chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

TOEFL writing

TOEFL writing

ถึงแม้ part นี้จะชื่อว่า Writing แต่จริงๆแล้วต้องใช้ทักษะ 3 ประกอบกันคือ Reading, Listening, Writingต้องอ่านบทความที่ให้มา ต้องฟังไฟล์เสียง และสุดท้ายตอบด้วยการเขียน Writing โดยเราจะได้คะแนนจากการเขียน Essay เท่านั้น โดย part writing เราจะต้องเขียนบทความ 2 Essay ภายในเวลา 50 นาที ดังนี้

 

1. Integrated Writing : Response time 20 minutes (150-225 words)

Essay อันแรกนี้จะมีเนื้อเรื่องให้อ่าน โดยให้เวลา 3 นาที หลังจากนั้น จะให้ผู้เข้าสอบฟังเสียง Listening ต่อ ซึ่งจะมีคนมาพูด Lecture เกี่ยวกับเนื้อหา Topic เดียวกับที่เราอ่าน แต่จะเป็นการเสนอข้อโต้แย้ง ช่วงเวลานี้เราจะต้องสิ่งที่เราได้ยินลงไปในกระดาษ เพื่อที่เราจะได้นำมาเขียนเป็น Essay ต่อได้

ขอเสนอตัวอย่างง่ายๆ เช่น บทความอาจจะเสนอวิธีกำจัดแมลงสาบให้ได้ผล 3 รูปแบบ แต่ lecture จะโต้แย้งว่า 3 วิธีนี้ไม่ได้ผลอย่างไร เราจะต้องเป็นคนเขียนสรุปทั้งวิธีที่เขาเสนอมาในบทความและข้อโต้แย้งที่เราได้ยินด้วยลงไป โดยจะต้องทำให้เสร็จภายในเวลา 20 นาที หากเราทำเสร็จก่อนเวลา สามารถเลือกกดไปทำ Essay ถัดไปได้เลย เพียงแต่ต้องระวังว่าถ้ากดไปทำอันใหม่จะไม่สามารถย้อนกลับมาทำอันเก่าได้

ขอเสนอตัวอย่างง่ายๆ เช่น บทความอาจจะเสนอวิธีกำจัดแมลงสาบให้ได้ผล 3 รูปแบบ แต่ lecture จะโต้แย้งว่า 3 วิธีนี้ไม่ได้ผลอย่างไร เราจะต้องเป็นคนเขียนสรุปทั้งวิธีที่เขาเสนอมาในบทความและข้อโต้แย้งที่เราได้ยินด้วยลงไป โดยจะต้องทำให้เสร็จภายในเวลา 20 นาที หากเราทำเสร็จก่อนเวลา สามารถเลือกกดไปทำ Essay ถัดไปได้เลย เพียงแต่ต้องระวังว่าถ้ากดไปทำอันใหม่จะไม่สามารถย้อนกลับมาทำอันเก่าได้

การให้คะแนนของ Part นี้จะดูว่าเนื้อหาครอบคลุมไหม ต่อให้ภาษาดีสวยงาม grammar ถูกต้อง แต่ถ้าเนื้อหาไม่ครบตามที่โจทย์ให้มา ก็จะได้คะแนนไม่สูงเท่าที่ควร

ดูตัวอย่าง การเขียนโจทย์คำถาม script ไฟล์เสียง และตัวอย่างการเขียน essay ตอบคำถามได้จากไฟล์นี้ https://www.ets.org/Media/Tests/TOEFL/pdf/ibt_writing_sample_responses.pdf
* หมายเหตุ * ไม่มีไฟล์เสียง

 

2. Independent Writing : Response time 30 minutes (300 words)

Writing Based on Knowledge and Experience

Essay ชุดนี้ จะเป็นการทดสอบทักษะ Writing ล้วนๆ เนื่องจากไม่ต้องอ่านบทความ หรือฟังเสียงใดๆเลย โดยที่ผู้เข้าสอบจะต้องตอบคำถามโดยใช้ความคิดของตัวเองเป็นหลัก คำถามจะเป็นคำถามทั่วๆไปที่คนทั่วไปตอบได้ โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านใด ด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น

– Do you agree or disagree with the following statement? Students should take out student loans to avoid working while studying. Use specific reasons and examples to support your answer.

– It has recently been announced that the public library in your area will be closed for the summer months for a major renovation and expansion. Do you support or oppose this plan. Why? Use specific reasons and details to support your answer.

ผู้สอบจะต้องเขียน Essay ให้ได้ประมาณ 300 คำ เป็นอย่างน้อย เกณฑ์การให้คะแนน ดูทั้งเนื้อหา ความสวยงามของภาษา และจำนวนคำที่เขียน ประกอบกัน คนที่เขียนได้ 250 คำ แต่ตอบคำถามครบถ้วน ได้ใจความ ก็อาจจะได้คะแนนมากกว่าคนที่เขียนถึง 300 คำ แต่ตอบไม่ค่อยตรงคำถามก็ได้

การตอบคำถามนั้น ไม่จำกัดว่าเราจะเห็นด้วยกับฝ่ายไหน ด้านไหน เพราะคำตอบไม่มีถูกหรือผิด เพียงแต่จะดูวิธีการตอบ และหลักการคิดของเราเป็นหลัก ดังนั้นจะตอบแบบไหนก็ได้มีสิทธิ์ได้คะแนนสูงเหมือนกัน

แน่นอนว่า การเขียน Essay ต้องมีคะแนนในส่วนของ Grammar อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ควรกังวลมาก ควรจะเขียนสิ่งที่เราอยากตอบให้หมดเสียก่อน แล้วถ้ามีเวลาเหลือ ค่อยกลับมาเช็คเรื่องของ Grammar อีกที

การให้คะแนน writing จะให้เป็น range 0-5 แล้วค่อยคำนวณออกมากลายเป็นคะแนนเต็ม 30 อีกรอบ โดยเวลาประกาศผลเขาจะทั้งสองแบบ พร้อมทั้งอธิบายให้เราสั้นอีกด้วยว่า ถ้าเราจะได้ 3 แปลว่าทักษะเราเป็นยังไง ถ้าเราได้ 4 แปลว่าอะไร

ดูคำอธิบายการให้คะแนนของ part นี้แบบละเอียดได้ที่นี่เลยครับ http://www.ets.org/s/toefl/pdf/toefl_writing_rubrics.pdf

วิธีการให้คะแนน และสรุปผลคะแนนของ TOEFL IBT ดูได้ที่ตารางในลิงค์ข้างล่างนี้ http://www.ets.org/toefl/ibt/scores/understand

 

ต้องสอบได้เท่าไหร่ถึงจะผ่าน?

โดยปรกติแล้วแต่ละมหาวิทยาลัยจะต้องการคะแนน TOEFL ที่ต่างกัน จึงไม่สามารถตอบได้ว่าคะแนนเท่าไหร่ ถึงจะผ่านเกณฑ์แต่ของคณะที่เราอยากเรียน ทางที่ดีควรเข้าไปที่เวบไซต์โดยตรงของมหาวิทยาลัย และดู requirement ที่เขาต้องการเลย

** ข้อควรระวัง ** บางภาควิชา จะมีการกำหนดคะแนนขั้นต่ำของแต่ละ part ด้วยว่า ต้องได้เท่าไหร่ขึ้นไป เช่น ถ้า requirement คือ 80 คะแนน ทุก part จะต้องเกิน 20 เพื่อเป็นการมั่นใจว่านักเรียนมีทักษะการใช้ภาษาได้ดีทั้ง 4 ทักษะ ไม่ใช่เอาคะแนน part reading ไปดึงคะแนนรวม (นักเรียนต่างชาติที่ไม่ใช่ native speaker จะมีทักษะการอ่านที่ค่อนข้างดี แต่ทักษะการฟังและพูดจะอ่อนกว่า)

สามารถดูเกณฑ์ขั้นต่ำตรงนี้ได้จากหน้าเวบไซต์มหาวิทยาลัยที่ผู้เรียนต้องการจะสมัคร ตัวอย่างเช่น ของมหาวิทยาลัย Columbia มีกำหนดไว้ในข้อ 7 ว่า ทุก part ต้องเกิน 25 คะแนน http://www.tc.columbia.edu/tesol/index.asp?Id=Admissions&Info=Requirements