่สุด คือ IGCSE & A Level ค่ะ โดยสามารถยื่นได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ เนื่องจากโครงสร้างรายวิชานั้นเจาะลึกกว่า GED โดยเฉพาะในรายวิชากลุ่มวิทยาศาสตร์ ที่จะแบ่งการสอบไปเลยว่าเป็นฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา แต่สำหรับ GED นั้นจะออกแบบมาเป็น Science แบบภาพรวมมากกว่านั่นเอง

แต่ในขณะเดียวกัน ก็อาจจะมีหลายคนสงสัยว่า ถ้าสอบ GED แล้ว จะยื่นหมอที่ไหนได้บ้าง จริง ๆ แล้ว ในไทยเองบางมหาวิทยาลัย และบางปี ก็อาจจะมีเปิดรับบ้าง แต่ก็น้อยมาก ๆ สำหรับใครที่สนใจเรียนต่อแพทย์ด้วยวุฒิ GED จริง ๆ จะมีของต่างประเทศที่รองรับอยู่ นั่นคือ โปแลนด์นั่นเองค่ะ ซึ่งการเรียนต่อที่โปแลนด์มีข้อดีหลายด้าน ค่าครองชีพไม่แพงมาก และที่สำคัญคือ หลักสูตรแพทย์ของที่นี่ผ่านการรับรองแพทยสภาไทยเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น น้อง ๆที่จบมา สามารถกลับมาสอบใบประกอบวิชาชีพและประกอบอาชีพที่ไทยได้ค่ะ

อยากสอบเทียบ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

การสอบเทียบ ม.6 นั้น เปรียบเสมือการเรียนหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งที่ต้องมีการสอบหลากหลายรายวิชา และมีเกณฑ์คะแนนกำหนดด้วยว่าควรจะต้องได้คะแนนเท่าใดจึงจะถือว่าสอบผ่าน และไม่เพียงเท่านี้ เพราะหลายๆคณะ หลายๆ มหาวิทยาลัย ก็ไม่ได้ต้องการแค่คะแนนผ่านเท่านั้น แต่กลับกำหนดคะแนนในการยื่นสูงขึ้นไปอีก ดังนั้น น้อง ๆ คนไหนที่กำลังจะสอบเทียบ เราจะต้องเตรียมตัวสำหรับการสอบเป็นอย่างดี เพราะหากเราจะเข้าคณะหรือมหาวิทยาลัยที่การแข่งขันสูง เป้าหมายของเราจะไม่ใช่แค่สอบผ่านอีกต่อไป แต่ในทางกลับกัน เราจะต้องสอบให้ได้คะแนนที่สามารถใช้ยื่นสมัครกับคณะในฝันของเราได้ด้วยนั่นเอง

สำหรับใครที่พื้นฐานอ่อน โดยเฉพาะพื้นฐานภาษาอังกฤษ รวมไปถึงวิชาที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะด้าน หากเรายังไม่เคยมีประสบการณ์สอบหรือการเตรียมตัวมาก่อน แนะนำให้มีตัวช่วยเพื่อให้เราพร้อมสอบได้เร็วมากขึ้น และเป็นการเพิ่มความมั่นใจอีกระดับว่า สิ่งที่เราเตรียมไว้สำหรับการสอบนั้นถูกต้องแล้วหรือไม่ ที่จุฬาติวเตอร์ เรามีคอร์สเรียนครบถ้วนทั้ง GED และ IGCSE & A Level โดยการเรียนการสอนของเรานั้น สามารถสอนได้ทั้งเนื้อหาพื้นฐานและการตะลุยแนวข้อสอบในระดับความยากใกล้เคียงของจริง ไม่ว่าน้อง ๆ จะมีพื้นฐานในระดับใด ก็สามารถติวให้ได้ครบและพร้อมสอบได้ไม่ยาก

 

คอร์สเรียน GED เตรียมตัวสอบเทียบแบบอินเตอร์ จบ ม.ปลายได้ใน 1 เดือน

จะดีแค่ไหน หากมีหลักสูตรสอบเทียบที่จะทำให้เราได้รับวุฒิเทียบเท่า ม. ปลายได้รวดเร็วภายใน 1 เดือน ให้น้อง ๆ มีเวลาเหลือสำหรับการเตรียมตัวเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้มากยิ่งขึ้น หากใครกำลังมองหาไลฟ์สไตล์การเรียนแบบนี้อยู่ล่ะก็ ต้องไม่พลาดการสอบ GED เลยค่ะ เพราะนอกจากจะมีตารางสอบที่เปิดให้สอบบ่อยมากๆแล้ว รายวิชาที่ต้องสอบก็มีไม่เยอะอีกด้วยค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า ข้อสอบ GED นั้นจะออกเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดทุกวิชา จึงทำให้น้อง ๆ ที่อยากสอบเทียบด้วย GED มีความกังวลใจอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นฐานภาษาอังกฤษ Grammar คำศัพท์ที่ไม่ค่อยถนัด หรือแม้แต่พื้นฐานของเนื้อหาในแต่ละรายวิชาก็ตาม จนทำให้กล้า ๆ กลัว ๆ หรือยังลังเลกับการเลือกสอบ GED อย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ด้วยคอร์สเรียน GED ที่จุฬาติวเตอร์ได้ออกแบบมาอย่างดี ให้น้อง ๆ ที่แม้จะไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนในคอร์สนี้ได้

คอร์สเรียน GED ของจุฬาติวเตอร์ เน้นสอนครอบคลุมทุกรายวิชา ไม่ว่าจะเป็น Mathematical Reasoning, Reasoning Through Language Arts, Social Studies และ Science ซึ่งนอกจากแนวข้อสอบที่มีครบทุกรายวิชาแล้ว ยังมีการสอนพื้นฐานของแต่ละวิชาด้วย ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าน้อง ๆ จะไม่ถนัดภาษาอังกฤษ Grammar ไม่แม่น คำศัพท์ไม่เยอะ หรือไม่ค่อยมั่นใจเกี่ยวกับพื้นฐานวิชาอื่น ๆ การเรียนคอร์สนี้ก็จะทำให้เราเก่งขึ้น สามารถพัฒนาความสามารถจนอยู่ในระดับที่พร้อมลงสนามสอบจริงได้อย่างแน่นอน


รหัสคอร์ส วันเรียน รอบ เวลา หมายเหตุ Test Date Exam
เหลือที่นั่ง อาจารย์
G200921 20 ก.ย. - 22 ต.ค. จ-ศ 13:00-16:00
จองที่นั่ง
7
G270921 27 ก.ย. - 29 ต.ค. จ-ศ 13:00-16:00
จองที่นั่ง
6

 

FAQ

การสอบเทียบ ต้องสอบวิชาอะไรบ้าง

เนื่องจากการสอบเทียบนั้นมีหลายหลักสูตร แต่ละหลักสูตรจะมีรายวิชาที่กำหนดให้สอบแตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น หากสอบเทียบด้วย GED จะต้องสอบ 4 วิชา คือ Mathematical Reasoning, Reasoning Through Language Arts, Social Studies และ Science แต่หากเลือกสอบเทียบด้วย IGCSE & A Level จะต้องสอบผ่านอย่างน้อย 8 รายวิชา โดยสามารถเลือกรายวิชาที่สนใจได้ เป็นต้น

การสอบเทียบ สอบได้ตอนอายุกี่ปี

การสอบเทียบในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หากเป็นการสอบเทียบด้วย GED จะสอบได้เมื่ออายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ส่วนหากเลือกสอบเทียบด้วย IGCSE & A-Level จะเริ่มสอบได้ตั้งแต่อายุประมาณ 14 ปี ขึ้นไป

การสอบเทียบม.ปลาย สามารถใช้วุฒิเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ตามปกติหรือไม่

น้อง ๆ คนไหนที่จบด้วยวุฒิเทียบเท่าจากการสอบเทียบมา ไม่ว่าจะเป็น GED, IGCSE & A Level ก็สามารถใช้สมัครเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้ตามปกติ โดยน้อง ๆ อาจจะต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมค่ะว่า แต่ละคณะหรือแต่ละมหาวิทยาลัยที่เราสนใจนั้น มีเงื่อนไขในการรับวุฒิเทียบเท่าอย่างไรบ้าง ต้องใช้กี่คะแนน หรือต้องมีการสอบข้อสอบอื่นๆด้วยหรือไม่

ควรเลือกสอบเทียบด้วย GED หรือ IGCSE & A Level ดี

หลักสูตรการสอบเทียบ 2 วิชานี้เป็นหลักสูตรของต่างประเทศทั้งคู่ ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แต่การสอบ GED จะมีรูปแบบข้อสอบที่ซับซ้อนน้อยกว่า จำนวนรายวิชาที่ต้องสอบน้อยกว่า ในขณะที่การสอบ IGCSE & A Level นั้นจะมีความเข้มข้นมากกว่า นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเรียนและสอบในรายวิชาที่สนใจได้ด้วย ดังนั้น น้องๆ สามารถเลือกหลักสูตรที่เหมาะกับเรา และเหมาะกับคณะที่เราจะเรียนต่อในอนาคตได้เลย

About the Author: TOEIC Test of English for International Communication IELTS International English Language Testing System

TOEIC Test of English for International Communication IELTS International English Language Testing System TOEFL Test Of English as a Foreign Language