GAT/ PAT คืออะไร และทำอย่างไรถ้าไม่มีคะแนน GAT/ PAT
By chulatutor   on 12/06/17

GAT PAT คืออะไร และทำอย่างไรถ้าไม่มีคะแนน GAT/ PAT

GAT PAT น้องๆ ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทุกคนคงรู้จักเป็นอย่างดี พี่เชื่อว่าเกือบ   100 % ต้องกำลังเตรียมตัวเพื่อสอบ GAT PAT อยู่แน่นอน (GAT : General Aptitude Test การสอบวัดความถนัดทั่วไป, PAT : Professional Aptitude Test การสอบวัดความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ) ดำเนินการโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สศท./ NIETS) โดยหากจะสอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในหลักสูตรปกติ นักเรียนทุกคนก็จะต้องมีคะแนนตรงส่วนนี้ไปยื่นรวมกับคะแนนเกรดจากโรงเรียน เพื่อให้แต่ละมหาวิทยาลัยใช้พิจารณารับเข้าศึกษาต่อค่ะ และคนที่ออกข้อสอบเหล่านี้ก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยนั่นเอง

  • ความถนัดทั่วไป หรือ GAT (General Aptitude Test) จะเป็นการสอบเพื่อวัดศักยภาพในการที่เราจะเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยได้อย่างประสบความสำเร็จ ซึ่งแบ่งข้อสอบออกเป็น 2 ส่วน
  1. ความสามารถในการอ่าน เขียน วิเคราะห์ และแก้โจทย์ปัญหา คิดเป็นคะแนนร้อยละ 50
  2. ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ คิดเป็นคะแนนร้อยละ 50

 

  • ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ หรือ PAT (Professional and Academic Aptitude Test) จะเป็นการสอบวัดความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในวิชาชีพนั้นๆ ว่ามีศักยภาพที่จะเรียนในวิชาชีพนั้นได้ประสบความสำเร็จหรือไม่ ข้อสอบ PAT จะมี 7 ด้าน ดังนี้
  1. PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
  2. PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
  3. PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
  4. PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
  5. PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
  6. PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
  7. PAT 7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ (แบ่งย่อยเป็น French, German, Japanese, Chinese, Arabic, Bali)

 

แจกแจงกันให้เห็นแล้วว่า GAT PAT ต้องสอบอะไรบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิเราในการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยไปซะทั้งหมดค่ะ ยังมีทางเลือกอื่นในการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยอีก ซึ่งนั่นก็คือ การยื่นสมัครในหลักสูตรนานาชาติของแต่ละมหาวิทยาลัยนั่นเองค่ะ ซึ่งหากน้องๆ คนไหนต้องการเรียนในหลักสูตรนานาชาติ GAT PAT สำหรับน้องนั้นแทบจะบอกได้เลยว่าไม่จำเป็นค่ะ เพราะน้องๆ จะต้องใช้คะแนนอย่างอื่น เช่น CU-TEP, CU-AAT, SAT, CU-BEST, TU-GET, IELTS, TOEFL ในการสมัครเข้าศึกษาต่อค่ะ ซึ่งต้องบอกว่าหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทยกำลังเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น แทบจะทุกมหาวิทยาลัยชื่อดังล้วนแต่มีหลักสูตรเหล่านี้ในทุกคณะ และโอกาสที่จะเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรเหล่านี้นั้น ต้องบอกเลยค่ะว่า คู่แข่งขันในการสมัครนั้นยังถือว่าน้อยกว่าหลักสูตรภาคปกติมากๆ ค่ะ นับเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่มากก็น้อยนะค่ะ ซึ่งในฉบับถัดไป พี่จะอธิบายถึงโอกาสในการเข้าศึกษาต่อในแต่ละคณะที่มีหลักสูตรนานาชาติกันค่ะ

It's only fair to share...Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn
Tags