Duolingo คืออะไร ควรเลือกสอบ Duolingo ดีไหม

Duolingo

Duolingo คืออะไร

การสอบ Duolingo คือ การสอบวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษแบบออนไลน์ ซึ่งจะเป็นข้อสอบแบบ Computer Adaptive Test นั่นคือ ข้อสอบจะปรับความยากง่ายไปตามความสามารถของคนสอบ ประกอบไปด้วย 4 ทักษะ ได้แก่ Reading (การเขียน), Listening (การฟัง), Writing (การเขียน), และ Speaking (การพูด) ทำข้อสอบในคอมพิวเตอร์ และมีค่าสมัครสอบเพียง 1,600 บาท/ครั้ง

ผลคะแนน Duolingo นั้น สามารถใช้ยื่นสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้มากถึง 3,000 แห่งทั่วโลก รวมถึงที่ MUIC หรือวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลด้วย

ค่าสมัครสอบ Duolingo เพียง 1,600 บาท/ครั้ง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://englishtest.duolingo.com/

 


ข้อสอบ Duolingo มีข้อดี ข้อเสีย ยังไงบ้าง

ข้อสอบ Duolingo นั้นมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดบางอย่าง ดังนี้

ข้อดี ข้อจำกัด
เป็นการสอบออนไลน์จากที่ไหนก็ได้ที่มีอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ และสภาพแวดล้อมที่เงียบ เนื่องจากเป็นการสอบออนไลน์ ไม่ต้องเดินทางไปที่สนามสอบ จึงมีกฎการสอบที่เข้มงวดมาก เช่น ห้ามจดโน้ตระหว่างสอบ,ห้ามเบนสายตาออกจากหน้าจอ ต้องมองจอตลอดเวลาที่สอบเป็นต้น
ค่าสมัครสอบไม่แพง หากเทียบกับการสอบข้อสอบภาษาอังกฤษในระดับสากลเหมือนกัน เช่น IELTS, TOEFL iBT
รอลผลสอบเพียง 48 ชั่วโมงหลังสอบ
ใช้เวลาทำข้อสอบเพียงแค่ 1 ชั่วโมง ซึ่งรวดเร็วกว่าข้อสอบแบบอื่น
Speaking ใช้เวลาในการตอบคำถามเพียง 1-3 นาที ทำให้ไม่ต้องตอบคำถามมากเกินไป และมีการส่งวีดีโอสัมภาษณ์ให้มหาวิทยาลัยดูประกอบการคัดเลือกเพิ่มเติมด้วย

 


ข้อสอบ Duolingo มีอะไรบ้าง

Duolingo ประกอบไปด้วย 4 ทักษะ ได้แก่ Reading (การเขียน), Listening (การฟัง),  Writing (การเขียน), และ Speaking (การพูด) ซึ่งจะไม่ได้แยกสอบเป็นพาร์ท ๆ เหมือนข้อสอบอื่น ๆ แต่จะวัด 2 ทักษะไปพร้อม ๆ กัน อีกทั้งข้อสอบยังมีคำถามหลากหลายรูปแบบ ทำหน้าที่วัดทักษะที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

  1. Read and Complete : ประโยคในบทความจะถูกเว้นบางคำไว้ให้ผู้สอบอ่านและเติมคำที่ถูกต้องลงไป มีจำนวน 3-7 ข้อ ให้เวลาข้อละ 3 นาที
  2. Read and Select : ผู้สอบต้องเลือกคำที่ถูกต้อง ซึ่งต้องระมัดระวังคำหลอกที่จะมีปะปนออกมาด้วย มีจำนวน 3-7 ข้อ ให้เวลาข้อละ 1 นาที
  3. Listen and Select : ผู้สอบต้องฟังเสียงของ คำศัพท์ และจะต้องเลือกคำศัพท์ที่เราฟังแล้วมีความถูกต้อง มีจำนวน 3-7 ข้อ ให้เวลาข้อละ 1.30 นาที
  4. Listen and Type : ให้ผู้สอบฟังเสียงยาวประมาณ 1 ประโยค จากนั้นให้พิมพ์ตามสิ่งที่ได้ยืนมาจากไฟล์เสียง โดยสามารถฟังได้ทั้งหมด 3 ครั้ง มีจำนวน 3-7 ข้อ ให้เวลาข้อละ 1 นาที
  5. Read Aloud : ให้ผู้สอบอ่านประโยคที่ข้อสอบให้มาแบบออกเสียง โดยต้องพยายามออกเสียงให้ชัดเจน มีจำนวน 3-7 ข้อ ให้เวลาข้อละ 20 วินาที
  6. Write About the Photo : ให้ผู้สอบเขียนอธิบายรูปภาพที่กำหนดให้ 1-2 ประโยค มีจำนวน 3 ข้อ ให้เวลาข้อละ 60 วินาที
  7. Speak About the Photo : ให้ผู้สอบพูดบรรยายรูปภาพที่ข้อสอบกำหนดมาให้ มีจำนวน 1 ข้อ ให้เวลาข้อละ 30-60 วินาที
  8. Read then Write : ข้อสอบจะมีโจทย์คำสั่งมาให้ แล้วให้ผู้สอบเขียนตอบอย่างน้อย 50 คำ ซึ่งโจทย์ข้อนี้จะยากมากน้อยแค่ไหน จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำข้อสอบจากข้อที่ผ่านมา มีจำนวน 1 ข้อ ให้เวลาข้อละ 5 นาที
  9. Read then Speak : เป็นการพูดตอบคำถามจากบัตรคำถาม ซึ่งในบัตรนั้นจะมีคำถามย่อย ๆ ให้ด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการกำหนดประเด็นได้ว่าเราจะต้องพูดเกี่ยวกับหัวข้อใดบ้าง และแนะนำว่าควรพูดให้ครบภายใน 90 วินาที (มีจำนวน 2 ข้อ มีเวลาให้เตรียมการพูด 30 วินาที)
  10. Listen then Speak : ผู้สอบจะต้องฟังคำถามจำนวน 1 ข้อ และวางแผนการตอบภายใน 30 วินาที ซึ่งยังคงแนะนำแบบเดิมคือ ควรพูดให้ครบภายใน 90 วินาที
  11. Interactive Reading : ผู้สอบจะต้องอ่านและทำบทความให้สมบูรณ์ มีจำนวน 2 ชุดบทความ มีคำถามชุดละ 6 ข้อ ให้เวลาทำข้อสอบ 7-8 นาที
  12. Speaking Sample : ให้เลือกคำถามมา 1 ชุด แล้วพูดตอบคำถามนั้น ๆ ระบบก็จะทำการบันทึกเสียงของเราไว้ โดยพาร์ทนี้จะไม่ถูกนำไปคิดคะแนน แต่จะส่งให้มหาวิทยาลัยที่เราจะยื่นคะแนนแทน (ใช้เวลาประมาณ 1-3 นาที)
  13. Writing Sample : ให้เลือกหัวข้อการเขียนมา 1 หัวข้อ ข้อสอบจะให้ผู้สอบเขียนตอบคำถาม ซึ่งแนะนำให้แสดงความสามารถการเขียนให้ได้เยอะและมากที่สุด (ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที)

ตัวอย่างข้อสอบ Duolingo

 

 

ตัวอย่างข้อสอบ Duolingo


 

คะแนน Duolingo

ผลคะแนน Duolingo มีคะแนนเต็ม 160 คะแนน เพิ่มขึ้นครั้งละ 5 คะแนน โดยแต่ละช่วงคะแนนจะบ่งบอกถึงทักษะทางภาษาอังกฤษ ดังนี้

ผลคะแนน 120 – 160 คะแนน หมายถึง ผู้สอบสามารถเข้าใจความหลากหลายของภาษาเขียน ภาษาพูด ภาษาเฉพาะในสถานการณ์ต่าง ๆ ความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้การอุปมาอุปมัย และเข้าใจสำนวนโวหารได้ รวมไปถึงผู้สอบสามารถใช้ภาษาในเชิงสังคม วิชาการ และวิชาชีพส่วนใหญ่ได้อย่างคล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพ

ผลคะแนน 90 – 115 คะแนน หมายถึง ผู้สอบสามารถโต้ตอบหรือเข้าใจถึงการสื่อสารในหัวข้อที่ไม่คุ้นเคยได้ รวมไปถึงสามารถเข้าใจจุดประสงค์หลักของการเขียนเชิงรูปธรรมและนามธรรมได้

ผลคะแนน 60 – 85 คะแนน หมายถึง ผู้สอบสามารถเข้าใจจุดประสงค์หลักของการเขียนเชิงรูปธรรมในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับกิจวัตรประจำวันได้ และสามารถบรรยายแสดงความคิดเห็น การวางแผน หรือประสบการณ์ต่าง ๆ ได้

ผลคะแนน 10 – 55 คะแนน หมายถึง ผู้สอบสามารถเข้าใจคำศัพท์ หรือวลีต่าง ๆ ได้ในระดับพื้นฐาน สามารถสื่อสารหรือจัดการกับข้อมูลที่ไม่วับซ้อนให้อยู่ในรูปแบบที่คุ้นเคยได้

 


Duolingo สอบได้กี่ครั้ง

การสมัครสอบ Duolingo สามารถสมัครได้ 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 30 วัน โดยจะเริ่มนับจากการสมัครสอบครั้งแรก

 


ติวสอบ Duolingo

เรียน Duolingo ให้พร้อมสำหรับการสอบแบบครบทุกทักษะ ไม่ว่าจะเป็น Reading (การเขียน), Listening (การฟัง), Writing (การเขียน), และ Speaking (การพูด) ด้วยคอร์สเรียน เตรียมสอบ duolingo แบบตัวต่อตัว ที่สามารถเลือกได้ว่าต้องการเรียนสดที่สถาบัน หรือเรียนสดผ่าน zoom อีกทั้งยังสามารถเลือกวัน เวลาเรียนได้อีกด้วย นอกจากนี้คอร์สเรียนรยังสามารถปรับการสอนตามพื้นฐานของนักเรียนได้ด้วยว่าอยากให้เริ่มจากพื้นฐานหรือเน้นการฝึกทำข้อสอบ ใครที่ต้องการสอบ Duolingo English Test แต่ยังไม่ได้เริ่มเตรียมตัวอย่างจริงจัง คอร์ส ติว Duolingo ตัวต่อตัว จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

 

เรียนตัวต่อตัว 
จำนวนนักเรียน จำนวนชั่วโมง
20 ชม. 30 ชม. 40 ชม.
1 คน 22,000 ฿ 33,000 ฿ 44,000 ฿
2 คน
( ประหยัดถึง 25% )
33,000 ฿ 49,500 ฿ 66,000 ฿
3 คน
( ประหยัดถึง 40% )
39,600 ฿ 59,400 ฿ 79,200 ฿
แถมฟรี 2 ชม. แถมฟรี 4 ชม.
หมายเหตุ :

  • คอร์ส เรียน Duolingo ตัวต่อตัว มีห้องเรียนส่วนตัว / เรียนที่สถาบัน MBK / ผู้เรียนสามารถเลือกวันและเวลา เรียนเองได้ กรณีไม่สะดวกในการเดินทาง สามารถ ติว TOEFL ตัวต่อตัว ผ่านทางออนไลน์ได้

 


ติว Duolingo ออนไลน์

ติวสอบDuolingo ให้พร้อมได้อย่างอิสระ เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยคอร์ส ติว duolingo Online ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดตารางเรียน เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถเรียนได้จากทุกที่ เนื้อหาการเรียนครอบคลุมทั้งการปรับพื้นฐาน Grammar และการฝึกทำข้อสอบแบบครบทุกพาร์ท ไม่ว่าจะกังวลพาร์ท Reading (การเขียน),  Listening (การฟัง),  Writing (การเขียน) หรือ  Speaking (การพูด) ก็มีให้ติวครบแบบคอร์สเดียวจบ

 

เปรียบเทียบ Duolingo IELTS TOEFL CEFR

 

FAQ

ทำไมต้องติวสอบ Duolingo English Test กับ CHULA TUTOR?

เนื้อหาในคอร์สได้อัพเดท ข้อสอบรอบล่าสุดให้กับน้องๆ จึงทำให้มั่นใจได้ว่า คอร์สเรียนออนไลน์นี้ สามารถทำให้ผู้เรียน ได้คะแนนตามที่หวังได้อย่างแน่นอน

เรียนออนไลน์จะดีหรอ? จะเข้าใจเหมือนเรียนสดไหม?

เนื้อหาในคอร์สเรียนออนไลน์ สอนตั้งแต่พื้นฐาน สรุปเรื่องที่รู้ในการสอบ ไปจนถึง ตะลุยข้อสอบ ต่อให้ผู้เรียนห่างหายภาษาอังกฤษ มานานก็เรียนได้