Table of Contents
กยศ. คืออะไร
กยศ. หรือ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นกองทุนของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ที่มีความจำเป็นด้านค่าใช้จ่ายในการศึกษา สามารถกู้ยืมเงินเพื่อนำไปใช้เป็น ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าครองชีพ โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ และเริ่มชำระคืนหลังสำเร็จการศึกษาตามหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด
จุดประสงค์ของ กยศ. คือ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสเรียนต่อ แม้ว่าครอบครัวจะมีรายได้ไม่มากก็ตาม
กยศ. ช่วยค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
ผู้กู้สามารถได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายหลายส่วน เช่น
- ค่าเล่าเรียน
- ค่าธรรมเนียมการศึกษา
- ค่าครองชีพระหว่างเรียน
- ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
ทั้งนี้ วงเงินที่ได้รับจะแตกต่างกันตามระดับการศึกษา สาขาวิชา และหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนดในแต่ละปี
จุดเด่นของการกู้ กยศ.
หลายคนเลือกกู้ กยศ. เพราะมีข้อดีหลายด้าน เช่น
- อัตราดอกเบี้ยต่ำ
- เริ่มชำระคืนหลังเรียนจบ
- ผ่อนชำระเป็นงวดได้
- ไม่มีความจำเป็นต้องมีเงินก้อนจำนวนมากเพื่อจ่ายค่าเทอม
- ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
กยศ. เหมาะกับใคร
กยศ. เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น
- นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย
- นักเรียน ปวช.
- นักศึกษา ปวส.
- นักศึกษาระดับปริญญาตรี
- ผู้เรียนในสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการของกองทุน
ใครกู้ กยศ. ได้บ้าง
หลายคนเข้าใจว่า เฉพาะคนที่ยากจนเท่านั้นจึงจะกู้ กยศ. ได้ แต่ความจริงแล้ว กยศ. มีหลายลักษณะของการให้กู้ และพิจารณาจากหลักเกณฑ์หลายด้าน ไม่ได้ดูเฉพาะรายได้ของครอบครัวเพียงอย่างเดียว
โดยทั่วไป ผู้ที่สามารถยื่นกู้ได้ ได้แก่
- นักเรียนที่กำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
- นักเรียนสายอาชีพ (ปวช. และ ปวส.)
- นักศึกษาปริญญาตรี
- ผู้ที่ศึกษาในสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการกับ กยศ.
- ผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
ระดับการศึกษาที่สามารถกู้ได้
กยศ. รองรับผู้เรียนหลายระดับ เช่น
- มัธยมศึกษาตอนปลาย
- ปวช.
- ปวส.
- ปริญญาตรี
โดยแต่ละระดับจะมีวงเงินและรายละเอียดการให้กู้แตกต่างกัน
นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนกู้ได้หรือไม่ ?
กู้ได้
หากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษานั้นเข้าร่วมโครงการของ กยศ. และผู้กู้มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ ก็สามารถยื่นขอกู้ได้เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยของรัฐ
นักศึกษาปี 1 กู้ได้หรือไม่ ?
กู้ได้
นักศึกษาใหม่สามารถยื่นขอกู้ได้ หากผ่านการคัดเลือกจากสถานศึกษา และดำเนินการตามขั้นตอนที่กองทุนกำหนด
คุณสมบัติผู้กู้ กยศ.
การพิจารณาผู้กู้ไม่ได้ดูเพียงรายได้ของครอบครัว แต่จะพิจารณาคุณสมบัติหลายด้านประกอบกัน
โดยทั่วไป ผู้กู้ควรมีคุณสมบัติดังนี้
1. เป็นผู้ที่กำลังศึกษาในสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
ผู้กู้ต้องศึกษาอยู่ในโรงเรียน วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมกับ กยศ.
2. มีสัญชาติไทย
ผู้กู้ต้องมีสัญชาติไทยตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
3. มีผลการเรียนและความประพฤติเป็นไปตามที่สถานศึกษากำหนด
สถานศึกษาอาจมีหลักเกณฑ์เพิ่มเติมในการพิจารณา เช่น
- ผลการเรียน
- การเข้าเรียน
- ความประพฤติ
- วินัยของนักศึกษา
4. ไม่เป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่กองทุนกำหนด
ในกรณีผู้ที่เคยกู้มาก่อน การพิจารณาอาจรวมถึงประวัติการชำระหนี้ตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
5. มีความจำเป็นด้านค่าใช้จ่ายทางการศึกษา
กองทุนจะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในแต่ละปี ซึ่งอาจรวมถึงฐานะครอบครัวและข้อมูลประกอบอื่น ๆ
คุณสมบัติที่สถานศึกษาอาจใช้พิจารณาเพิ่มเติม
แม้ว่าจะมีคุณสมบัติพื้นฐานครบ แต่บางสถาบันอาจมีหลักเกณฑ์เพิ่มเติม เช่น
- ระยะเวลาการศึกษา
- จำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียน
- สถานะการเป็นนักศึกษา
- การรักษาสภาพนักศึกษา
จึงควรตรวจสอบประกาศของสถานศึกษาควบคู่กับประกาศของ กยศ. ทุกครั้ง
เอกสารที่ต้องใช้กู้ กยศ.
การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรก จะช่วยให้การยื่นกู้เป็นไปอย่างรวดเร็ว และลดโอกาสที่เอกสารจะถูกตีกลับ
เอกสารที่ใช้บ่อย มีดังนี้
เอกสารส่วนตัวของผู้กู้
- บัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- รูปถ่าย (กรณีที่สถานศึกษากำหนด)
- เอกสารแสดงสถานะนักศึกษา
เอกสารของผู้ปกครอง
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- เอกสารแสดงรายได้ (หากมี)
- หนังสือรับรองรายได้ (กรณีไม่มีสลิปเงินเดือน)
เอกสารทางการศึกษา
- หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา
- ใบแสดงผลการเรียน (Transcript หรือ ปพ.)
- เอกสารยืนยันการลงทะเบียนเรียน
เอกสารอื่น ๆ
ในบางกรณี สถานศึกษาอาจขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น
- หนังสือรับรองสถานภาพครอบครัว
- หนังสือมอบอำนาจ
- เอกสารเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล
- เอกสารอื่นตามที่กองทุนหรือสถานศึกษากำหนด
เตรียมเอกสารอย่างไรให้ผ่านง่าย
ก่อนยื่นกู้ ควรตรวจสอบดังนี้
- ✅ บัตรประชาชนยังไม่หมดอายุ
- ✅ สำเนาเอกสารลงลายมือชื่อรับรองถูกต้อง
- ✅ ชื่อ-นามสกุลตรงกันทุกเอกสาร
- ✅ เอกสารทุกหน้าอ่านได้ชัดเจน
- ✅ เตรียมไฟล์เอกสารตามรูปแบบที่ระบบกำหนด หากต้องอัปโหลดผ่านระบบออนไลน์
การตรวจสอบรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ จะช่วยลดปัญหาเอกสารไม่ครบหรือข้อมูลไม่ตรงกัน ซึ่งอาจทำให้การพิจารณาล่าช้า
วิธีสมัครและลงทะเบียน กยศ.
1. ตรวจสอบว่ามีสิทธิ์กู้หรือไม่ ?
ก่อนเริ่มสมัคร ควรตรวจสอบว่า
- ศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ กยศ.
- มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
- เตรียมเอกสารที่จำเป็นครบถ้วน
เมื่อผ่านเงื่อนไขเบื้องต้นแล้ว จึงสามารถเข้าสู่ขั้นตอนการลงทะเบียนได้
2. ลงทะเบียนผู้ใช้งาน
ผู้กู้สามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่
- แอปพลิเคชัน กยศ. Connect
- ระบบบริการผู้กู้ผ่านเว็บไซต์ DSL ของ กยศ.
โดยทั่วไปจะต้องกรอกข้อมูล เช่น
- เลขบัตรประชาชน
- ชื่อ–นามสกุล
- วันเดือนปีเกิด
- เบอร์โทรศัพท์
- อีเมล
- ตั้งชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน
ควรใช้อีเมลและเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานจริง เพราะระบบอาจใช้สำหรับการยืนยันตัวตนและการแจ้งเตือน
3. ยืนยันตัวตน
หลังจากลงทะเบียนแล้ว ระบบอาจให้ดำเนินการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลผู้กู้
เมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อย จึงสามารถเข้าใช้งานระบบได้
4. เตรียมเอกสารก่อนยื่นกู้
แม้ว่าระบบจะเป็นแบบออนไลน์ แต่ยังต้องเตรียมเอกสาร เช่น
- บัตรประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- หนังสือรับรองการเป็นนักศึกษา
- เอกสารของผู้ปกครอง
- เอกสารรายได้ (ถ้ามี)
การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ขั้นตอนการยื่นกู้ กยศ. ผ่านระบบ DSL
ระบบ DSL (Digital Student Loan Fund System) คือระบบกลางที่ใช้บริหารการกู้ยืมทั้งหมด ตั้งแต่การยื่นคำขอ การทำสัญญา ไปจนถึงการติดตามสถานะการกู้ยืม
ขั้นตอนโดยสรุป มีดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 เลือกปีการศึกษาที่ต้องการกู้
เข้าสู่ระบบและเลือก
- ปีการศึกษา
- ภาคเรียน
- สถานศึกษา
- หลักสูตร
จากนั้นตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนดำเนินการต่อ
ขั้นตอนที่ 2 กรอกข้อมูลผู้กู้
กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เช่น
- ข้อมูลส่วนตัว
- ข้อมูลผู้ปกครอง
- ข้อมูลครอบครัว
- ข้อมูลรายได้
- ข้อมูลการศึกษา
ควรตรวจสอบการสะกดชื่อ เลขบัตรประชาชน และข้อมูลส่วนตัวให้ตรงกับเอกสารราชการทุกครั้ง
ขั้นตอนที่ 3 แนบเอกสาร
อัปโหลดเอกสารตามที่ระบบกำหนด
ตัวอย่าง เช่น
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- หนังสือรับรองรายได้
- หนังสือรับรองการศึกษา
ควรสแกนหรือถ่ายเอกสารให้ชัดเจน ไม่เบลอ และเห็นข้อมูลครบทุกมุม
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด
ก่อนกดส่งคำขอ ควรตรวจสอบ
- ชื่อ–นามสกุล
- เลขบัตรประชาชน
- ข้อมูลการศึกษา
- เอกสารแนบ
เพราะหากกรอกผิด อาจทำให้ต้องแก้ไขข้อมูลและใช้เวลาพิจารณานานขึ้น
ขั้นตอนที่ 5 ส่งคำขอกู้
เมื่อทุกอย่างถูกต้องแล้ว
กด “ยืนยันการยื่นคำขอ“
หลังจากนั้น ระบบจะส่งข้อมูลให้สถานศึกษาตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
วิธีเช็กสถานะการอนุมัติ กยศ.
หลังจากยื่นกู้แล้ว หลายคนอยากรู้ว่า
“ตอนนี้เรื่องของเราไปถึงไหนแล้ว”
สามารถตรวจสอบสถานะได้ผ่าน
- แอป กยศ. Connect
- ระบบ DSL ของ กยศ.
ขั้นตอนการตรวจสอบ
- เข้าสู่ระบบ
- Login ด้วยบัญชีผู้ใช้
- เลือกเมนู สถานะการกู้ยืม
- ระบบจะแสดงสถานะล่าสุด
ตัวอย่างสถานะที่อาจพบ ได้แก่
- รอส่งเอกสาร
- รอสถานศึกษาตรวจสอบ
- อยู่ระหว่างพิจารณา
- อนุมัติแล้ว
- รอทำสัญญา
- โอนเงินแล้ว
ทั้งนี้ รายละเอียดของสถานะอาจแตกต่างกันตามกระบวนการของแต่ละสถานศึกษา
หากสถานะไม่เปลี่ยนนาน ควรทำอย่างไร?
หากสถานะค้างเป็นเวลานานผิดปกติ ควร
- ตรวจสอบว่ามีเอกสารตกหล่นหรือไม่
- ติดต่อหน่วยงาน กยศ. ของสถานศึกษา
- ตรวจสอบประกาศหรือกำหนดการของมหาวิทยาลัย
- เข้าระบบอีกครั้งในวันถัดไป เนื่องจากข้อมูลอาจมีการอัปเดตเป็นรอบ
วิธีเช็กยอดหนี้ กยศ.
สำหรับผู้ที่เคยกู้และอยู่ในช่วงชำระหนี้ สามารถตรวจสอบยอดหนี้ได้ด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์
โดยสามารถดูข้อมูล เช่น
- ยอดหนี้คงเหลือ
- ดอกเบี้ย
- งวดที่ต้องชำระ
- ประวัติการชำระเงิน
- วันที่ครบกำหนดชำระ
ระบบจะแสดงข้อมูลล่าสุดของบัญชีผู้กู้ เพื่อช่วยวางแผนการชำระหนี้ได้สะดวกขึ้น
ขั้นตอนการเช็กยอดหนี้
- เข้าแอป กยศ. Connect หรือระบบบริการผู้กู้
- Login เข้าสู่ระบบ
- เลือกเมนู ตรวจสอบยอดหนี้
- ระบบจะแสดงข้อมูลยอดหนี้และรายละเอียดการชำระ
หากเพิ่งชำระเงิน ยอดคงเหลืออาจใช้เวลาอัปเดตประมาณ 1 วันทำการสำหรับการชำระผ่านช่องทางออนไลน์ และประมาณ 2 วันทำการสำหรับบางช่องทางอื่น
ประโยชน์ของการเช็กยอดหนี้เป็นประจำ
การตรวจสอบยอดหนี้เป็นประจำ จะช่วยให้
- รู้ยอดคงเหลือล่าสุด
- วางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น
- ไม่พลาดกำหนดชำระ
- ลดโอกาสเกิดเบี้ยปรับจากการชำระล่าช้า
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการชำระเงินได้ทันที
อัตราดอกเบี้ย กยศ.
ปัจจุบัน กยศ. กำหนดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี ของเงินต้นคงเหลือ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับสินเชื่อทั่วไป และโดยหลักเกณฑ์ปัจจุบันให้ชำระคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังเริ่มชำระหนี้
ตัวอย่าง
หากมียอดหนี้คงเหลือ 100,000 บาท
- ดอกเบี้ยประมาณ 1,000 บาทต่อปี
- หรือเฉลี่ยประมาณ 2.74 บาทต่อวัน (คำนวณตามเงินต้นคงเหลือ)
ทั้งนี้ จำนวนดอกเบี้ยที่ต้องชำระจริงอาจแตกต่างกันตามยอดเงินต้นคงเหลือและวันที่ชำระ
เบี้ยปรับ กยศ. คืออะไร
หากผู้กู้ ไม่ชำระหนี้ภายในกำหนด กองทุนอาจเรียกเก็บ ค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศใช้ในช่วงเวลานั้น นอกจากนี้ หากปล่อยให้ค้างชำระเป็นเวลานาน อาจมีขั้นตอนติดตามหนี้หรือการดำเนินการตามกฎหมายได้
ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ
- ชำระตรงเวลา
- ตรวจสอบยอดหนี้ทุกปี
- หากมีปัญหาทางการเงิน ควรติดต่อกองทุนเพื่อขอคำแนะนำหรือมาตรการช่วยเหลือโดยเร็ว
ชำระก่อนกำหนดได้หรือไม่?
ได้
ผู้กู้สามารถชำระคืนก่อนกำหนด หรือปิดบัญชีหนี้ก่อนครบกำหนดได้ ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยในอนาคตได้ และกองทุนมีหลักเกณฑ์รองรับการชำระคืนก่อนกำหนด
ช่องทางการชำระหนี้ กยศ.
ปัจจุบัน กยศ. มีหลายช่องทางให้เลือกชำระ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้กู้
1. ชำระผ่านแอปพลิเคชัน
ผู้กู้สามารถชำระผ่าน Mobile Banking ที่รองรับ หรือสแกน QR Code จากแอป กยศ. Connect ตามช่องทางที่กองทุนกำหนด
ข้อดี
- สะดวก
- ทำรายการได้ทุกที่
- ตรวจสอบยอดได้ทันที
2. ชำระผ่านธนาคาร
สามารถชำระผ่านธนาคารที่กองทุนกำหนด เช่น
- หน้าเคาน์เตอร์
- ATM
- Internet Banking
- Mobile Banking
ทั้งนี้ รายชื่อธนาคารและช่องทางอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบจาก กยศ. ก่อนทำรายการ
3. ชำระผ่าน QR Code
ผู้กู้สามารถสร้าง QR Code จากระบบ แล้วนำไปชำระผ่านแอปธนาคารที่รองรับได้
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว และไม่ต้องเดินทางไปสาขาธนาคาร
4. ชำระผ่านร้านรับชำระเงิน
ในบางช่วงเวลา กยศ. เปิดให้ชำระผ่านร้านรับชำระเงินที่ร่วมรายการ เช่น ร้านสะดวกซื้อหรือจุดบริการต่าง ๆ ตามประกาศของกองทุน
5. หักเงินเดือน
สำหรับผู้ที่เริ่มทำงาน นายจ้างบางแห่งอาจดำเนินการหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ กยศ. ตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
หลังชำระเงินต้องทำอะไร
ควรตรวจสอบผลการชำระผ่าน
- แอป กยศ. Connect
- ระบบผู้กู้ของ กยศ.
หากยอดยังไม่อัปเดต ควรรอระยะเวลาที่ระบบกำหนดก่อนติดต่อเจ้าหน้าที่
เงื่อนไขการค้ำประกัน กยศ.
หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยคือ
“กู้ กยศ. ยังต้องมีผู้ค้ำประกันหรือไม่”
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับประเภทของการกู้และหลักเกณฑ์ที่ใช้ในช่วงเวลานั้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กยศ. ได้มีการปรับปรุงกฎหมายและแนวปฏิบัติเพื่อลดภาระของผู้กู้ ทำให้หลายกรณี ไม่จำเป็นต้องใช้บุคคลค้ำประกันเหมือนในอดีต แต่บางกรณีหรือบางประเภทสัญญาอาจยังมีเงื่อนไขเฉพาะตามที่กองทุนกำหนด
ดังนั้น ผู้กู้ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากสถานศึกษาและกองทุนก่อนทำสัญญา
หากต้องมีผู้ค้ำประกัน
โดยทั่วไป ผู้ค้ำประกันควร
- มีคุณสมบัติตามที่กองทุนกำหนด
- ยินยอมลงนามในสัญญา
- รับทราบหน้าที่และความรับผิดชอบตามสัญญา
ก่อนลงนามทุกครั้ง ควรอ่านรายละเอียดของสัญญาให้ครบถ้วน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กยศ. เริ่มจ่ายหนี้เมื่อไร?
ผู้กู้จะเริ่มชำระหนี้หลังพ้นระยะเวลาปลอดหนี้ตามหลักเกณฑ์ของกองทุน โดยงวดแรกต้องชำระภายในวันที่ที่กองทุนกำหนดในปีแรกของการเริ่มชำระหนี้
กยศ. ดอกเบี้ยกี่เปอร์เซ็นต์?
จจุบัน 1% ต่อปี ของเงินต้นคงเหลือ
หากชำระล่าช้าจะเกิดอะไรขึ้น?
อาจมีค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัด และหากปล่อยค้างชำระนาน อาจมีการติดตามหนี้หรือดำเนินการตามกฎหมาย
ปิดหนี้ก่อนกำหนดได้ไหม?
ได้ ผู้กู้สามารถชำระคืนก่อนกำหนดหรือปิดบัญชีได้ตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
เช็กยอดหนี้ได้ที่ไหน?
สามารถตรวจสอบได้ผ่าน
- แอป กยศ. Connect
- ระบบบริการผู้กู้ของ กยศ.
ลืมชำระหนี้ควรทำอย่างไร?
ควรรีบตรวจสอบยอดค้างชำระ และชำระโดยเร็วที่สุด หากมีปัญหาในการชำระ ควรติดต่อ กยศ. เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางช่วยเหลือหรือมาตรการที่เหมาะสม
หากยังเรียนอยู่แต่หยุดกู้ ต้องเริ่มจ่ายหนี้หรือไม่?
หากยังศึกษาอยู่แต่ไม่ได้กู้ในปีนั้น ผู้กู้ควรแจ้งสถานภาพการศึกษาให้กองทุนทราบตามหลักเกณฑ์ เพื่อไม่ให้ระบบเข้าใจว่าจบการศึกษาแล้วและเริ่มนับกำหนดชำระหนี้
สามารถผ่อนรายเดือนได้หรือไม่?
กองทุนมีรูปแบบการชำระหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และผู้กู้สามารถติดต่อผู้บริหารจัดการเงินกู้เพื่อเลือกวิธีชำระที่เหมาะสมตามสิทธิของตน
สรุป
แม้ กยศ. จะเป็นเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยเพียง 1% ต่อปี แต่ผู้กู้ยังมีหน้าที่ชำระคืนตามกำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและรักษาสถานะบัญชีให้เป็นปกติ การตรวจสอบยอดหนี้อย่างสม่ำเสมอ เลือกช่องทางชำระที่สะดวก และชำระตรงเวลาจะช่วยลดภาระทางการเงินในระยะยาว พร้อมทำให้กองทุนสามารถหมุนเวียนเงินเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อ ๆ ไป