chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

IELTS Writing

เทคนิค IELTS writing

IELTS WRITING

ข้อสอบ IELTS (Academic) ใช้สอบเพื่อศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในระดับปริญญาตรี โท เอก ซึ่งมีคะแนนเต็ม 9.0 โดยทั่วไปมหาวิทยาลัยจะต้องการคะแนนเฉลี่ยที่ 6.5 ขึ้นไป แต่ในส่วนของมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก เช่น มหาวิทยาลัย Oxford หรือ Cambridge ก็จะต้องการคะแนนเฉลี่ยที่สูงถึง 7.0 หรือ 7.5 ขึ้นไป โดยข้อสอบ IELTS นั้นจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน คือ

ในส่วนของข้อเขียนนั้น จะให้เวลาในการสอบ 60 นาที โดยข้อสอบ IELTS จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การเขียนรายงานข้อมูล และการเขียนเรียงความเพื่อแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ผู้สอบควรเขียนเรียงความก่อนเพราะคะแนนมากกว่า

การเขียนรายงานข้อมูล (เวลาทำ 20 นาที)

ในส่วนของการเขียนรายงานข้อมูลนั้น จะสามารถแบ่งได้ดังนี้คือ

1. การเขียนรายงานกราฟเส้น (Line Graph)

เทคนิคในการเขียนรายงานกราฟเส้น คือการเลือกบรรยายลักษณะของเส้นกราฟ ว่าเป็นอย่างไร เช่น พุ่งขึ้นสูง (rise sharply) ลดลงอย่างรวดเร็ว (decrease dramatically) และหาจุดแตกต่างระหว่างข้อมูลที่สูงสุด ต่ำสุด นำมาเปรียบเทียบกันโดยใช้คำเชื่อมแสดงความขัดแย้ง เช่น However, While, Whereas, By contrast, Moreover, และหาชุดข้อมูลที่มีลักษณะคล้ายกันโดยใช้คำเชื่อมแสดงความคล้อยตาม เช่น Similarly เป็นต้น

2. การเขียนรายงานกราฟแท่ง (Bar Chart)

เทคนิคในการเขียนรายงานกราฟแท่ง คือการเลือกเปรียบเทียบชุดข้อมูลของกราฟแท่งในแต่ละชุด โดยควรเลือกบรรยายกราฟแท่งชุดที่มีข้อมูลสูงที่สุดก่อน จากนั้นให้หาชุดข้อมูลที่สูงที่สุด ต่ำที่สุดมาเปรียบเทียบกัน โดยใช้ตัวเชื่อแสดงความขัดแย้ง เช่น While, However และหาชุดข้อมูลที่มีความคล้ายกัน โดยใช้คำเชื่อมแสดงความคล้อยตาม เช่น Similarly เป็นต้น

3. การเขียนรายงานกราฟวงกลม (Pie Chart)

เทคนิคการเขียนรายงานกราฟวงกลม คือ การเลือกชุดข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดมารายงานโดยการใช้คำศัพท์ที่บอกการเพิ่มขึ้นและลดลง เช่น increase, decrease และเปรียบเทียบชุดข้อมูลโดยการใช้คำเชื่อมขัดแย้งกัน เช่น While, However และหาชุดข้อมูลที่มีความคล้ายกัน โดยใช้คำเชื่อมแสดงความคล้อยตาม

4. การเขียนรายงานตาราง (Table)

เทคนิคการเขียนตาราง คือการเรียงข้อมูลในตารางตั้งแต่สูงสุด ไปจนถึงต่ำสุด และนำลำดับที่สูงที่สุด 2 ลำดับแรกของแต่ละตารางมาเปรียบเทียบกันโดยใช้คำเชื่อมขัดแย้ง เช่น While, In contrast หรือคำเชื่อมคล้อยตาม เช่น Besides จากนั้นเลือกชุดข้อมูลที่มีความเหมือนกัน และข้อมูลที่ต่ำที่สุดมารายงานเปรียบเทียบกัน

5. การเขียนรายงานรูปภาพ (Diagram)

การเขียนบรรยายรูปภาพ ส่วนมากจะเป็นการบรรยายกระบวนการเกิด หรือ กระบวนการทำงานของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เทคนิคการเขียนคือการใช้ Passive voice และการใช้คำเพื่อบอกลำดับขั้น เช่น First, Second, Following the processes, Next เป็นต้น และคำศัพท์ในรูปภาพนั้นสามารถนำมาใช้เขียนได้

6. การเขียนรายงานแผนภาพ (Flowchart)

จะมีลักษณะคล้ายกับรูปภาพ คือเป็นการเขียนบรรยายกระบวนการต่างๆ เทคนิคการเขียนคือการใช้ Passive voice และการใช้คำเพื่อบอกลำดับขั้น โดยหากมี แผนภาพมากกว่า 1 แผนภาพ ให้เขียนเปรียบเทียบทีละลำดับขั้นของแผนภาพ โดยใช้คำเชื่อมขัดแย้ง หรือคล้อยตาม หากลำดับขั้นนั้นๆ มีความคล้ายกัน

7. การเขียนรายงานความแตกต่างระหว่างภาพ (Maps)

เทคนิคในการเขียนรายงาน Maps คือ การหาจุดแตกต่างระหว่างภาพ (เหมือนเล่นเกมส์จับผิด) และนำแต่ละจุดมาเขียนบรรยาย โดยการใช้โครงสร้างประโยคแบบ Passive Voice ส่วนมากจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบพัฒนา อาจจะดีขึ้นหรือแย่ลง โดยจะต้องใช้คำศัพท์ที่เหมาะสมในแต่ละภาพ เช่น renovated, replaced by, built

8. กราฟรวม (Mix Chart)

เทคนิคการเขียนกราฟรวม คือ ให้เขียนแยกกราฟ โดยทั่วไป จะมีกราฟหนึ่งที่เป็นกราฟสรุป ให้เอาไว้เขียนสรุป ส่วนอีกกราฟหนึ่งจะบอกรายละเอียด ให้นำกราฟนั้นมาเขียนเปรียบเทียบข้อมูลที่สูงสุด ต่ำสุด หรือคล้ายกัน*การเลือกใช้ Tense ให้ดูกราฟว่าระบุช่วงปีไหนให้ใช้ Tense ตามนั้น แต่หากเขียนแค่บอกว่ากราฟมีความแตกต่าง หรือเหมือนกัน ให้ใช้ Present Simple*

 

* สำหรับข้อสอบที่ออกบ่อยที่สุดคือ กราฟเส้น กราฟรวม และการเขียนรายงานระหว่างภาพ*

การเขียนเรียงความเพื่อแสดงความคิดเห็น (เวลาทำ 40 นาที)

ในส่วนของการเขียนเรียงความเพื่อแสดงความคิดเห็นนั้น จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

1) บทนำ (3-4 ประโยค)

2) เนื้อความ (แบ่งออกเป็น 2-3 พารากราฟ ในแต่ละพารากราฟต้องประกอบด้วย ประโยคใจความ การอธิบาย และตัวอย่าง)

3) สรุป (2-3 ประโยค)

การเขียนเรียงความแบบ Academic Writing จะเป็นการให้แสดงความคิดเห็นต่อ หัวข้อ ที่เป็นประเด็นระดับโลก โดยแบ่งออกเป็น ในแง่ของ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การศึกษา วิทยาศาสตร์ ธุรกิจ และอื่นๆ ดังนั้นในการตอบคำถามและยกตัวอย่าง ควรยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่คนส่วนมากรู้ เหตุการณ์ที่เคยเป็นข่าว หรือมองในแง่ของเหตุการณ์ในแต่ละประเทศ เพราะการเขียนงานแบบ Academic แหล่งข้อมูลก็ต้องเป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ และเรียงความ สามารถแบ่งได้เป็นเรียงความ 5 ประเภทคือ

1. Agree & Disagree : การเขียนแสดงความคิดเห็นแบบ เห็นด้วยหรือไม่ เทคนิคในการตอบคำถามนั้น ผู้เขียนควรเลือกเลยว่าจะเขียนแบบเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเขียนที่จะสร้างความสับสนของข้อมูลที่จะเขียนลงไปในเรียงความ โดยหาเหตุผลมาสนับสนุนว่าทำไมจึงเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย อย่างน้อย 2 ข้อ แบ่งเป็น 2 Body พารากราฟ เหตุผลสนับสนุนควรเขียนบรรทัดแรกของพารากราฟ ถัดมาด้วยการอธิบาย และยกตัวอย่าง

2. Cause & Effect : Keyword ในคำถามคือ Cause & Effect และคำว่า influent เทคนิคการเขียนในการตอบคำถาม ควรเขียนสาเหตุและผลกระทบพร้อมการอธิบายและยกตัวอย่างในแต่ละพารากราฟเลย เพื่อป้องกันการสับสนของข้อมูล

3. Problem & Solution : เทคนิคการตอบคำถามในการเขียนแบบปัญหาและข้อแก้ไข คือ เขียน Body พารากราฟ คือ ในพารากราฟแรกควรเขียนถึงปัญหาทั้งหมดก่อน และในอีกหนึ่งพารากราฟก็ควรเขียนถึงทางการแก้ปัญหา สำหรับทางแก้ปัญหาในการตอบให้พยายามคิดกว้างๆ เช่น การให้ความร่วมมือของรัฐบาล และ หน่วยงานเอกชน เป็นต้น

4. Descriptive essay : ในการตอบคำถามแบบบรรยาย ควรแบ่งจำนวนพารากราฟตามคำถามที่ได้มา (สังเกตุจากเครื่องหมายคำถาม ? ) และควรใช้ ADJ ในการบรรยายให้เห็นภาพ

5. Discuss (Advantage vs. Disadvantage) : ในการตอบคำถามประเภทนี้ ควรเลือกก่อนว่าจะเลือกยืนฝั่งข้อดี หรือข้อเสีย เลือกฝั่งไหนให้คิดฝั่งนั้นมากกว่า เช่น ถ้าเลือกจะชูข้อดี ให้คิดข้อดีสัก 3 ข้อ ข้อเสียสัก 2 ข้อ แบ่งออกเป็น 2 พารากราฟ และเอาข้อเสีย (ฝั่งที่เราไม่ได้เลือก) ขึ้นเป็น Body พารากราฟแรกก่อนเสมอ

*ในส่วนของการให้คะแนนนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการตอบให้ตรงคำถามครบถ้วน เขียนเรียงความครบทั้ง 4 พารากราฟ *

*โดยส่วนมาก Tense ที่ใช้ในการเขียนจะเป็น Present Simple, Present Perfect, Past Simple เนื่องจากเป็นการเขียนข้อเท็จจริง เหตุการณ์ในปัจจุบัน และการเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งนี้ ควรมีการใช้คำเชื่อคล้อยคาม ขัดแย้ง แสดงเหตุผลในงานเขียนด้วยทุกครั้ง*

*ข้อสอบที่ออกมากที่สุด จะเป็นข้อสอบในเชิง สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม และเป็นการเขียนประเภท Agree & Disagree และ Discuss*

 

สนใจดูรายละเอียดคอร์ส เรียน IELTS ได้ที่ https://www.chulatutor.com/ielts/