fbpx
02-252-8633 , 084-942-4261
IELTS Listening แบบเจาะลึก!!!
By chulatutor   on 18/03/15

IELTS

IELTS Listening แบบเจาะลึก!!!

 

สวัสดีจ้า วันนี้เรากลับมาพบกันอีกแล้วน้า หลังจากที่พี่เองก็ติดงานเยอะแยะเลยค่ะ สำหรับวันนี้พี่ก็มีเรื่องดีๆ มานำเสนอน้อง ๆ อีกเช่นเดิม แต่จะขอย้ายมาฝั่งของ IELTS กันบ้างน้า เพราะคราวที่แล้วเจาะลึกข้อสอบ CU-TEP Reading กันไปแล้ว ก่อนอื่นพี่ต้องขอเกริ่น ๆ ก่อนนะว่า ในส่วนของวันนี้จะเป็น IELTS LISTENING จ้า ซึ่งภาพรวมของข้อสอบส่วนนี้ คือ เราจะแบ่งเป็น 4 section อย่างละ 10 ข้อ รวมเป็น 40 คะแนนนะ :

 

Section 1คนพูดสองคน เป็นเรื่องราวทั่ว ๆ ไป เช่น การกรอกแบบฟอร์ม อะไรทำนองนี้ ไม่ยากมากเท่าไรจ้า
Section 2คนพูดสองคนเหมือนกันกับอันแรก แต่จะเริ่มเป็นทางการขึ้นมาหน่อย เช่นไปฟัง ไกด์พูดบ้างอย่างอะไรประมาณนี้ แต่ก็ยังเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไปอยู่นะ
Section 3คนพูดสามคนแล้วนะ และจะเริ่มเป็นทางการมากขึ้น แนว academic เลยละ ต้องฟังการ brain storm ของคนหลาย ๆ คน แล้วดึงเอาไอเดียออกมา 555 ก็ยากอยู่นะเพราะว่า มันเหมือนมีเสียงคนหลายคนพูดสลับกันไปมาดังนั้นต้องแยกประเด็นดี ๆ
Section 4ส่วนใหญ่จะพูด 1 คน เป็นคล้าย ๆ การฟังอาจารย์ในห้องเรียน ฟัง lecture อะไรทำนองนี้ แต่จะแนวแบบว่า วิชาการมาก ๆๆๆ เป็นเรื่องราวแล้วก็ฟังทีเดียวจบ ไม่มีเว้นช่วงเลย ทำให้เราอาจจะเบลอได้นะ อันนี้ก็ต้องบริหารเวลาดี ๆ

 

สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนของพาร์ท Listening จะเป็นลักษณะตามตารางนี้เลย

 

Score/40Band
39-409
37-388.5
35-368
32-347.5
30-317
26-296.5
23-256
18-225.5
16-175
13-154.5
10-124
8-103.5
6-73
4-52.5

จากคะแนนจะเห็นได้ว่าน้อง ๆตั้งเป้าว่าอยากได้อย่างน้อย คือ Band 6 นั่นหมายความว่าต้องได้อย่างน้อย 23 ข้อขึ้นไปนะ ได้ 24 หรือ 25 ก็มีผลเท่ากันคือ 6 ดังนั้น ถ้าน้อง ๆ กำลังทำข้อสอบอยู่ไปซัก 2 section แรก แล้วเริ่มรู้แล้วว่าเราได้กี่คะแนน อีก 2 section หลังจะได้ตั้งหลักถูก พี่ช่วยสรุปง่าย ๆ เลยก็คือว่า ต้องได้อย่างน้อย 23 ข้อจาก 40 ถึงจะเรียกได้ว่าได้มารตฐานสากลค่ะ 5555555555555

เอาละหลังจากที่เราได้รู้มาพอหอมปากหอมคอสำหรับพื้นฐานภาพรวมของ Listening เบื้องต้น ต่อไปพี่เริ่มเจาะลึกเข้าไปที่ตัวข้อสอบแล้วนะว่า มันมีกี่รูปแบบกันแน่ แล้วเวลาทำข้อสอบเนี้ยต้องรับมือกับข้อสอบเหล่านี้แบบไหน ส่วนใหญ่แล้วมันจะสลับไปมาแล้วแต่รอบว่า จะให้รูปแบบข้อสอบอะไรไหนมาก่อนอันไหน แต่ส่วนใหญ่แล้วนะ เป็นเติมคำ ถ้าเทียบเป็นก็ประมาน 70 % เลยก็ว่าได้ ที่เหลือก็ ลดลั่นกันลงไปตามลำดับนะ งั้นขอเริ่มเลยละกัน

 

1. พี่ขอเรียกมันว่า ข้อสอบ ฟังได้ตอบได้ ! อยู่ที่ใครจับคำได้ดีกว่ากันนะ

ลักษณะข้อสอบก็อย่างที่เห็นเลยนะคะว่า น้อง ๆ เพียงแค่เอาคำมาตอบก็สามารถทำคะแนนได้เลย เหมือนว่าน้องเป็นหน่วยจับคำอะไรอย่างนั้น ซึ่งจะเห็นว่าไม่ยากมากเท่าไรนะคะ เพียงแค่น้อง ๆ ฟังทัน เช่นข้อที่ 2 ต้องตอบว่า Hillsdunne Road ลงไป ดูจากสคลิปเสียงข้างล่างที่พี่เอามาให้นะ น้องก็ได้มาแล้ว 1 แต้มเลย อิอิ แล้วข้อดีอีกอย่างคือ ข้อสอบเรียง !!! หมายความว่า หากว่าน้องหลุดข้อใดข้อหนึ่งไปแล้ว ก็อย่าได้ตกใจอะไรมาก เพราะน้องสามารถ Rebirth ได้ใหม่ตลอด พี่ว่าเป็นข้อสอบแจกแต้มนะ แบบนี้ น้องๆ ต้องลองทำดู แต่สิ่งที่ควรระวังก็มีนะ เพราะว่าอะไรที่ง่ายไปมักจะมีจุดระวัง ยกตัวอย่างเช่น ในโจทย์ข้อนี้บอกว่า No More Than Three Words and/or A number นั่นหมายความว่า น้องจะเขียนเกิน 3 คำไม่ได้เด็ดขาด ! แต่เพิ่มได้อีกหนึ่งคือ ตัวเลข เช่น a singing bird + อีก ตัวเลข 1 ตัวได้จ้า อะไรทำนองนี้ ต้องเคลียคำถามดี ๆ นะ เพราะมันจะเป็นตัว control ความคิดเราให้อยู่ในกรอบด้วยจ้า

เอาละ เรามาต่อกันเลยนะคะ ยังคงอยู่ในข้อสอบเติมคำอยู่ เพราะอย่างที่พี่บอกตอนต้นแล้วว่าเป็นข้อสอบที่ออกเยอะที่สุดเมื่อเทียบกับข้อสอบรูปแบบอื่น แต่คราวนี้มาในลักษณะตาราง คะ

หลัก ๆก็คล้ายกับแบบด้านบนเลยนะ คือระวังว่าต้องใช้กี่ คำ มีตัวเลขไหม และ ข้อสอบเรียง แต่ความต่างก็คือว่า ข้อสอบประเภทนี้ การมองจะเปลี่ยนไปนะค่ะ คือน้องจะต้องมองจาก ซ้ายย ——>>> ขวา คะ เค้าจะเรียงกันแบบนั้น ไม่ใช่ว่า สลับตารางไปมา ข้อนี้สลับข้อโน่น ไม่มีไม่มี 555 สายตาน้องต้องเคลื่อนตามตัวเลย เช่น จาก Rose Garden >> studio flat >>> entertain >>> 219 >>>> Blue Bay อะไรแบบนี้เป็นต้น อันนี้คือที่พี่เป็นห่วงคะ อยากให้ระวังเรื่องกระแสการพูด listening ของข้อสอบด้วยมามันเริ่มจากตรงไหน หรือสังเกตง่าย ๆ จากตัวข้อจิ 1 ไป 2 แล้ว 2 ไป 3 อะไรทำนองนี้จ้า

 

2. ต่อไปจะเป็นข้อสอบแบบ กากบาท นะ

ส่วนตัวพี่มองว่า ข้อสอบลักษณะนี้จะค่อนข้างยากขึ้นมานิดหน่อย ในลักษณะที่ว่า น้องจะไม่สามารถฟังปุ๊ปตอบปั๊ป เหมือนแบบแรก แต่น้อง ๆ จะต้องประมวลผลอีกทีก่อนว่า จะเลือกตอบข้อไหนก่อนดี เพราะว่า มันจะมีการสลับคำ paraphrase ประโยคที่น้องได้ยินกับ choice ที่จะต้องเลือกอยู่ เพื่อให้เห็นภาพมาขึ้น เรามาดูตัวอย่างโจทย์ก่อนแล้วกัน แล้วน้องจะเข้าใจไอเดียมากขึ้นจ้า

จากตัวอย่างข้อที่ 17 นะ โจทย์ถามน้องในลักษณะที่ว่า แชมเปี้ยนนักกีฬาจะอยู่ใน shop ประมาณตอนไหนดีละ คำตอบคือ จาก สคลิปที่พี่เอามาให้ จะเห็นได้ชัดว่า “he will be staying around until about midday” นั่นหมายความว่า คำตอบ คือข้อ A เพราะว่า อยู่เฉพาะแค่ช่วงเช้า ไม่ใช่ B ที่บอกว่า all day หรือ C for whole weekend จะเห็นได้ชัดเลยว่าน้อง ๆ จะต้องประมวลผลอีกทีจ้า ไม่งั้น อาจจะตอบผิดได้นะ ต้องระวังดี ๆ

3. แบบนี้จะเรียกว่า ข้อสอบ Matching จ้า

ลักษณะข้อสอบคือจะมีตัวหลอกมาให้น้องเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ แต่จะต้องเลือกคำตอบเพียง 1 หรือ 2 ข้อเท่านั้น ส่วนตัวพี่ว่ามันเป็นกลยุทธ์ของกรรมการมากกว่าในการออกข้อสอบแบบนี้ เพราะว่าต้องอาจจะได้ยินคำทั้งหมดที่อยู่ในตัวเลือกของเรา แต่จะมีเพียงแค่สองตัวเท่านั้นที่เป็นคำตอบ ซึ่งข้อมูลจะเยอะอัดเข้ามาหาเราเยอะมาก ส่วนตัวพี่แนะนำให้ focus ที่คำถามดีๆว่าอยากได้อะไรจากเรา เช่นตัวอย่างที่พี่หามาคือ ต้องการรู้ว่า ข้อมูลไหนบ้างที่ผู้พูดให้เกี่ยวกับ fitness test

ที่นี้มาดูสคลิปกันมาบ้างนะว่า โจทย์จะหลอกเราอย่างไรบ้าง

เป็นงัยบ้าง ได้คำตอบกันไหมม??? คำตอบก็คือ A กับ E นะ ถามว่าเป็นคำตอบอย่างไรเราไปดูพร้อมกัน

A. You need to reserve a place = ” so to make a booking “

E. It is cheaper this month = ” but is available at half price for this month only “

แต่ก็จะมี choice หลอกประปนกันไปเช่นกันนะ เช่น It is free to account holders ซึ่งอาจะมีเด็กได้ยินคำนี้ตอนฟัง ” if you open an account you get lots more…” เพราะมีคำว่า account เหมือนกันเลยตอบ พี่เข้าใจดีเพราะตอนนั้นทุกอย่างมันรุมเข้ามา ยิ่งกว่าคลื่นซึนามิ 55555555 ++ ก็ต้องใจเย็นๆ และมีสติเยอะๆ น้า

 

4. พี่ขอเรียกแบบชาวบ้าน ๆ ว่ามันคือข้อสอบ รูปภาพ flow chart

ลักษณะข้อสอบแบบนี้คือน้อง ๆ จะต้องเลือกคำที่อยู่อาจจะอยู่ในรูป หรือ ในกรอบ ไปกรอกลงในข้อต่าง ๆ ซึ่งพี่รู้สึกว่าเป็นข้อสอบที่อาจจะทำให้น้องมึนได้ง่าย ๆ พี่เลยแนะนำว่า เวลาทำข้อสอบประเภทนี้นะให้พยายามสนใจไปที่ คำที่พบเจอในรูปภาพนั้น ๆ ให้มากที่สุด อย่าหลงกลโจทย์ฟังทุกอย่างจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้น้องเกิดการสับสนในความตอบก็เป็นได้ มาดุตัวอย่างข้อสอบกันเลยนะ

จากตรงนี้จะเห็นได้ชัดว่า มีคำนามอยู่ในแผนที่อยู่ไม่กี่คำเช่น West gate หรือ Refreshment เวลาทำข้อสอบแบบนี้พยามยามอย่าเพิ่งสอง ข้อที่ถาม แต่ให้ไล่คำนามที่ได้ยินให้ทันแล้ว เขียนไว้เป็นข้อ ๆ เพราะว่าข้อสอบจะสลับกันไปมาเยอะมาก เพื่อความชัดเจอในน้องลองดูเสริมจาก สคลิปนะ

สังเกตุดี ๆ น้าว่า คำที่พี่ไฮไลท์สีเหลือง ทั้ง Lake จะใกล้กับ Bird hide คือข้อ 14 แล้วก็ refreshments จะใกล้กับ dog-walking อะไรทำนองนี้ พอจะเห็นภาพแล้วเนาะว่าถ้าเจอแบบนี้ต้องทำอย่างไร จริงๆ แล้วเป็นข้อสอบที่ไม่อยากมากแต่อาศัยความที่เราไม่เคยชินมากกว่าเลยมองว่าข้อสอบมีความยากมหาศาล 55555

เพิ่มเติมอีกแบบนะ นอกจากแบบเป็นรูปภาพแล้ว ก็ยังมีอีกแบบคือ flow chart ซึ่งพี่ถือว่าอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ลักษณะข้อสอบจะเห็นได้ชัดเลยว่าเป็นขั้นเป็นตอนชัดเจนมาก แล้วน้อง ๆ จะต้องเลือกคำลงไปตอบในช่องต่าง ๆ นั่นเอง หรือบางทีอาจจะเป็นการเขียนตอบก็ได้นะ แต่ในวันนี้พี่เอาแบบ เลือกตอบมาให้ดูละกัน แต่พี่ว่านะ แค่เลือกตอบก็ยากละ 5555

จุดเด่นของข้อสอบพวกนี้คือมันจะมาเป็นทีเดียวรวดเดียวจบ 555 ซึ่งถ้าถามพี่นะ ถ้าจะเล่นกับข้อสอบนี้จริง ๆ อย่างเพิ่งมอง choice เด็ดขาดไม่งั้นน้องจะมึนมาก แนะนำให้ทำเหมือนเติมคำปกติ เราเป็นอิสระจากข้อสอบแล้วลองทำดูจะรู้ได้เลยว่า น้องจะเป็นคนคุมเกมส์ทันที เพราะถ้าจะมองสลับไปมา choice A B C คงไม่ไหวอะ ตาลายพอดี ดังนั้นทางที่ดีนะ พยายามอย่างเพิ่งมองเลยตัวเลือกที่เหมือนโจทย์จะแสนใจดีมอบให้ แต่ให้จัดการไปที่ตรง flow chart แล้วบรรเลงใส่คำของเราไปเลย พี่ว่ามันจะได้คะแนนมากกว่านะ ไม่เชื่อน้อง ๆ ลองดูจาก สคลิปพี่นะว่า จริงหรือป่าว

เช่นข้อที่ 21 เขาบอกว่า Visit locations and discuss ………….. น้องก็แค่เติมคำของเราเองลงไปก่อนคือ levels of background noise เราไม่ต้องสนจำนวนคำอยู่แล้วจริงไหม เพราะว่ายังงัยซะ ก็ต้องใช้คำใน choice ของเค้าอยู่ดีหนิจริงไหม แล้วเมื่อเทียบกับตัวเลือกที่โจทย์ให้มา ( ทีหลัง ) น้อง ๆ ก็จะเห็นได้ชัดว่า ข้อ C background noise เป็นคำตอบ ซึ่งจะเห็นเลยว่า มีค่าเท่าเดิม แต่เราจะมีสติอยู่ที่คำถามมากว่า แล้วค่อยหาคำที่น้องเลือกไว้มาตอบทีหลัง ลองเปลี่ยนแนวดูนะ มันจะง่ายขึ้นเลยจริง ๆ อิอิ

 

5. แบบสุดท้ายพี่ขอเรียกมันว่า เธอควรคู่ใคร ใครเป็นของใคร

ลักษณะข้อสอบก็ไม่ต่างจากอันอื่นเท่าไรนัก แต่ความแตกต่างคือลักษณะที่น้องจะต้องเลือกว่า ใครควรคู่กับใคร ยกตัวอย่างเช่น Simon ควรจะเกี่ยวกับ work ด้านใด ซึ่งถามว่ายากไหม ส่วนตัวพี่นะ ทำคล้าย ๆ flow chart เลยจะดีมาก กล่าวคือเขียนคำน้องไปก่อน แล้วค่อยมาเลือก choice ทีหลัง เพราะว่าจะได้ไม่มึนไปสลับไปสลับมาด้วย อยากให้น้องไปในลักษณะชิว ๆ มากกว่า เขียนคำเราไปก่อนแล้วค่อยเลือกคำตอบทีหลัง ลองทำดูอย่างที่บอกว่าไม่ได้จำกัดในลักษณะของคำอยู่แล้ว เพราะตอบจริง น้อง ๆก็ต้องใช้อักษร A B C อยู่แล้วตาม choice ดังนั้นถ้าพี่เป็นน้องพี่จะเขียนคำตอบของตัวเองไปก่อนล่วงหน้าไรงี้จ้า

เช่นคนแรกก็จากในสคลิปบอกว่า “after the mechanical side of things ” ทำให้เรา imply ไปได้ว่าจะต้องตอบเป็น E คือ engine maintenance นั่นเอง

เอาละพี่จะเริ่มมาทำการสรุปแล้วนะว่า จากที่เราคุยกันไปวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง สิ่งแรกที่พี่อยากจะฝากให้น้อง ๆ ไปทำคือการฝึกฟังบ่อย ๆ อาจจะเป็นจากการฟัง เพลง ดูหนัง หรืออะไรก็ได้ แต่ถ้าเป็นพี่นะ ขอแนะนำเว็บไซต์นี้ที่กำลังมาแรงเลย คือ http://www.ted.com/

เป็นเว็บไซต์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาในหมู่ของคนชอบฟัง talk ต่าง ๆ ข้อดีหลัก ๆเลยนะ คือมันจะมี sub title แต่เป็นภาษาอังกฤษให้เราด้วย ดังนั้นจะเหมาะมากสำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการฝึกฟัง แต่กลัวฟังไม่ทัน อ่านสคลิปไม่ไหว พี่ว่าแบบนี้ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการฝึกได้ดีมาก ๆ เลย อันนี้เป็นตัวอย่างภายในเว็บไซต์นะ

จะเห็นว่ามี subtitle อยู่ด้วยให้น้องที่ยังฟังไม่ทันมากได้ฝึกฟัง ซึ่งถือว่าตอนนี้ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้จ้า งัยก็ลองดูน้า วันนี้พี่ต้องขอไปเตรียมข้อมูลต่อไปอีกก่อนนะ แล้วไว้พี่จะกลับมาอัพเดทให้เพิ่มอีกทีจ้า

 

 

ดูรายละเอียด คอร์สเรียนสด IELTS ได้ที่ https://www.chulatutor.com/ielts/

และพิเศษสำหรับ คนที่ไม่สะดวกเดินทาง หรือ เวลาไม่สะดวกมาเรียนสด TOEIC ที่ทางสถาบันสามารถเรียน IELTS Online ได้แล้วที่ https://www.chulatutor.com/online/ielts-online

 

IELTS Listening แบบเจาะลึก!!!

The IELTS Listening test will take about 30 minutes, and you will have an extra 10 minutes to transfer your answers to the answer sheet.
It's only fair to share...Share on Facebook
Facebook
Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on LinkedIn
Linkedin