chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

IGCSE Math

IGCSE Math

 

Cambridge IGCSE Mathematics 0580

Component Weighting
Paper 1 (Core) 35%
Paper 2 (Extended) 35%
Paper 3 (Core) 65%
Paper 4 (Extended) 65%

การสอบแบบ Core จะได้เกรดสูงสุดคือ C เหมาะสำหรับผู้เรียนที่ไม่ค่อยถนัดในวิชา Mathematics หรือต้องการเพียงผ่านสำหรับวิชานี้เท่านั้น เนื่องจากการสอบแบบ Core จะสอบเนื้อหาในลักษณะกว้าง ไม่ลึกมากนัก

ส่วนการสอบแบบ Extended จะได้เกรดสูงสุดคือ A เหมาะสำหรับผู้เรียนที่ถนัดในวิชา Mathematics คาดว่าจะสามารถเรียนรู้เนื้อหาที่ใช้ในการสอบได้ทั้งหมด และมีใจรักในวิชา Mathematics

 

เนื้อหาที่ออกสอบ IGCSE Math

1. Number
สามารถนำความหมายคำศัพท์ทางคณิตศาสตร์มาใช้ในการทำโจทย์ได้ เช่น Integer, Prime Number, Square Number, Common Factor, Common Multiple เป็นต้น ใช้เครื่องคิดเลขในการหาค่าต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เรียงลำดับของค่าต่าง ๆ ได้ รู้จัก Standard form สูตรของ Indice การหา % การคิดเวลา การหาดอกเบี้ย และการแปลงค่าสกุลเงินต่าง ๆ เป็นต้น

2. Algebra and Graph

เน้นการแก้สมการหาค่า unknown โดยมีทั้งการแก้สมการแบบ 1 unknown , 2 unknowns และสมการกำลัง 2 (Quadratic Equation) โดยอาศัยหลักการต่าง ๆ เช่น two brackets, formula, completing the square นอกจากนี้ยังมีการนำการคำนวณมาใช้ในการหาความสัมพันธ์ของ ความเร็ว ระยะทางและเวลา และการนำมาใช้ในการหาค่า Function ต่าง ๆ

3. Geometry

มีการใช้อุปกรณ์ทางคณิตศาสตร์ในการวาดรูป (Straight Edge) การใช้หลัก Similarity และการหามุมภายในและมุมภายนอกของรูปหลายเหลี่ยม (Polygon) เส้นขนาน (Parallel) เส้นตั้งฉาก (Perpendicular) การหาค่ามุม และการอ่านค่า Scale ต่าง ๆ

4. Mensuration

เกี่ยวกับการหา Mass, Length การหาค่าต่างที่เกี่ยวกับรูปทรงเรขาคณิต เช่น เส้นรอบวง (Circumference) พื้นที่ (Area) เส้นรอบรูป (Perimeter) พื้นที่ผิว (Surface Area) และปริมาตร (Volume)

5. Co-ordinate Geometry

ส่วนประกอบต่าง ๆ ของสมการเส้นตรง (Linear) และสมการเส้นโค้ง (Parabola) การใช้ Pythagoras ในการหาค่าความยาวของรูปสามเหลี่ยม

6. Trigonometry

การนำค่าทาง Trigonometry มาใช้ในการคำนวณ เช่น การหาค่า Sin Cos Tan และการประยุกต์ที่สูงขึ้นได้แก่ การหาพื้นที่โดยใช้ Trigonometry ,Sine Law ,Cosine Law เป็นต้น

7. Metrices and Transformation

สามารถ Operate ค่าพื้นฐานต่าง ๆ ของ Metrix ได้ เช่นการบวก การคูณ การหาค่า Determinant และการหา Inverse และสามารถประยุกต์ใช้กับ Vector และการหมุนรูปด้วยหลักการ Transformation

8. Probability

สามารถคำนวณค่าความน่าจะเป็นสำหรับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ ในรูปของ Fraction และ Percent หาค่าความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ต่อเนื่องได้ สามารถใช้ Tree Diagram ในการแก้โจทย์ได้เป็นอย่างดี

9. Statistic

สามารถหาค่าพื้นฐานทางสถิติได้ เช่น ค่า Mean ,Mode, Median และนำไปประยุกต์ใช้กับการอ่านกราฟ Cumulative Frequency ได้ ในลักษณะของการหาค่า Upper Quartile ,Lower Quartile and Inter-Quartile เป็นต้น

 

จากที่สรุปเนื้อหา IGCSE Math ทั้งหมด ถ้าผู้เรียนมีความประสงค์ที่จะสอบแบบ Core จะใช้เวลาเรียนประมาณ 20-30 ชั่วโมง เนื่องจากต้องใช้เวลาประมาณ 30 ชั่วโมงแรกในการปูพื้นฐานและเรียนเนื้อหาพร้อมกับการทำโจทย์ ในส่วนอีก 10 ชั่วโมงจะใช้ในการทำข้อสอบเก่า IGCSE เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่เรียนไปใช้ในการทำข้อสอบย้อนหลังด้วยตัวเองได้ และสามารถสอบผ่านได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของผู้เรียนที่ประสงค์จะสอบแบบ Extended จะใช้เวลาเรียนประมาณ 30-40 ชั่วโมง เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเรียนเนื้อหาต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเยอะและลึกกว่า มีการประยุกต์ที่หลากหลายและซับซ้อน ซึ่งใน 30 ชั่วโมงแรกจะเน้นที่การเก็บเนื้อหาต่าง ๆ ให้ครบร่วมกับการทำโจทย์ ในส่วนอีก 10 ชั่วโมงจะเน้นการทำข้อสอบเก่า IGCSE Math ซึ่งผู้เรียนต้องทำให้เยอะที่สุด เพราะในปีหลัง ๆ ข้อสอบจะมีความยากมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

สุดท้ายนี้ขอให้น้อง ๆ ทุกคนโชคดี ประสบความสำเร็จในการสอบและได้เกรดดังที่หวังไว้