• By TOEIC Test of English for International Communication IELTS International English Language Testing System
  • Feb 21, 2021
  • Tags: ,
  • 0 Comments

forex

การเติบโตของการเทรด Forex ในประเทศไทยมาแรงและเติบโตอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากการแสและคนจำนวนมากขึ้นที่ออกมาแสดงตัวว่าร่ำรวยจากการเก็งกำไรในตลาด Forex หรือ สร้างเงินจากตลาดทางการเงินโดยการเทรดสกุลเงิน ทองคำ น้ำมัน และสกุลเงินดิจิตอลต่างๆ จนถึงกลุ่มคนที่ใช้ตลาดนี้เพื่อมาหลอกลวงคน อย่างแชร์ลูกโซ่ Forex, FX Trading หากคุณเป็นคนนึงที่สนใจศึกษาการเทรด Forex แต่ยังไม่มีประสบการณ์ หรือเป็นมือใหม่ในตลาดอยู่ ขอนำเสนอคู่มือการเทรด Forex สำหรับมือใหม่ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานที่จะทำให้คุณเข้าใจตลาด Forex มากยิ่งขึ้น “อย่าเพิ่งเริ่มเทรด หากคุณยังไม่ได้อ่านบทความนี้

 

Forex และ Forex Market คืออะไร

ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรด Forex แน่นอนคุณต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่คุณจะลงทุนคืออะไร Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange คือ ธุรกรรมการแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่าง 2 สกุลเงินที่แตกต่างกัน หรือเรียกว่าการซื้อขายสกุลเงิน ซึ่งอัตราการแลกเปลี่ยนจะเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) ของสกุลเงินนั้นๆ เกิดการซื้อขายขึ้นใน Forex Market หรือ ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินผ่านระบบออนไลน์ที่เชื่อมต่อกันทั่วโลก ถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่สุดในโลกและมีข้อดีมากมาย อย่างเช่น ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายต่ำ มีสภาพคล่องหรือความสามารถในการแลกเปลี่ยนสูง คืออยากซื้อหรือขายเมื่อไหร่ ก็สามารถซื้อหรือขายในราคานั้นได้ทันที นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นที่หนาแน่นและเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ทำให้การปั่นราคาหรือการทุบราคาทำได้ยาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนหันมาสนใจตลาดนี้นั่นเอง

 

เริ่มต้นเทรด Forex ควรทำอย่างไร ?

จริงๆแล้ว การเทรด Forex เป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยเนื่องจากมีกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน เพียงแต่คุณจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานเสียก่อนเพื่อให้การเทรดเป็นไปได้ด้วยดี

✅ อันดับแรก เลือกโบรกเกอร์ (Brokers) เพื่อเปิดบัญชีสำหรับการซื้อขาย

โบรกเกอร์คือตัวแทนในการส่งคำสั่งซื้อขายของคุณเข้าไปสู่ตลาด โบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ มีเซิร์ฟเวอร์ที่เสถียรประมวลผลได้รวดเร็ว ให้เลเวอเรจ (จำนวนเปอร์เซนที่ยืมได้เพื่อทำการเปิดออเดอร์เทรด) ดี และมีค่าธรรมเนียมการเทรดต่ำ จะช่วยให้คุณสามารถคว้าโอกาสในการทำกำไรจากการซื้อขายคู่สกุลเงินได้ดี ตัวอย่างโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมได้แก่ Exness, XM, HotForex, FXTM (ForexTime), XTB, Pepperstone

✅ อันดับสอง เลือกแพลตฟอร์มการเทรด Forex (Electronic Trading Platform)

หน้าที่หลักของแพลตฟอร์มการเทรด คือเป็นเครื่องมือในการดำเนินการซื้อขายคู่สกุลเงิน และช่วยวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและมีความปลอดภัยสูง ได้แก่ MT4 (MetaTrader 4), MT5 (MetaTrader 5) และ cTrader

MT4 (MetaTrader 4) และ MT5 (MetaTrader 5) สามารถใช้ซื้อ-ขายเงินตราระหว่างประเทศและสินค้าประเภท CFDs อาทิ ทองคำ เงิน น้ำมันดิบเป็นต้น รองรับการทำงานบนเว็บไซต์และอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ทั้ง iOS, Window และ Android ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ โดยเครื่องมือมากมายโดยไม่มีค่าธรรมเนียม ซึ่ง MT5 เป็นการพัฒนาเวอร์ชั่นมาจาก MT4 มีฟังก์ชั่นที่ดีขึ้น เช่นสามารถเปิดชาร์ท (Charts) ได้ในจำนวนที่ไม่จำกัด, มีดัชนีชี้วัด (Indicators) และการวิเคราะห์เชิงวัตถุมากขึ้น และมีฟังก์ชั่นที่เพิ่มขึ้นมา เช่น ข้อมูลข่าวและรายละเอียดของข่าวเพื่อมาใช้ในการวิเคราะห์ตามปัจจัยพื้นฐาน อย่างไรก็ตามการมีฟังก์ชั่นที่มากขึ้น ก็แลกมาด้วยความง่ายต่อการใช้งานและระบบประมวลผลที่ช้าลง ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ MT4 ยังถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในแทบเอเชีย

cTrader ฟังชั่นการใช้งานส่วนใหญ่ของ cTrader มีลักษณะเดียวกันกับ MetaTrader และสามารถปรับแต่งหน้าจอได้ตามใจชอบ

✅ อันดับสาม ศึกษาหาความรู้เพื่อใช้ในการเทรดเพื่อเก็งกำไร

คนที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จจากการเทรด Forex ต้องมีความเพียรพยายาม ต้องศึกษาหาความรู้และฝึกฝนทักษะการเทรดอยู่สม่ำเสมอ โดยหลักการอย่างกว้างๆ ที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อซื้อขายคู่สกุลเงินนั้น มีความคล้ายคลึงกับการเทรดตราสารทางการเงินอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้ยินผ่านหูมาแล้วแน่ๆ นั่นก็คือ การวิเคราะห์ตามปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) และการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน คือการวิเคราะห์ผ่านข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคและข่าวเศรษฐกิจต่างๆ ที่ประกาศออกมา เช่น นโยบายเกี่ยวกับเงินตราของธนาคารกลาง การเพิ่มหรือลดอัตราดอกเบี้ย การเพิ่มหรือลดของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและความมั่นคงของรัฐบาล รวมทั้งการคาดการณ์ของผู้เล่นต่างๆ ในตลาด ข้อมูลเหล่านี้ส่งผลต่อความต้องการซื้อ (Demand) และ/หรือ ความต้องการขาย (Supply) ซึ่งสามารถนำมาทำนายการเคลื่อนไหวของราคาของสกุลเงินได้ คุณสามารถติดตามข่าวสารได้จากหลายแหล่ง รวมทั้งสามารถรู้วันที่ ที่จะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของแต่ละประเทศออกมาผ่านปฏิทินเศรษฐกิจออนไลน์ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการวิเคราะห์วิธีนี้เกี่ยวข้องกับข้อมูลจำนวนมาก ทำให้คุณจำเป็นต้องฝึกฝนการเลือกข้อมูลที่ถูกต้อง และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลนั่นค่ะ

การวิเคราะห์ทางเทคนิค คือการวิเคราะห์จากข้อมูลข้อมูลอดีตผ่านดัชนีชี้วัดหรืออินดี้ (Indicators) เช่น ค่าเฉลี่ยราคา (Moving average) เพื่อใช้บอกแนวโน้ม บอกแนวรับ-แนวต้าน รวมทั้งจุดซื้อ-ขายของตลาด หรือผ่านรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคา (Price Pattern) หรือกราฟ หรือเทคนิคอื่นๆ อย่างเช่น แผนภูมิแท่งเทียน (Candlesticks) เพื่อหาสัญญาณในการซื้อหรือขายคู่สกุลเงิน เนื่องจากคุณสามารถใช้หลายเทคนิคในการวิเคราะห์ และแต่ละเทคนิคก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป จึงอยากแนะนำให้เริ่มจากการเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับแนวทางการเทรดของคุณ และฝึกฝนเพื่อให้เกิดความแม่นยำ

หลังจากที่คุณสามารถวิเคราห์และคาดการณ์ราคาคู่สกุลเงินต่างๆได้แล้ว การเริ่มซื้อขายคู่สกุลเงิน คุณต้องเข้าใจก่อนว่า การซื้อขายคู่สกุลควรเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อย่างเช่น หากคุณสนใจคู่สกุลเงิน EUR/USD โดยคาดการ์ณว่าค่าสกุล Euro จะสูงขึ้น ในขณะที่ US Dollar จะราคาถูกลง คุณจะเลือกคำสั่งซื้อ EUR/USD และหากการคาดการ์ณของคุณเป็นในทางตรงกันข้าม คุณจะเลือกคำสั่งขาย EUR/USD เพื่อเก็งกำไรค่ะ นอกจากนี้ การศึกษาคำศัพท์เฉพาะที่สำคัญในตลาด Forex เพื่อให้คุณสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับ Forex และไม่งง ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจนะคะ

  • พอยท์ (Point) หน่วยการเปลี่ยนแปลงตัวเลขตำแหน่งหลังสุดของราคา
  • ปิ๊ป (Pip) หน่วยการเปลี่ยนแปลงตัวเลขตำแหน่งที่2 จากหลังสุดของราคา (1 pip = 10 point)
  • มาร์จิ้น (Margin) เงินหลักประกัน ที่ถูกหักไว้เมื่อเปิดคำสั่งซื้อหรือขาย
  • บิด (Bid) ราคาซื้อของตลาด หรือเป็นราคาขายของคุณ
  • อาสค (Ask) ราคาขายของตลาด หรือเป็นราคาซื้อของคุณ
  • สเปรด (Spread ) ส่วนต่างราคาซื้อและขาย
  • เลเวอเลจ (Leverage) จำนวนเปอร์เซนที่ยืมได้จากโบรกเกอร์เพื่อทำการเปิดออเดอร์เทรด

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดของการเริ่มต้นเทรด Forex ก็คือ คุณควรจะลองฝึกเทรด Forex นั่นเอง จะดีไม่น้อยเลยใช่มั้ยคะ ถ้าหากคุณสามารถลองเทรดจริง แบบที่ไม่ต้องเอาเงินจริงมาเดินพัน เพื่อไม่ให้เจ็บตัวและเจ็บใจนั่นเองนะคะ จึงอยากแนะนำให้ลองฝึกในระบบบัญชีเงินจำลอง (Demo Account) ซึ่งสามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริง และสามารถใช้เครื่องมือเทรดและคำนวณกำไรขาดทุนเหมือนระบบบัญชีจริงเลยค่ะ

 

ช่วงเวลาเปิดและปิดทำการของตลาด Forex

ตลาด Forex เปิดให้เทรดตั้งแต่ 04:00 น.ตามเวลาประเทศไทย วันจันทร์จนสิ้นวันศุกร์ตลอด 24 ชั่วโมง มีปริมาณการซื้อขายกันอยู่ตลอดเวลา แต่ต่อให้ตลาดจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ก็ใช่ว่าการเทรดแต่ละช่วงเวลาไม่มีความแตกต่างนะคะ วันนี้เลยอยากจะมาแนะนำช่วงเวลาที่คิดว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการเทรด นั่นก็คือช่วงประมาณ 14.00 – 23.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีตลาด Forex ของยุโรป, อเมริกา, แคนาดาและ ลอนดอน เปิดพร้อมกัน เลยทำให้เป็นช่วงเวลาที่ตลาดมีสภาพคล่องสูง มีผู้เทรดเยอะที่สุดนั่นเองค่ะ

 

คอร์สสอนเทรด Forex เหมาะสำหรับมือใหม่อยากลงทุนฟอเร็กซ์ 

เริ่มอยากจะเทรดกันแล้วใช่ไหมคะ อย่างไรก็ตามการเทรด Forex ก็เหมือนการลงทุนทั่วไปที่มีความเสี่ยง และคุณก็สามารถที่จะได้กำไรและขาดทุนได้ตลอดการลงทุน ขอเตือนไว้ก่อนเลยนะคะ ว่ามีหลายคนมากที่ล้มเหลวจากการเทรด Forex เพราะไม่ศึกษาข้อมูล ไม่รู้วิธีการเทรดที่ถูกต้อง ซึ่งทำให้การเทรดนี้ ไม่ต่างจากการพนันหรือการเสี่ยงดวงเลย ซึ่งมันเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก เพราะจริงๆแล้ว ความเสี่ยงจากการเทรดสามารถลดลงได้จากการเรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาทักษะการเทรด ฝึกวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและทางเทคนิคเพื่อให้สามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงคู่สกุลเงินได้ดีมากขึ้น โอกาสชนะหรือได้กำไรก็จะมีสูงนั่นเองค่ะ หากคุณเป็นมือใหม่หรือไม่มีประสบการณ์ในการเทรด Forex มาก่อน แต่อยากเพิ่มทางเลือกในการลงทุนเพื่อเพิ่มรายได้ ทางสถาบัน Chulatutor มีคอร์สที่เหมาะกับมือใหม่ที่ช่วยพัฒนาทักษะการเทรดของผู้เรียนผ่านการปฎิบัติหรือเทรดจริงเพื่อให้ได้ความรู้ที่นำเอาไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อได้ว่าหากคุณเป็นคนชอบเรียนรู้ ตลาดนี้จะสร้างกำไรให้คุณได้อย่างมากเลยค่ะ

About the Author: TOEIC Test of English for International Communication IELTS International English Language Testing System

TOEIC Test of English for International Communication IELTS International English Language Testing System TOEFL Test Of English as a Foreign Language