chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

GED Math

GED Math

GED Math

GED เป็นหลักสูตรการสอบเทียบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการสอบด้วยกันทั้งหมด 5 วิชา คือ

GED Science

GED Social

GED Reading

GED Writing

คะแนนเต็มทุกวิชาคือ 800 คะแนน เกณฑ์ในการบังคับจะต้องได้ไม่ต่ำกว่า 410 คะแนน จึงจะถือว่าสอบผ่านตามหลักสูตร ซึ่งคุณสมบัติของผู้เข้าสอบจะต้องมีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจึงจะมีสิทธิ์สอบ เนื้อหาหลักๆทั้ง 5 วิชาใน GED ครอบคลุมระดับชั้น ม.ต้น – ม.ปลาย ระดับความยากง่ายของข้อสอบจะปะปนกันไป ข้อสอบไม่มีการเรียงความยากจากง่ายไปหายาก ดังนั้นความพร้อมของผู้เข้าสอบด้านความรู้ความเข้าใจของรายวิชาแต่ละวิชาถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งหนึ่งในวิชาที่ถือว่าสำคัญในระบบการศึกษาไม่ว่าหลักสูตรใดก็ตามคือวิชา Math สำหรับใน GED วิชานี้ถือได้ว่าเป็นวิชาที่ไม่ยากต่อการพิชิตข้อสอบหากผู้เข้าสอบมีความตั้งใจในการศึกษาและฝึกฝน ลักษณะและรายละเอียดที่สำคัญของข้อสอบ Math มีดังนี้

 

ข้อสอบ GED Math แบ่งออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ 1 ประกอบด้วยข้อ 1-25 สามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ ให้เวลา 45 นาที

ส่วนที่ 2 ประกอบด้วยข้อ 1-25 ไม่สามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ ให้เวลา 45 นาที

รวมทั้งหมด 50 ข้อ รวมเฉลี่ย 90 นาที

สำหรับหัวข้อหลักๆที่จะออกในข้อสอบ GED Math

Algebra, Number & Operation, Geometry, Measurement & Data Analysis, Percent, Ratio, Linear Equation, Probability เป็นต้น

ระดับความยากของข้อสอบเมื่อเทียบกับ SAT ค่อนข้างต่างกันมาก เนื้อหาโดยรวมจะเป็นพื้นฐานที่จะสามารถนำไปต่อยอดการสอบ SAT ได้ ข้อสอบ GED เป็นข้อสอบที่มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดระดับความรู้ความเข้าใจในวิชาเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งหมด ดังนั้นผู้สอบจะต้องมีความพร้อมในการสอบระดับหนึ่ง ต้องได้รับการฝึกฝนทดสอบ โดยเฉพาะวิชา Math ผู้สอบจะต้องเข้าใจและจดจำสูตรพื้นฐานในรายวิชานี้ได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งสามารถนำประยุกต์ใช้ในข้อสอบแต่ละรูปแบบได้ดี ยกตัวอย่าง เช่น สูตรการคำนวณปริมาตรของทรงกรวย การเปลี่ยนหน่วยอุณหภูมิจากองศาเซลเซียสให้เป็นฟาเรนไฮน์ เป็นต้น จากตัวอย่างข้อสอบข้างต้น ถ้าหากผู้สอบบามารถจำสูตรเหล่านี้ได้จะสามารถหาคำตอบได้อย่างง่ายดายเนื่องจากในส่วนของการคำนวณจะไม่ซับซ้อนมากนัก

ข้อสอบ GED Math ส่วนที่ 1 ซึ่งสามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ การคำนวณตัวเลขต่างๆจะไม่ใช่ปัญหาหลักในการทำข้อสอบในส่วนนี้ เนื่องจากผู้สอบสามารถใช้เครื่องคิดเลขเป็นตัวช่วยได้ แต่สิ่งที่ผู้สอบจะต้องเตรียมพร้อมคือ การที่ผู้สอบสามารถเปลี่ยนโจทย์ที่โจทย์ได้ให้มาให้เป็นสมการทางคณิตศาสตร์ให้ได้ ยกตัวอย่างเช่น a minus b equal c ซึ่งสามารถเขียนเป็นสมการได้เป็น a – b = c หรือ การคิดเปอร์เซ็นต์กำไรขาดทุนหรือการหาเงินต้นดอกเบี้ย การคำนวณพื้นที่ ปริมาตรของรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม ซึ่งถ้าหากไม่ได้ผ่านการฝึกทำแบบฝึกหัดมาอาจเกิดการผิดพลาดหรือใช้เวลานานเกินไปในการคำนวณทำให้ทำข้อสอบไม่ทันได้

ข้อสอบ GED Math ส่วนที่ 2 ส่วนนี้ค่อนข้างให้ความสำคัญกับพื้นฐานการ บวก ลบ คูณ หาร ทั้งจำนวนเต็มและเลขทศนิยม การเปลี่ยนเลขยกกำลังเป็นตัวเลข เนื่องจากส่วนนี้ไม่สามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ ดังนั้นต้องใช้ความแม่นยำในการคำนวณมากระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากมีข้อไหนที่ตัวเลขในโจทย์ค่อนข้างคำนวณยาก โจทย์จะมีการอนุโลมโดยมีการกำหนดตัวเลือกของคำตอบให้เป็นการแทนค่า โดยให้ผู้สอบเช็คว่าตัวเลือกไหนที่สามารถแทนค่าได้ถูกต้อง

อุปกรณ์ที่ใช้สอบ GED ทางศูนย์สอบจะให้ผู้สอบในการเข้าสอบมี 2 อย่างคือ แผ่นใสที่ใช้สำหรับทดตัวเลข และปากกาสำหรับเขียนบนแผ่นใส ไม่สามารถนำอุปกรณ์โทรศัพท์ นาฬิกาข้อมือเข้าไปในห้องสอบได้ โดยทางศูนย์สอบแต่ละที่จะจัดล็อคเกอร์ สำหรับฝากของไว้ให้ผู้สอบเก็บ สำหรับเครื่องคิดเลข เนื่องจากการสอบเป็นการสอบกับคอมพิวเตอร์ดังนั้นเครื่องคิดเลขที่ใช้ในการสอบจะสามารถกดไอคอนทางซ้ายของหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้เลยเมื่อผู้สอบต้องการใช้ ข้อสอบในแต่ละปีการศึกษามีด้วยกันหลายชุด แล้วแต่ปีการศึกษานั้นๆ เช่น อาจมี 2 หรือ 3 ชุด ซึ่งข้อสอบแต่ละชุดจะมีความยากง่ายค่อนข้างพอๆกัน หรือไม่ต่างกันมากนัก โดยขอบเขตของเนื้อหาในแต่ละชุดจะอยู่ในขอบเขตเดียวกัน

การคิดคะแนนข้อสอบ GED คะแนนรวมเต็ม 800 คะแนน คะแนนที่ผู้สอบจะต้องได้ต้องไม่ต่ำกว่า 410 คะแนน มิฉะนั้นจะถือว่าสอบตก ตกสอบใหม่อีกครั้ง ขึ้นอยู่กับเงือนไขของหลักสูตร ณ ตอนนั้น ลักษณะคะแนนของ GED จะเป็นการคำนวณในรูปแบบของ Percentile rank ดังนั้นจำนวนข้อที่ผิดหรือข้ามค่อนข้างสำคัญในการนำมาคำนวณคะแนน เนื่องจากการคิดคะแนนเป็นการคิดคะแนนเป็นช่วงของจำนวนข้อที่ถูกและผิด ดังนั้นผิดแค่ 1 ข้อ คะแนนอาจต่างกันมากเกิน 10 คะแนนก็เป็นได้

ดังนั้นเมื่อตัดสินใจจะสอบแต่ละครั้ง ผู้สอบต้องมั่นใจและเตรียมพร้อมพอสมควร และการฝึกฝนทำโจทย์ จะช่วยในการทำข้อสอบได้อย่างมาก การสอบ GED ถือได้ว่าเป็นเป็นเพียงด่านแรกของการเตรียมตัวเข้าสู่การศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเนื้อหาแต่ละวิชาใน GED ถือได้ว่าเป็นคลังความรู้อย่างหนึ่งที่ผู้เข้าสอบสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเข้าสอบแข่งขันสู่ระดับมหาวิทยาลัยได้