fbpx
02-252-8633 , 084-942-4261

เทคนิคการฝึกฟังภาษาอังกฤษจากสื่อรอบตัว

By chulatutor   on 03/04/17
เทคนิคการฝึกฟังภาษาอังกฤษจากสื่อรอบตัว

how to improve your toeic listening

หลังจากบทความฉบับแรกเราพูดถึงข้อสอบ TOEIC การอ่านกันไปแล้ว มาฉบับนี้ก่อนจะไปลุยเรื่องเทคนิคการทำโจทย์กัน เราจะมาพูดถึงข้อสอบ TOEIC การฟังกันก่อนค่ะ ข้อสอบการฟังภาษาอังกฤษมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่แบบการฟังบทสนทนาธรรมดาไปจนถึงการฟังแบบต้องวิเคราะห์เพื่อนำมาใช้ตอบคำถามที่จะถามหลังจากจบการฟังนั้นๆ ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปตามรูปแบบการสอบภาษาอังกฤษแต่ละแบบ เช่น TOEIC CU-TEP IELTS หรือ TOEFL ซึ่งก็แล้วแต่จุดมุ่งหมายของการวัดผลการสอบภาษาอังกฤษนั้นๆ เช่น TOEIC ต้องการวัดผลภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในการทำงาน ก็จะวัดเรื่องการฟังที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร การทำงาน ชีวิตประจำวัน หรือถ้า IELTS ต้องการวัดเรื่องการฟังเชิงวิชาการ เพราะต้องใช้ในการศึกษาต่อต่างประเทศ ก็ต้องวัดผลการฟังเชิงวิชาการ ต้องมีการคิดวิเคราะห์ สรุปเรื่องราวจากการฟังนั้นๆ เป็นต้น

ต้องเกริ่นก่อนว่า ณ ตอนนี้ อาจจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับข้อสอบการฟัง TOEIC แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าในปี 2560 นี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของข้อสอบ TOEIC ไปจากเดิม ทั้งการอ่านและการฟัง แต่ยังคงวัตถุประสงค์ความต้องการวัดผลภาษาอังกฤษเพื่อการติดต่อสื่อสาร และการทำงานในชีวิตประจำวันเหมือนเดิม เพียงแต่ทาง ETS (Educational Testing Service) อาจจะอยากปรับให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์โลกในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น ในบทความฉบับนี้ จะพูดถึงภาพรวมของข้อสอบ TOEIC การฟัง กันนะคะ

ลักษณะข้อสอบ TOEIC การฟัง

TOEIC การฟัง (ปัจจุบัน)TOEIC การฟัง (2560)
รูปภาพ106
คำถาม – คำตอบ3025
บทสนทนาสั้น3039
บทพูด3030
รวม100100

 

จากตารางจะเห็นว่า ถ้ามีการปรับเปลี่ยนลักษณะข้อสอบ ส่วนรูปภาพจะน้อยลง ซึ่งปกติส่วนนี้เป็นส่วนที่ง่ายที่สุดก็ว่าได้ คนส่วนใหญ่จะทำได้ ขอแค่มองภาพออก ฟังทัน ก็ตอบได้แน่นอน ส่วนคำถาม- คำตอบ ก็ลดลงไป 5 ข้อ ส่วนที่เพิ่มขึ้นคือบทสนทนาแบบสั้นเพิ่มขึ้นมา 9 ข้อ ซึ่งตรงนี้จะเป็นส่วนที่เพิ่มความยาก เพราะตั้งตั้งสติ ฟังเสียงต่อเนื่อง ด้วยจำนวนข้อที่เยอะมากขึ้นค่ะ แต่ก็ไม่อยากให้วิตกกังวลกันไป เพราะอย่างไรพื้นฐานของข้อสอบก็ต้องการวัดทักษะการฟังที่จะใช้ในการทำงาน ในชีวิตประจำวันอยู่ดี ถ้าเรามีพื้นฐาน หมั่นฝึกฝนการฟังภาษาอังกฤษอยู่บ่อยๆ เราก็จะสามารถทำข้อสอบได้ปกติค่ะ ฉะนั้น เรามาดูวิธีเพิ่มพูนทักษะการฟังภาษาอังกฤษที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของเราดีกว่าค่ะ

 

เทคนิคการฝึกฟังภาษาอังกฤษจากสื่อรอบตัว

เราต้องเริ่มจากสิ่งใกล้ๆ ตัวก่อน นั่นคือ สื่อต่างๆ รอบตัวในชีวิตประจำวัน เช่น โทรทัศน์ วิทยุ และอินเตอร์เน็ต ซึ่งทุกวันนี้โลกหมุนเร็วมาก โลกเดินเร็วมาก เรามีตัวช่วยเพิ่มขึ้นมาก เราต้องเริ่มจากการเลือกรับสารของเราค่ะ

โทรทัศน์ : เราลองฝึกดูรายการโทรทัศน์ช่องต่างประเทศ เลือกประเภทรายการที่เราสนใจ และติดตามง่าย ดูบ่อยๆ เราก็จะพอเข้าใจเรื่อง เนื้อหา และซึมซับคำศัพท์ไปในตัว แถมยังสนุกอีกด้วย หรือเวลาเราดูหนัง ดู ซีรี่ย์ฝรั่ง เราก็ลองดูหลายๆ รอบ รอบแรกอาจจะดูแบบไม่เปิด Sub title และลองดูรอบสองแบบมี Sub title แล้ววัดความเข้าใจของเราดู ว่าเราเข้าใจมากขึ้นหรือไม่ การฝึกแบบนั้นเราได้ความสนุกของการติดตามเรื่องราว และเราก็ได้สำเนียงและคำศัพท์ไปในตัว สะสมไปเรื่อยๆ เราจะคุ้นกับสำเนียงการฟังภาษาอังกฤษไปเอง

วิทยุ : ถ้าใครที่ขับรถบ่อยๆ ชอบเปิดเพลงฟังตามคลื่นวิทยุต่างๆ ก็อยากแนะนำให้ฟังคลื่นที่ดีเจพูดภาษาอังกฤษ คลื่นเพลงสากลยอดฮิต เช่น 95.5 102.5 105.5 107 ซึ่งรายการเหล่านี้จะเปิดเพลงสากลที่กำลังโด่งดังอยู่ในปัจจุบัน เราก็ได้ฟังเพลงฮิตๆ ดังๆ ร้องคลอๆตาม ได้สำเนียง ได้อินกับเนื้อหา รู้ศัพท์มากขึ้นอีก แถมเป็นเรื่องบันเทิง ไม่เครียด แต่ก็แฝงไปด้วยการเพิ่มพูนทักษะค่ะ

อินเตอร์เน็ต : อันนี้ถือว่าเป็นของเด็ด คือยุคนี้มันยุค 4G ทุกอย่างหาได้บนอินเตอร์เน็ต จะเอาอะไร อยากได้อะไรมีหมด เช่น ทักษะที่พี่ได้มาตั้งแต่เด็กๆ คือการเปิดเนื้อเพลงภาษาอังกฤษบนอินเตอร์เน็ตแล้วเปิดเพลงร้องตาม มันทำให้เราจำเนื้อเพลงได้ จำสำเนียงการออกเสียงได้ และได้รู้คำศัพท์ และทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์เนื้อเพลง หรือ Youtube ก็เอื้ออำนวยความสะดวกให้เรามีเนื้อเพลงภาษาอังกฤษไว้ร้องตามเยอะแยะมากมาย ลองเถอะค่ะ บันเทิงด้วย ได้ภาษาอังกฤษด้วย นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีเว็บไซต์ที่ไว้ฝึกทำข้อสอบภาษาอังกฤษออนไลน์อีก ซึ่งเป็นแบบจำลองที่เหมือนจริงมาก มีหลายวิชาให้เลือก เว็บที่อยากแนะนำคือ www.examenglish.com เป็นอะไรที่ดีมาก สามารถจำลองการสอบจริงๆ ได้เลย บางคนไม่ต้องไปเสียเงินเพื่อเรียน ประหยัดเงินได้ เพียงรู้จักใช้ช่องทางเหล่านี้ในการฝึกฝนให้เป็นประโยชน์ค่ะ

 

จะเห็นว่า วิธีการฝึกทักษะการฟังนั้นไม่ยากเลย คนไทยส่วนใหญ่เวลาสอบ TOEIC นั้น จะได้คะแนนส่วนการฟังมากกว่าส่วนการอ่าน เป็นปกติ เพราะว่าจริงๆ แล้ว ทักษะการฟังอยู่กับเราค่ะ เพียงแต่เราต้องหมั่นฝึกฝน หมั่นใส่ใจ ลองนึกภาพง่ายๆค่ะ เวลาเราดูภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ คนส่วนใหญ่ก็ชอบเลือกดู Soundtrack เพราะอะไรคะ เพราะว่ามันได้อรรถรสมากกว่า มันมันส์กว่า เพราะฉะนั้น เราก็ลองใช้ความชอบเหล่านั้นค่ะ มาช่วยในการเพิ่มทักษะของเราในการทำข้อสอบ TOEIC แล้วคะแนนดีๆ มันจะหนีไปไหนซะละคะ