084-942-4261
มารู้จักการสอบ toeic กันดีกว่า
By chulatutor   on 04/07/18

มารู้จักการสอบ TOEIC กันดีกว่า

การสอบ TOEIC ถือเป็นเรื่องดีที่น้องๆ ทุกคนจะได้มีโอกาสวัดความรู้ของตนเองเพราะมีทั้ง TOEIC test ได้ทำข้อสอบ TOEIC ที่สำคัญคือเราสามารถนำผลสอบ โทอิค ไปใช้ในการสมัครงานได้อย่างสบายๆ ยิ่งคะแนนสอบดีเท่าไหร่โอกาสได้งานทำก็มีเยอะขึ้นเท่านั้น

การสอบ TOEIC มีชื่อเรียกเต็มๆ Test of English International Communication คือข้อสอบที่จัดทำขึ้นมาเพื่อต้องการวัดระดับความสามารถเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ นักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงาน ที่ต้องการก้าวขึ้นไปสู่ความเป็นมืออาชีพด้านการใช้ภาษามากกว่าเดิม ในประเทศไทยของเรามีภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 องค์กรหลายแห่งมักมีตำแหน่งที่ต้องใช้ผลการวัดคะแนน TOEIC สำหรับการสมัครเข้าทำงานด้วย โดยเฉพาะสายการด้านการท่องเที่ยว, การบิน, การโรงแรม รวมไปถึงสายงานอื่นๆ ที่จำเป็นต้องติดต่อสื่อสารภาษาอังกฤษ

 

วัดผลด้วย TOEIC test

toeic test

สำหรับการสอบ TOEIC ในปัจจุบันจะมีรูปแบบ TOEIC test อยู่ 2 แบบ นั่นคือ Listening & Reading Test กับ Speaking & Writing Test แต่จะนิยมในการสอบในแบบแรกมากกว่า ดังนั้นจึงขออธิบายการสอบแบบ Listening & Reading Test ให้น้องๆ ได้เข้าใจกัน

  • Listening ข้อสอบ 100 ข้อ 495 คะแนน เวลาสอบ 45 นาที part 1 มี 4 ตัวเลือก มีภาพให้แล้วเลือกคำตอบจากเสียงอ่าน 10 ข้อ, part 2 ฟังคำถามแล้วจะมีโจทย์กับตัวเลือกพร้อมเลือกคำตอบที่ถูกต้อง 30 ข้อ, part 3 ฟังบทสนทนา 10 บท บทหนึ่งมี 3 ข้อ มีโจทย์กับตัวเลือกในกระดาษคำตอบ 30 ข้อ, part 4 ฟังเสียงจากผู้พูดเหมือนการประกาศวิทยุหรือบรรยายอื่นๆ 30 ข้อ จะสอบไปพร้อมๆ กับเทปที่ฟัง
  • Reading ข้อสอบ 100 ข้อ 495 คะแนน เวลาสอบ 45 นาที part 5 ประโยคสั้นๆ มีช่องว่างให้เติมคำ 40 ข้อ, part 6 เติมคำตอบให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์ 12 ข้อ , part 7 แบ่งถามตอบจากบทความเดี่ยว 28 ข้อ และบทความคู่ 20 ข้อ ต้องกำหนดเวลาเอง

 

ข้อสอบ TOEIC ยากขนาดไหน?

ข้อสอบ toeic

สำหรับข้อสอบ TOEIC อาจบอกไม่ได้เต็มปากว่ายากหรือง่ายมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้านของผู้เข้าสอบเองทั้งความรู้ความเข้าใจของเนื้อหา, การฝึกฝน ทบทวนบทเรียนอยู่เสมอ, การใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำ และอื่นๆ นั่นหมายถึงทักษะของผู้สอบแต่ละคนรวมถึงเทคนิคที่ได้รับจากสถาบันติวเตอร์ด้วยว่าจะให้ความรู้สำหรับการนำไปสอบและใช้ในชีวิตประจำวันได้มากน้อยขนาดไหน การคิดว่าตัวเองจะทำข้อสอบ TOEIC ให้ผ่านได้หรือไม่จึงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการเป็นตัวช่วยเหลือให้ทุกอย่างสำเร็จดังตั้งใจ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นตัวบุคคลผู้ทำการสอบนั่นเอง

 

สมัครสอบ TOEIC มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

สมัครสอบ toeic

สำหรับขั้นตอนการสมัครสอบ TOEIC ไม่ยาก น้องๆ สามารถดูได้จากรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ปกติจะสอบวันจันทร์ – เสาร์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันละ 2 รอบ รอบเช้าตั้งแต่ 9.00 น. – 12.00 น. และรอบบ่าย 13.00 น. – 16.00 น.
  • มีค่าสมัครในการสอบ 1,500 บาท
  • วิธีการสำรองที่นั่งในการสอบ สามารถสำรองล่วงหน้าได้ 1 วัน คือ โทรศัพท์ 02-260-7061 หรือ 02-259-3990 สำหรับสาขากรุงเทพฯ และ 053-248-208 หรือ 053-306-600 สำหรับสาขา เชียงใหม่ ส่วนอีกวิธีคือการจองผ่านอีเมล์ toeic@cpathailand.co.th หรือ toeic@cpathailand.co.th เมื่อติดต่อได้แล้วให้ทำการแจ้งชื่อ – สกุล ภาษาอังกฤษ, หลายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, วันเวลาต้องการสำรองเข้าสอบ และเบอร์ติดต่อ
  • อย่าลืมสิ่งที่ต้องนำมาในวันสอบได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนยังไม่หมดอายุและเงินชำระค่าเข้าสอบ 1,500 บาท

 

หากต้องการสอบแล้วศูนย์สอบ TOEIC มีที่ไหนบ้าง

ศูนย์สอบ toeic

สำหรับศูนย์สอบ TOEIC ในประเทศไทยจะมีอยู่ด้วยกัน 2 สาขาคือ

  • ศูนย์สอบกรุงเทพฯ อาคาร BB Tower ชั้นที่ 19 ห้อง 1907 ถนนอโศกมนตรี ซอยสุขุมวิท 21 กรุงเทพ 10110 โทร 02-2607061 , 02-259-3990 เดินทางได้โดยรถไฟฟ้า BTS ลงสนานีอโศก ทางออก 3, 6, รถไฟฟ้า MRT ลงสถานีสุขุมวิท ทางออก 2 หรือสถานี เพชรบุรี ทางออก 2 และรถโดยสารประจำทางสาย 38, 98, 136, 185
  • ศูนย์สอบเชียงใหม่ อาคารนวรัตน์ ชั้นที่ 3 ถนนแก้วรัตน์ ซอย 3 เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 053-248-208

 

ผลสอบ โทอิค มีระดับไหนบ้าง

สอบ โทอิค

สำหรับผลสอบ TOEIC จะถูกแบ่งเกณฑ์ออกเป็น 6 ลำดับขั้น โดยจะขอไล่จากสูงสุดไปต่ำสุด ดังนี้

  • 905 – 990 คะแนน เทียบเป็น 91 – 100% จัดว่าอยู่ในเกณฑ์สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ที่พบเจอ
  • 785 – 900 คะแนน เทียบเป็น 79 – 90% จัดว่าทำงานได้ในระดับที่ตนเองต้องการ ได้รับการยอมรรับในเรื่องการใช้ภาษาพร้อมมีประสิทธิภาพในการใช้ภาษาได้บ่อยครั้ง แต่ไม่เสมอไป
  • 605 – 780 คะแนน เทียบเป็น 61 – 78% ใช้ภาษาสำหรับการสื่อสารทั่วๆ ไปได้ แต่ในบริบทด้านการทำงานอาจยังใช้ภาษาได้แบบจำกัด
  • 405 – 600 คะแนน เทียบเป็น 41 – 60% เริ่มต้นบทสนทนาพร้อมสื่อสารบทสนทนาต่อหน้าทั่วไปได้อย่างจำกัด
  • 255 – 400 คะแนน เทียบเป็น 26 – 40% ทักษะด้านการใช้งานภาษามีอย่างจำกัด สื่อสารได้แค่การสนทนาแบบต่อหน้าของเรื่องราวไม่มีความซับซ้อนหรือมีความคุ้นเคยดี
  • 10 – 250 คะแนน เทียบเป็น 0 – 25% ใช้ภาษาอังกฤษสำหรับการสื่อสารเพื่อเอาตัวรอดได้แค่ในยามจำเป็นเท่านั้น

สำหรับน้องๆ ที่กำลังมองหาสถาบันติวเตอร์ดีๆ ในการเรียนเพื่อสอบ TOEIC สถาบันกวดวิชาจุฬาติวเตอร์ขออาสาเข้ามาเป็นตัวช่วยให้กับน้องๆ ทุกคนที่มีความหวังในการได้คะแนน TOEIC แบบสวยๆ ใครต้องการเรียนตัวต่อตัวเพื่อเก็บความรู้ให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย จุฬาติวเตอร์มีการเรียนแบบไพรเวทคอร์สเพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้เข้าใจภาษาอังกฤษสำหรับการสอบ TOEIC ง่ายขึ้นกว่าเก่า ทีมติวเตอร์ทุกคนล้วนมีประสบการณ์ในด้านนี้ทั้งสิ้นการันตีว่าจะช่วยให้การสอบ TOEIC กลายเป็นเรื่องง่ายแถมยังกำหนดวันเวลาเลือกเรียนได้เพื่อให้เกิดสะดวกสบายต่อการเรียนสูงสุด

มารู้จักการสอบ toeic กันดีกว่า

สำหรับการสอบ TOEIC ในปัจจุบันจะมีรูปแบบ TOEIC test อยู่ 2 แบบ นั่นคือ Listening & Reading Test กับ Speaking & Writing Test แต่จะนิยมในการสอบในแบบแรกมากกว่า ดังนั้นจึงขออธิบายการสอบแบบ Listening & Reading Test ให้น้องๆ ได้เข้าใจกัน Listening ข้อสอบ 100 ข้อ, Reading ข้อสอบ 100 ข้อ
It's only fair to share...Share on Facebook
Facebook
Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on LinkedIn
Linkedin