chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

GAT

GAT PAT คือ

GAT คือ การสอบวัดความถนัดทั่วๆไป มีชื่อเต็มว่า General Aptitude Test ซึ่งจะมีข้อสอบอยู่ 2 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ 1 เรียกว่า GAT เชื่อมโยง จะเป็นการอ่าน เขียน คิด วิเคราะห์ และการแก้ปัญหา มีคะแนนเต็ม 150 คะแนน

ส่วนที่ 2 เรียกว่า GAT ENG นั้น จะเป็นความสามารถในการสื่อสารด้านภาษาอังกฤษ ส่วนนี้จะมีคะแนนเต็มที่ 150 คะแนน โดยข้อสอบมี 4 พาร์ท ดังนี้

  • Speaking and Conversation
  • Vocabulary
  • Structure and Writing
  • Reading Comprehension

 

PAT คือ การสอบวัดความถนัดทางด้านวิชาการและวิชาชีพ หรือที่มีชื่อเต็ม Professional and Academic Aptitude Test แบ่งเป็น 7 ฉบับ 13 ความถนัด ให้เลือกสอบตามความชอบของแต่ละคน จะมีคะแนนเต็มวิชาละ 300 คะแนน

 

โดยรูปแบบข้อสอบทั้ง GAT และ PAT นั้นจะมีทั้งปรนัยและอัตนัย

 

คะแนน GAT PAT ต้องใช้ยังไง ใช้ตอนไหน และใช้เท่าไร

คะแนน GAT PAT นี้ ใช้ยื่นใน รอบการรับแบบ Admission ในระบบ TCAS โดยย่อมาจาก Thai University Central Admission System เป็นระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาแบบใหม่ ซึ่งจะอยู่ในช่วง เดือน มิถุนายน โดยอัตราส่วนการใช้คะแนนในรอบ Admission นี้ จะมีคะแนนเต็มทั้งหมด 30,000 คะแนน GAT PAT มีค่า 50% ของคะแนนทั้งหมด คือ 15,000 คะแนน โดย GAT จะอยู่ที่ 10%-50% และ PAT จะอยู่ที่ 0%-40%

 

ลักษณะของแนวข้อสอบ GAT เป็นอย่างไร

ลักษณะแนวข้อสอบ GAT จะมี 2 แบบ คือ

  1. ลักษณะข้อสอบ GAT เชื่อมโยง

จะมีแค่ 20 ข้อ แต่ใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง มีลักษณะเป็นบทความความยาว 1-2 หน้ากระดาษ แล้วให้มาอ่านวิเคราะห์เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ระหว่างคำ หรือข้อความที่โจทย์กำหนด ซึ่งมีลักษณะความสัมพันธ์ออกเป็น 3 แบบ คือ ส่งผลโดยตรง เป็นองค์ประกอบ และมีผลยับยั้ง ซึ่งในบทความนั้นไม่ได้มีคำเชื่อมที่ชัดเจนว่าเป็นแบบใด ดังนั้นจึง จำเป็นต้องตีความว่าเป็นความสัมพันธ์ในแบบใด อีกทั้งความพิเศษของ ข้อสอบ GAT เชื่อมโยง อีกอย่างนั้นคือการมีการตัดคะแนนในข้อนั้นๆ ถ้าหากคำตอบผิดด้วย

รูปแบบข้อสอบจะเป็นแบบบทความให้อ่านและปรนัยแบบกลุ่มคำตอบ สัมพันธ์กันหลายกลุ่ม และหลายตัวเลือก

2. ลักษณะข้อสอบ GAT Eng

รูปแบบข้อสอบ เป็นแบบปรนัย 5 ตัวเลือก 1 คำตอบ

GAT ENG มีทั้งหมด 60 ข้อ มีค่าข้อละ 2.5 คะแนน แบ่งออกเป็น 4 part

  1. Speaking and Conversation 15 ข้อ เป็น part ที่ง่ายที่สุด เป็นบทสนทนาในชีวิตประจำวัน มีทั้งสั้นและยาว บางทีมี Idiom และสำนวนโผล่มาให้เห็น
  2. Vocabulary 15ข้อ แน่นอนว่ามันคือเรื่องของคำศัพท์ ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็น 2 part อีกเช่นกัน คือ synonyms 5 ข้อ และ Meaning 10 ข้อ
  3. Reading comprehensive 15 ข้อ ซึ่งวัดทักษะการอ่าน และความเข้าใจ มี passage ทั้งสั้น ยาว และปานกลาง
  4. Structure and Writing 15 ข้อ แบ่งเป็น 3 part ย่อย ได้แก่ Error 5 ข้อ Cloze test 5 ข้อ และ Writing paragraph 5 ข้อ

 

แนวข้อสอบ GAT PAT สามารถไปย้อนดูแนวข้อสอบเก่าๆได้ที่ลิ้งค์เหล่านี้

 

How to สมัครสอบ GAT PAT

ก่อนอื่นเลยให้เข้าไปที่ www.niets.or.th แล้วจะเจอกับหน้าต่างแบบนี้ ก็ให้คลิก “สมัครสอบ” ได้เลย

ขั้นตอนการลงทะเบียน

  • สำหรับผู้สมัครใหม่ จะต้องเลือกเมนู ลงทะเบียน (รายใหม่) เพื่อกรอกข้อมูลและกำหนดรหัสผ่าน 4 หลัก ซึ่งรหัสตรงนี้ให้จำไว้ให้แม่น เพราะต้องใช้ในการเข้าระบบทุกครั้ง
  • แต่ถ้าใครที่เคยลงทะเบียนไว้ก่อนแล้ว ก็ให้ไปที่สมัครสอบได้เลย

ขั้นตอนการสมัครสอบ

  • เมื่อเข้าระบบได้แล้ว ให้คลิก “สมัครสอบ” จากนั้นจะพบหน้าต่างรายละเอียดสมัครสอบ ให้อ่านอย่างละเอียดรอบคอบ และ คลิกที่ “ยอมรับ” และ “ถัดไป” ตามลำดับ
  • จากนั้นเลือกวิชาที่ต้องการจะสอบ ซึ่งสามารถตรวจสอบวิชาที่ต้องใช้ผลคะแนนจากระเบียบการของแต่ละสาขา/มหาวิทยาลัยที่ต้องการสมัคร
  • ระบบจะให้ ยืนยันวิชาที่ต้องการสมัครสอบ ถ้ามั่นใจแล้วให้กด “ยืนยันการสมัครสอบ”
  • จากนั้นต้องเลือกจังหวัดและอำเภอที่ต้องการสมัคร (ถ้าเป็นสนามสอบกรุงเทพฯ ปทุมธานี และนนทบุรี ต้องเข้ามาเลือกโรงเรียนอีกครั้ง หลังจากชำระเงินแล้ว)
  • จากนั้นให้พิมพ์ใบจ่ายเงิน แล้วนำไปชำระเงินได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และเคาน์เตอร์เซอร์วิส

 

GAT PAT ไม่ยากอย่างที่คิด

อย่างที่รู้กันว่า GAT  PAT คือข้อสอบที่วัดความถนัด ทั้งความถนัดทั่วๆไปและความถนัดเฉพาะด้าน ดังนั้นการที่เราจะนำคะแนน GAT PAT นี้ไปยื่นคณะไหนตามความชอบของเรา แสดงว่าเราก็มีความถนัดในด้านนั้นอยู่แล้ว แต่อาจจะมีความประหม่าอยู่บ้าง ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปด้วย “การเตรียมตัว” ที่ดี หากคุณมีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดีก่อนถึงวันลงสนามสอบจริง มีโค้ชหรือติวเตอร์ที่ช่วยปรับ หรือเสริมความถนัดของเราตรงนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นทำให้โอกาสที่จะประสบความสำเร็จมีมากขึ้นตามไปด้วย ตามแนวคิด “easy to be expert” ของทาง Chulatutor ที่เน้นให้คุณเก่งและแกร่งขึ้นด้วยวิธีการสอนที่เข้าใจง่าย คลายกังวล และเสริมความมั่นใจในการทำข้อสอบของคุณให้มากยิ่งขึ้น โดยการเรียนตัวต่อตัว ติวเตอร์เป็นกันเอง สามารถสอบถามได้ทุกเมื่อ

 

เรียน GAT ENG online กับทางจุฬาติวเตอร์สิ

หากคุณมีเวลาในการเตรียมตัวน้อย หรือต้องเรียนหลายๆวิชาไปพร้อมๆกัน แยกร่างไม่ทัน หมดเวลาไปกับการเดินทาง หมดกังวลกับจุดนั้นไปได้เลย ด้วยแนวคิดแบบ “easy to be expert” ที่จุฬาติวเตอร์เรา มี GAT ENG online เพื่ออำนวยความสะดวก และเป็นตัวช่วยให้กับเด็กม.ปลายยุคใหม่ ฉีกกฎการติวสอบแบบเดิมๆ มาทำเรื่องยากๆให้เป็นเรื่องง่ายๆกันดีกว่า ด้วยตัวคอร์สเรียนออนไลน์ สามารถเปิดทบทวนได้ทุกที่ตามต้องการ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปีเต็ม เริ่มสอนตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนเทคนิคการทำสอบ ซึ่งต่างจากการอ่านหนังสือแบบเดิมๆแน่นอน

GAT - General Aptitude Test วิธีสมัครสอบ ข้อสอบเก่า และ คะแนน GAT

GAT คือ การสอบวัดความถนัดทั่วๆไป มีชื่อเต็มว่า General Aptitude Test ซึ่งจะมีข้อสอบอยู่ 2 ส่วน ได้แก่ GAT ENG นั้น จะเป็นความสามารถในการสื่อสารด้านภาษาอังกฤษ ส่วนนี้จะมีคะแนนเต็มที่ 150 คะแนน โดยข้อสอบมี 4 พาร์ท และ GAT เชื่อมโยง จะเป็นการอ่าน เขียน คิด วิเคราะห์ และการแก้ปัญหา มีคะแนนเต็ม 150 คะแนน