chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

cu tep reading

CU-TEP reading

CU-TEPreading

ข้อสอบ CU-TEP ในส่วนของ การอ่าน ( Reading ) จะมีข้อสอบรวมทั้งหมด 60 ข้อ และจะมีเวลาทำข้อสอบทั้งหมด 70 นาทีโดยที่ผู้สอบสามารถจะบริหารเวลาเองได้ว่าจะทำอะไรก่อนหลัง ข้อสอบออกเป็น 2 ส่วนคือ

 

CU-TEP reading ส่วนที่ 1 : Close test

ข้อสอบ Close test หรือ Fill in the blank ซึ่งจะมีทั้งหมด 15 ข้อด้วยกัน โดยจะมีทั้งการวัดความสามารถทางด้าน Vocabulary และ Grammar พร้อมกัน โดยข้อสอบจะให้มาเป็นหนึ่งเนื้อเรื่องที่มีบางส่วนหายไปอยู่ทั้งหมด 15 ช่องด้วยกัน

 

CU-TEP reading ส่วนที่ 2 : Reading Comprehension

ข้อสอบ Reading Comprehension จะเป็นการวัดความสามารถเราในหลาย ๆ ส่วนไม่ว่าจะเป็นการหา Main idea, Detail หรือแม้กระทั้ง Vocabulary ก็ตาม โดยข้อสอบจะแบ่งย่อยเป็น 2 รูปแบบคือ

a. Short Passage จำนวน 1 เรื่อง พร้อมกับ 5 คำถาม

b. Long Passage จำนวน 4 เรื่อง พร้อมกับอย่างละ 10 คำถามต่อหนึ่งเรื่อง

 

สำหรับเนื้อหาที่ออกข้อสอบ CU-TEP reading บ่อยสุดในข้อสอบจะแบ่งเป็น 4 หมวดด้วยกัน คือ

  • ด้าน สังคม ( Social ) โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การศึกษา หรือแม้กระทั้งด้านการเมืองก็เคยมีออกข้อสอบ สำหรับข้อสอบแนวนี้ให้สังเกตจากจะมีชื่อประเทศให้เห็นมากเป็นพิเศษ แนะนำให้ทำเป็นข้อสุดท้ายเพราะว่าจะเป็นข้อสอบที่มีคำถามยากที่สุด
  • ด้าน วิทยาศาสตร์ ( Science ) เนื้อเรื่องที่จะถามจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ การแพทย์ การทดลองสำคัญ ๆ คำศัพท์ที่เล่นค่อนข้างจะได้เปรียบสำหรับคนที่เรียนด้านวิทย์ ฯ มา ส่วนตัวคำถามจะไม่ค่อยยากมากหากเทียบกับแนวอื่น ๆ
  • ด้าน สิ่งแวดล้อม ( Environment ) จะเป็นเรื่องราวที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจงไปที่เรื่องของศัพท์เกี่ยวกับธรรมชาติโดยตรง ทำให้สามารถที่จะเลือกท่องศัพท์ได้เลยก็ว่าได้ ดังนั้นถ้าเป็นข้อสอบด้านนี้ให้รีบทำเป็นอย่างแรก
  • ทั่วไป ( General ) ซึ่งจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานบุคคลสำคัญ หรือว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ จะเป็นข้อสอบที่คล้าย ๆ กับอ่านหนังสือใน Wikipedia นั้นเอง ซึ่งถ้าเทียบกับทุกด้านแล้ว ข้อสอบด้านนี้ง่ายสุดเลยก็ว่าได้ เหมือนเรากำลังศึกษาเรื่องราวของใครซักคน

 

สำหรับสิ่งที่ต้องระวังในข้อสอบ จะเป็นเรื่องของการที่จะต้องมองข้อสอบให้ออกก่อนว่าถามข้อสอบแนวใด ซึ่งข้อสอบ CU–TEP ในส่วน การอ่าน นั้น จะมีประเภทข้อสอบที่ถามไม่มากนัก ดังต่อไปนี้

1. คำถามเกี่ยวกับ ชื่อเรื่อง : จะเป็นการถามที่ให้ผู้สอบดูว่าอะไรควรจะเป็นชื่อเรื่องที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่แล้ววิธีการหลอกข้อสอบแนวนี้คือ การใช้ตัวเลือกที่กว้างเกินไป แคบเกินไป หรือไม่ได้กล่าว ต้องระวังดี ๆ

คำสำคัญ : good title, best title, appropriate article, suitable text

2. คำถามเกี่ยวกับ Main idea : ลักษณะการถามแนวนี้มีวิธีการคิดง่าย ๆ คือ ให้อ่านย่อหน้าแรกของเนื้อเรื่องก็จะสามารถดึงใจความสำคัญออกมาได้ เพราะว่าหลักการเขียน Writing จะมีอยู่ว่า หัวเรื่องจะเป็นใจความสำคัญของ Passage

คำสำคัญ : main idea, mainly

3. คำถามเกี่ยวกับ สรุป หรือ ตีความ : จะเป็นการถามให้เราตีความจากสิ่งที่ได้อ่าน ซึ่งหมายความว่าจะเป็นอะไรที่ไม่สามารถพบเจอใน Passage แต่จะต้องตีความออกมาว่าผู้เขียนต้องการจะสื่ออะไร สมมุติว่าบทความพูดว่า นาย A เป็นคนชอบกินผักผลไม้ ออกกำลังกายทุกวัน และนอนไม่ดึกมาก สรุปได้ว่า นาย A เป็นอย่างไร คำตอบคือ เป็นคนรักสุขภาพ เป็นต้น

4. คำถามเกี่ยวกับ วัตถุประสงค์ : รูปแบบคำถามค่อนข้างตายตัวเลยก็ว่าได้ เพราะว่าทุกเนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นการให้ข้อมูลเท่านั้น ดังนั้นคำที่มักเป็นคำตอบจะเป็นคำว่า inform report reveal เป็นต้น

5. คำถามเกี่ยวกับ Refer : ข้อสอบประเภทนี้มีเทคนิคการทำคือ จะต้องมองประโยคก่อนหน้ามันที่ถูกถาม แล้วแทนคำลงไปเพื่อเช็คว่าถูกต้องหรือไม่ จึงถือได้ว่าเป็นข้อสอบที่ง่ายประเภทหนึ่ง

6. คำถามเกี่ยวกับ คำศัพท์ : เป็นคำถามที่ต้องพบเจออยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นข้อสอบใดก็ตาม ลักษณะเป้าหมายของข้อสอบคือการวัดความสามารถเด็กให้ใช้บริบทในการเดาคำที่เราไม่ทราบนั้นเอง แต่มีข้อระวังที่ว่าถึงแม้จะรู้แล้วว่าเป็นคำใด แต่หากว่าตัวเลือกทั้ง 4 เราไม่ทราบก็อาจจะเสียคะแนนได้เช่นเดียวกัน

7. คำถามเกี่ยวกับ Tone : ข้อสอบจะมีการถาม tone ทั้งตัวเนื้อเรื่องเอง หรือจากตัวผู้เขียนเรื่องก็ได้ ดังนั้นต้องระวังข้อสอบดี ๆ ว่าโจทย์ถามในส่วนใดกันแน่

8. คำถามเกี่ยวกับ Detail : เป็นคำถามที่จิปาถะมาก โดยที่จะเป็นการรายละเอียดของเนื้อเรื่องในส่วนใดส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องก็ได้ เพื่อเช็คความสามารถข้อผู้สอบว่าเข้าใจเนื้อเรื่องในส่วนปีกย่อยมากน้อยเพียงใด

9. คำถามเกี่ยวกับ True / False : ลักษณะข้อสอบคือผู้สอบจำเป็นจะต้องเช็คตัวเลือกทั้งหมดว่าข้อใดเป็นจริงหรือเท็จ ซึ่งคือว่าเป็นข้อสอบที่ใช้เวลานานพอสมควรเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเป็นข้อสอบที่ควรจะทำเป็นข้อท้าย ๆ ของเนื้อเรื่องจะดีที่สุด

 

สำหรับกลยุทธ์ที่จะได้คะแนนในส่วน การอ่าน ได้ดีนั้น จำเป็นอย่างมากที่จะต้องท่องศัพท์ ดังนั้นจึงได้นำคำศัพท์ที่จะต้องรู้จัก เบื้องต้น ที่นำมาแนะนำ จะมีดังต่อไปนี้คือ

สรุป 50 คำศัพท์ที่ออกสอบ CU-TEP Reading บ่อยที่สุด
climate block successful suspect compare
conservation across States wildlife endangered
atmosphere global change surface process
emissions range conditions phenomenon Poaching
efforts polar internal risk extremes
impact concern region cycle results
measurement colleagues available vulnerable survival
demands decade profound revolution existing
threat identify significant melting release
ongoing evolution raising distributed worst