IELTS   TOEIC     GED     SAT   SAT-II   CU-TEP   CU-AAT   CU-BEST   CU-ATS    TU-GET   TOEFL   GMAT    IGCSE   SMART-II    MUIC
Facebook Twitter YouTube


     toeic

เรียน toeic รับรองผล 700+
เรียนติว toeic ตัวต่อตัว
เทคนิคในการเตรียมตัวสอบ toeic
เทคนิคเตรียมตัวสอบ toeic grammar
เทคนิคเตรียมตัวสอบ toeic reading
เทคนิคเตรียมตัวสอบ toeic listening
สมัคร สอบ toeic
ข้อสอบ toeic online
แผนที่สอบ toeic
แจกฟรี ตัวอย่าง ข้อสอบ toeic
toeic score กับการใช้จริง
blog toeic

 

Follow US
 

 




ความรู้สึกประทับใจของนักเรียน

ข่าวประชาสัมพันธ์
พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ (ผู้ก่อตั้งจุฬาติว
ติวเตอร์) ร่วมกับโครงการ TO BE NUMBER ONEทูลกระหม่อนหญิง อุบล รัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเป็น องค์ประธาน
++ อ่านต่อ
ระวังภัยมิจฉาชีพนำชื่อทางสถาบัน
กวด วิชา จุฬาติวเตอร์ไปแอบอ้าง เนื่องจากทาง สถาบันได้รับรายงานว่าใน ขณะนี้มีกลุ่ม มิจฉาชีพนำชื่อทางสถาบัน ไปแอบอ้าง


Facebook FanPage


Google+


   อาจารย์ประจำวิชา toeic
toeic
ดนัย วงษา (อ.เดียร์)

"เรียน TOEIC ง่ายๆ กับเรื่องใกล้ตัว"

sat
จาริตร์ สิทธุ
"แบไต๋ ข้อสอบ TOEIC กับอาจารย์ที่สอบ TOEIC ได้คะเเนนเต็ม"
sat
ชลธาร มุกดาประกร
(หนุงหนิง)
"Listening ไม่หลุด" หมดปัญหา ฟังไม่ทัน-ฟังไม่รู้เรื่อง-ฟังจนเหนื่อย
3 ทางด่วนพิเศษ พิชิต TOEIC ภายใน 16 วัน

toeic listening



คลิป เก็งข้อสอบ พิชิต TOEIC ฉบับเจาลึก...เข้าใจง่าย


toeic listening

 

ในส่วนของข้อสอบ listening ใน TOEIC นั้น ข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน

 

TOEIC Listening ส่วนที่ 1 : จะเป็นรูปภาพ โจทย์จะหยิบเอาภาพที่มีรายละเอียดต่างๆ หรือบุคคลในกิริยาต่างๆ จากนั้นในเทปจะอ่านประโยคที่เป็นตัวเลือกทั้งสิ้น 4 ประโยค หน้าที่ของเราคือต้องเลือกประโยคที่อธิบายถึงรูปภาพได้ถูกต้องที่สุด

เทคนิคในการทำข้อสอบส่วนนี้นั้นไม่มีอะไรยาก ก่อนที่เทปจะเริ่มต้น เราควรทำความเข้าใจกับรูปเสียก่อน โดยพยายามดูรูปแล้วลอง “จินตนาการ” ถึงคำศัพท์ที่เราอาจจะได้ยิน เช่น ถ้าหากรูปมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังดูทีวีอยู่ เราอาจจะนึกไปก่อนเลยว่าคำศัพท์มาในเทปน่าจะมีคำว่า A man หรือ television หรือ watching แล้วพอเทปเริ่มเปิดให้เราตั้งใจฟัง ก็จะเข้าใจตัวเลือกต่างๆมากขึ้น เนื่องจากเราได้คิดถึงคำศัพท์ต่างๆที่อยู่ในภาพนั้นก่อนที่จะได้ยินเทปเสียอีก แต่การดูรูปภาพก่อนเทปเริ่มเล่นก็มีข้อควรระวังอยู่บ้าง จากประสบการณ์การทำข้อสอบมาหลายชุดผมพบว่า ข้อสอบจะแทรกโจทย์ยากมาบ้าง เพื่อให้เราหลง ยกตัวอย่างเช่น โจทย์อาจจะหยิบเอาภาพใดภาพหนึ่งมา ในภาพนั้นมีบุคคลกำลังทำกิริยาบางอย่างอย่างชัดเจนมากๆเราจึงลองจินตนาการถึงคำศัพท์ที่อาจจะได้ยิน แต่ปรากฏว่าพอเทปเปิด คำตอบที่ถูกต้องนั้นกลับไม่ได้บรรยายถึงองค์ประกอบเด่นๆในภาพเลย กลับไปเอารายละเอียดเล็กๆน้อยๆในภาพหยิบมาพูด ทำให้เราไขว้เขวได้เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ข้อสอบชุดหนึ่งนำเอาภาพเหตุการณ์ที่อยู่ในตลาดสด มีแม้ค้าผู้หญิงคนหนึ่งกำลังขายปลาอยู่ มีปลาวางเรียงรายเต็มไปหมด เธอใส่ถุงมือยางในมือถือมีดเตรียมจะหั่นปลา ภาพในหากเราจินตนาการคำศัพท์ หลายคนจะคิดว่าเราต้องได้ยินคำว่า fish, sell, market, a woman อะไรทำนองนี้ แต่ในความเป็นจริงคำตอบที่ถูกต้องคือ A woman is wearing rubber gloves แปลว่าผู้หญิงคนหนึ่งกำลังสวมถุงมือยางอยู่ เป็นต้น สิ่งที่ยากกว่านั้นคือคำที่เราคิดไว้ตั้งแต่แรกว่าจะเจอ ก็เจอในตัวเลือกทั้งหมดด้วย แต่เป็นตัวลวง ดังนั้นบางครั้งเราจะจับแต่ key word ไม่ได้นะ ต้องฟังทั้งหมดให้เข้าใจด้วย

 

TOEIC Listening ส่วนที่ 2 : ในส่วนนี้ข้อสอบจะไม่มีรูปอะไรให้เราดูเลย แม้กระทั่งตัวเลือกต่างๆก็ไม่ได้มีอะไรให้ ดังนั้นเราต้องจดจ้องอยู่กับเทปเท่านั้น เทปจะเปิดในลักษณะของคำถามและคำตอบ โดยที่เราจะได้ฟังประโยคภาษาอังกฤษ ที่ส่วนมากจะเป็นประโยคคำถาม ถัดมาเทปจะอ่าน ตัวเลือก 3 ข้อ เราก็ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่า ประโยคคำถามแบบนี้ เหมาะกับคำตอบแบบไหน ดังนั้นเทคนิคง่ายๆในการทำข้อสอบส่วนนี้คือถามอะไรให้ตอบอย่างนั้นครับ เช่นโจทย์ถามว่า Where is the meeting room? หรือ ห้องประชุมอยู่ที่ไหน แล้วถ้าตัวเลือกที่ได้ฟัง 3 ตัวเลือกเป็นดังนี้ 1. They are leaving the room. 2. It’s the first room on the right. 3. To meet the new director. เราก็ต้องเลือกข้อ 2. It’s the first room on the right (ห้องแรกทางขวามือ) จะเห็นว่าในส่วนนี้ตัวเลือกจะมีแค่3 ข้อเท่านั้น ดังนั้นข้อสอบส่วนนี้จะมีเปอร์เซนต์ที่เราจะตอบถูกสูงที่สุด เพราะโอกาสถูกจะเป็น 1 ใน 3 ในขณะที่ข้อสอบส่วนอื่นโอกาสตอบถูกจะเท่ากับ 1 ใน 4 สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำข้อสอบส่วนนี้คือเราต้องพยายามฟังโจทย์ให้เข้าใจ อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าส่วนมากโจทย์จะมาในรูปของประโยคคำถาม ดังนั้นเราต้องจับจุดให้ได้ว่าโจทย์ถามอะไร ส่วนใหญ่แล้วประโยคคำถามในภาษาอังกฤษมักจะขึ้นต้นด้วย wh word ต่างๆ เช่น who, what, when, where, why, how ให้เราจับคำเหล่านี้ให้ได้ เท่านี้เราก็จะพอตอบได้คร่าวๆว่าโจทย์ต้องการคำตอบแบบไหน

 

TOEIC Listening ส่วนที่ 3 : เทปที่เราจะได้ฟังจะมาเป็นบทสนทนาแล้ว ดังนั้นเราจะได้ฟังคนสองคนสนทนากันไปมา พอเทปหยุดเราก็จะต้องตอบคำถาม 3 ข้อ ซึ่งคำถามและคำตอบจะมีให้ในข้อสอบอยู่แล้ว ความยากของข้อสอบส่วนนี้อยู่ที่ความยาวของบทสนทนาและความเร็วก็เทป หลายคนจะฟังเทปไม่ทันทำให้รวนไปหมด เทคนิคหนึ่งที่ช่วยได้คือการจดโน๊ตย่อ ในระหว่างที่เทปเล่น เราสามารถจดโน๊ตย่อๆของเราไว้ ว่าในเทปนั้นเค้าคุยอะไรกันบ้าง เพื่อเวลาพอเทปหมดเราจะได้ไม่ลืม อีกเทคนิคนึงคือก่อนที่เทปจะเล่น เราควรอ่านคำถามทั้ง 3 ข้ออย่างเร็วๆ เพื่อเป็นการรู้ล่วงหน้าว่าโจทย์จะโฟกัสไปที่เรื่องอะไร พอเทปเล่นเราก็จะรู้ทันทีว่าตอนไหนเป็นตอนที่สำคัญที่เราต้องเอาไปใช้ตอบคำถาม

 

TOEIC Listening ส่วนที่ 4 : ข้อสอบจะมีความคล้ายกับ TOEIC Listening ส่วนที่ 3 ค่อนข้างมาก คือเราจะได้ยินเทปพูดยาวๆแล้วถามคำถาม 3 ข้อ แต่ในส่วนนี้ สิ่งที่จะฟังจะไม่ใช่บทสนทนา แต่จะเป็นการเล่าเรื่อง หรือการประกาศจากคนเพียงคนเดียว ดังนั้นเทคนิคที่ใช้ก็จะเหมือนกับส่วนก่อนหน้านี้ คือเราควรอ่านคำถามไปก่อนล่วงหน้าก่อนที่เทปจะเล่น เพื่อรู้เท่าทันโจทย์ว่าจะเช็คเนื้อหาส่วนไหน พอเราฟังเทปเราจะรู้ทันทีว่าตรงไหนสำคัญ ต้องไหนที่โจทย์ถาม และตรงไหนที่โจทย์ไม่ถาม!

 

ส่วนเทคนิค TOEIC Listening สุดท้ายที่อยากฝากไว้คือ เวลาเราฟังตัวเลือกข้อไหนแล้วไม่เข้าใจหรือเราอาจจะหลุดไป อย่าตกใจเป็นอันขาด หลายคนพอฟังข้อไหนไม่ได้แล้วจะมัวแต่ครุ่นคิดให้ออกให้ได้ว่าข้อที่ผ่านมาพูดว่าอะไรจนรวนไปหมด ข้อที่เหลือก็พลอยหลุดไปหมด เคล็ดลับคือ ในข้อสอบส่วน Listening นั้นคุณมีโอกาสหลุดได้ 1 ข้อเสมอ ข้อที่เหลือถ้าคุณยังจับประเด็นได้อยู่ คุณก็ยังตอบถูกได้โดยใช้หลักการตัด choice ข้อที่เรามั่นใจว่าถูกแน่ๆก็ไม่ต้องเลือก เห็นไหมครับว่าถ้าเรารู้เทคนิคในการทำข้อสอบแต่ละส่วน การทำข้อสอบก็ไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่นัก


 


อาจารย์ประจำวิชา TOEIC
ดนัย วงษา (อ.เดียร์)

"เรียน TOEIC ง่ายๆ กับเรื่องใกล้ตัว"

จาริตร์ สิทธุ
"แบไต๋ ข้อสอบ TOEIC กับอาจารย์ที่สอบ TOEIC ได้คะเเนนเต็ม"
ชลธาร มุกดาประกร
(หนุงหนิง)
"Listening ไม่หลุด" หมดปัญหา ฟังไม่ทัน-ฟังไม่รู้เรื่อง-ฟังจนเหนื่อย

CHULATUTOR


   IELTS   TOEIC     GED      SAT  SAT-II CU-TEP   CU-AAT   CU-BEST   CU-ATS    TU-GET   TOEFL    GMAT    IGCSE SMART-II    MUIC