chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

TOEFL reading

TOEFL reading

ผู้เข้าสอบแต่ละคนจะได้จำนวน Passage ต่างกัน บางคนอาจจะได้ 3 บางคนได้ 4 Passage ขึ้นอยู่กับการสุ่มเลือกของระบบคอมพิวเตอร์ แต่รูปแบบการทำนั้นเหมือนกันหมด คือเป็นการจับใจความแล้วตอบคำถาม ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ถนัดกับการทำข้อสอบประเภทนี้มาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว แต่ความยากของข้อสอบ TOEFL Reading คือ ศัพท์จะยาก บางครั้งจะดูวิชาการ เนื้อหาที่ออกข้อสอบมีหลากหลายแนว ทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปะ วิทยาศาสตร์ สังคม

การเตรียมตัวสำหรับ Part นี้นั้นไม่ยาก คือการฝึกทำแบบฝึกหัดไปล่วงหน้า คำศัพท์ที่ออกจะคล้ายๆกัน เพียงแต่เปลี่ยนเรื่องไปบ้าง เช่นถ้าออกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จะมีศัพท์ที่เกี่ยวกับโบราณคดีออกมาตลอดเช่น archaeologist ที่แปลว่านักโบราณคดี หรือ excavation ที่แปลว่าการขุดค้น ศัพท์หลักๆนี้จะออกมาแน่นอน เพียงแต่สถานที่จะเปลี่ยนไป เช่นรอบนี้อาจจะออกเรื่องเกี่ยวกับอียิปต์ รอบถัดไป เป็นกรุงโรม ทำนองนี้

ข้อสอบข้อสุดท้ายของแต่ละ Passage จะเป็นการให้เลือกว่าใจความสำคัญของบทความที่อ่านมานั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งผู้สอบที่ไม่เคยเตรียมตัวมาก่อน อาจจะไม่เข้าใจวิธีการทำข้อนี้ โดยจะมี choice มาให้ประมาณ 6-8 ข้อ แต่เราจะต้องเลือกคำตอบที่เป็น main idea เพียง 3-4 ข้อเท่านั้น

ข้อดีของการทำข้อสอบ TOEFL Part Reading คือเราสามารถย้อนกลับมาเปลี่ยนคำตอบเมื่อไหร่ก็ได้ที่เราต้องการ ถึงแม้จะทำไปจนถึง Passage สุดท้ายแล้ว แต่ก็ยังย้อนกลับมาเปลี่ยนคำตอบ Passage แรกได้ โดยที่ก่อนจะหมดเวลาใน Section นี้ เราสามารถกดปุ่ม Review เพื่อดูคำตอบที่เราตอบไปแล้วทั้งหมดได้ว่า เราต้องการจะเปลี่ยนอะไรไหม หรือเราลืมตอบข้อไหนไปรึเปล่า

ถ้าหากว่าเราทำเสร็จก่อนเวลาที่กำหนด เราสามารถเลือกที่จะข้ามไปทำ Part ถัดไป ซึ่งก็คือ Listening ได้เลยค่ะ

** หมายเหตุ ** หากเริ่มทำ TOEFL Part listening แล้ว จะไม่สามารถย้อนกลับมาทำ TOEFL Part Reading ได้