chulatutor ก่อตั้งโดย พี่เปิ้ล อ.พรพรรณ

การเตรียมตัวสำหรับสอบ IELTS ทำอย่างไรบ้าง

 

การเตรียมตัวสำหรับสอบ IELTS ทำอย่างไรบ้าง

โดยส่วนใหญ่แล้วทุกคนจะมีความกังวลว่าเราจะทำได้หรือไม่ แล้วทำได้ดีขนาดไหน เราลองมาดูกันว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างเพื่อให้เราได้คะแนนสูง โดยการสอบแต่ละครั้งเสียค่าใช้จ่ายเยอะพอสมควร ดังนั้นใครที่จะสอบต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมพอสมควรค่ะ ซึ่ง IELTS เป็นการทดสอบความรู้ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษว่าผู้สอบสามารถอยู่ในระดับใด เหมาะสำหรับการทำงาน ในองค์กรใดบ้าง หรือเหมาะการเรียนต่อในหลักสูตรนานาชาติในประเทศ หรือในต่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย เป็นต้น โดยมีการประเมินผลความเชี่ยวชาญในการสื่อสารภาษาอังกฤษของผู้เข้าทดสอบ 4 ทักษะ ตามลำดับ คือ การฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด แต่ใครที่ไม่มีเวลาไปสมัครเรียนคอร์สเตรียมสอบ IELTS ตามสถาบันสอนภาษาอังกฤษหรือมีเวลาจำกัดในการเตรียมตัวก็สามารถเตรียมสอบ IELTS ให้ได้คะแนนสูงทุกทักษะที่ต้องทดสอบด้วยตัวเองได้ทุกที่ทุกเวลาค่ะ

 

IELTS LISTENING PRACTICE การฝึกทักษะการฟัง

ในการทดสอบทักษะการฟังภาษาอังกฤษของ IELTS ผู้เข้าทดสอบจะต้องฟัง 4 บทสนทนา โดยมีหลากหลายสถานการณ์อาจจะเป็นเพื่อนคุยกับเพื่อน,อาจารย์กับนักเรียน, เจ้านายกับลูกน้อง หรือเป็นบทความสารคดี หรือข่าวทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ เป็นต้น ซึ่งการจะทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษด้านการฟังให้ได้คะแนนสูงและเป็นไปอย่างราบรื่น ผู้สอบควรจะปรับเปลี่ยนการฟังสิ่งต่างๆ ให้เป็นภาษาอังกฤษเพื่อช่วยให้ผู้เตรียมตัวสอบได้คุ้นเคยสำเนียง และต้องฟังให้ ได้ทุกวันยิ่งดี เช่น สำหรับผู้มีทักษะภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง หรือไม่มั่นใจว่าตัวเองฟังภาษาอังกฤษได้ทุกคำ ก็เริ่มต้นจากการฟังวิทยุหรือดูโทรทัศน์ช่องภาษาอังกฤษ หรือช่องที่มีรายการภาษาอังกฤษ เช่น BBC , CNN , ABC รายการ English Breakfast ทางช่องThaiPBS เป็นต้น เพราะการสอบนั้นจะเน้นในเรื่องใกล้ตัวเราในชีวิตประจำวันค่ะ

อย่างไรก็ตาม การเริ่มดูในสิ่งที่ตนเองชอบก่อนจะดีที่สุด จะทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อที่จะฝึกในการฟัง เช่นดูซีรี่ย์ต่างประเทศ รายการโทรทัศน์ เช่น Pretty Little Liars,Games of Throne Hannibal Ted Talk เป็นต้น

 

IELTS READING PRACTICE การฝึกทักษะการอ่าน

การฝึกทักษะการอ่านเพื่อเตรียมสอบ IELTS พื้นฐานที่สำคัญที่ผู้สอบต้องมีและจะทำให้ทำข้อสอบได้ดี คือ การเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ และต้องรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เป็นวิชาการเป็นจำนวนมาก เพราะผู้สอบไม่มีทางรู้ว่าข้อสอบที่เราจะได้อ่านนั้นมีเรื่องอะไรบ้าง และเป็นการลดความตื่นตระหนกเวลาเจอข้อสอบที่มีเนื้อเรื่องประเภทที่เราไม่เคยอ่านมาก่อนเลย หากเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว การตั้งใจอ่านบทความ ข่าว หรือ หนังสือภาษาอังกฤษคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่เมื่อจะเตรียมสอบ IELTS และต้องการได้คะแนนส่วนการอ่านสูง แนะนำว่าให้เลือกอ่านหนังสือนิตยสาร บทความสั้นๆ บนอินเทอร์เน็ต หรือจากในหนังสือเรียนที่เป็นภาษาอังกฤษที่มีเนื้อหาหรือแนวเรื่องที่เราชอบแล้วค่อยอ่านเรื่องที่ยาวขึ้นกว่าเดิม การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมสอบ IELTS ไม่จำเป็นต้องอ่านในหนังสือเตรียมสอบหรือหนังสือเฉลยแนวข้อสอบIELTSอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเนื้อหาบทความที่ใช้ในข้อสอบเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำตัวเรา หรือว่าอยู่ในข่าว การอ่านบทความหรือเรื่องราวที่หลากหลายจะช่วยให้ผู้เตรียมสอบมีคลังคำศัพท์ในเรื่องต่างๆเป็นจำนวนมาก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการอ่านข้อสอบ IELTS ได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจถูกต้องมากขึ้น เมื่ออ่านบทความใดก็ตามก็ควรมีการจับเวลาในการอ่านและจับใจความสำคัญของเรื่องราวที่เราอ่านด้วย เพื่อพัฒนาการอ่านของเราให้เร็วขึ้น สามารถแข่งกับเวลาที่ใช้ในการสอบจริง และการอ่านและจับใจความได้รวดเร็วต้องมีเทคนิคในการอ่านจับใจความ มีเทคนิค 2 แบบที่สำคัญ คือ “การอ่านแบบสกิมมิ่ง” และ”การอ่านแบบสแกนนิ่ง ซึ่งเทคนิคการอ่านเร็วทั้งสองแบบนี้หลายคนเรียกรวมๆ ว่า”ทักษะการค้นหา” เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน หากฝึกอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้อ่านบทความหรือหนังสือไม่ว่าจะภาษาอะไรก็ตามได้เร็วยิ่งขึ้น

การอ่านแบบ”สกิมมิ่ง” กับการอ่านข้อความอย่างเร็ว ๆ เป็นจุด ๆ เช่น อ่าน 2-3 คำแรก หรือ 2-3 ประโยคแรกแล้วข้ามไปหรืออ่านเฉพาะประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของแต่ละย่อหน้า หรืออ่านเฉพาะคำหรือวลีที่สำคัญๆ การอ่านแบบนี้เป็นการอ่านเพื่อเก็บประเด็นหรือใจความสำคัญเท่านั้น ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการอ่าน รู้เรื่องราวที่อ่านเร็วขึ้น และเข้าใจเนื้อหาที่อ่านโดยไม่ต้องอ่านเนื้อเรื่องทั้งหมด

การอ่านแบบสแกนนิ่ง คือ จะเป็นวิธีการหาข้อมูลเฉพาะ เช่น ตัวเลข วันที่ สถานที่ ชื่อคน เป็นต้น จะเป็นข้อมูลที่ปรากฏให้ผู้อ่านเห็นได้อย่างชัดเจนในเนื้อเรื่อง หากคำถามถามถึงสถานที่ก็จะหาชื่อสถานที่ หากคำถามถามถึงใครก็หาชื่อบุคคลนั้นเป็นต้น

การใช้เทคนิคการอ่านทั้งสองแบนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เตรียมสอบจะต้องรู้ศัพท์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก และอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น การจะรู้คำศัพท์จำนวนมากก็มาจากการอ่านบทความต่างๆ ที่หลากหลาย และให้ฝึกทักษะการค้นหาทั้งสองแบบวันละ 10-15 นาที ก็เพียงพอแล้วหลังจากฝึกฝนการอ่านทั่วไปแล้ว การทดลองทำตัวอย่างข้อสอบ หรือข้อสอบเก่า IELTS เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะจะได้รู้ว่าตัวเองมีความสามารถในการอ่านบทความที่ผู้ออกข้อสอบออกได้ในเวลาเท่าไหร่ อ่านแต่ละ คำถามนานเท่าไหร่? และผู้เตรียมสอบมีเวลากลับไปตอบคำถามข้อที่ตอบไม่ได้ก่อนหน้านี้หรือไม่? เพราะบทความ ในข้อสอบ IELTS ค่อนข้างยาวและแน่นอนว่าต้องมีการวางแผนทำข้อสอบการอ่านไว้ล่วงหน้าด้วยและหนังสือที่ใช้อ่านสำหรับเตรียม สอบ IELTS เพื่อให้ได้คะแนน การอ่านสูงมีหลากหลายเล่ม เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามร้านหนังสือ เช่น ศูนย์หนังสือจุฬาฯ เป็นต้น ซึ่งตอบ สนองความต้องการฝึกของผู้เตรียมสอบแตกต่างกันไป บางเล่มก็มีแบบฝึกหัดง่าย บางเล่มก็มีแบบฝึกหัดที่เนื้อเรื่องอ่านยาก

การเลือกหนังสือเพื่อใช้ฝึกฝนการอ่านด้วยตัวเองเป็น เรื่องจำเป็นเหมือนกัน หากผู้เตรียมตัวสอบรู้สึกว่าตัวเอง ไม่เก่งภาษาอังกฤษมากหรือไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำแบบฝึกหัด ที่มีความยากมากได้เลย ดังนั้นผู้เข้าทดสอบก็สามารถหาตัวช่วยโดยมองหาสถาบันที่มีความชำนาญทางด้านการสอน IELTS เพื่อเป็นตัวช่วยในการเตรียมตัวสอบ

 

IELTS WRITING PRACTICE การฝึกทักษะการเขียน

ทักษะการเขียนนับว่าเป็นทักษะที่ยากที่สุดในการพัฒนา เพราะการเขียนมาหลากหลายรูปแบบ เช่น เขียนจดหมาย เขียนหนังสือราชการ เขียนหนังสือขออนุญาตต่างๆ ซึ่งต้องเขียนให้ถูกต้องตามลำดับแบบฟอร์ม และภาษาที่ใช้ต้องมี ความเหมาะสมกับผู้อ่านที่อาจเป็นได้ทั้งเพื่อน อาจารย์ เจ้านาย หรือบุคคลระดับสูงอื่นๆ ในการเริ่มต้นการฝึกเขียนในการเตรียมสอบIELTS และทำให้ได้คะแนนในส่วนนี้สูง พื้นฐานอย่างแรกที่ผู้เขียนจะต้องมีคือ การมีความรู้เรื่องแกรมม่าที่แม่นยำ และใช้แกรมม่าถูกกับช่วงเวลาของเนื้อเรื่องที่เขียน และการจะเขียนเรื่องต่างๆได้ดีก็มาจากการอ่านหนังสือบทความที่หลากหลายเป็นจำนวนมาก และเรียนรู้การเขียนเรื่องประเภทต่างๆ ว่ามีการเริ่มต้นดำเนินเรื่อง และจบเรื่องอย่างไร เรื่องแบบไหนใช้คำแบบไหนจึงจะเหมาะสม หากอ่านบทความไหนแล้วผู้เขียนเขียนดีก็เก็บเอามาเป็นตัวอย่างในการเขียนของเรา ที่สำคัญที่สุดในการเขียน ทุกเรื่องราว ผู้เขียนจะต้องนำเสนอเรื่องราวโดยสรุปของเรื่องที่ต้องการนำเสนอให้ผู้อ่านอ่านแล้วเข้าใจง่าย อ่านได้อย่างราบลื่น และเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ข้อสอบ IELTS ในส่วนของการทดสอบการเขียนภาษาอังกฤษ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนการเขียนบรรยายจากภาพกราฟ หรือตาราง และการเขียน Mind Map เพื่อวางแผนสิ่งที่จะพูดก่อนเขียน

การเขียนแบบแรก คือ การเขียนบรรยายจากภาพที่อาจเป็นตาราง หรือกราฟเรื่องๆ หนึ่ง ซึ่งเราต้องสามารถอธิบายได้ว่าเรื่องนั้นมีจุดเหมือน จุดต่าง จุดเด่นอะไรบ้าง ดังตัวอย่างต่อไปนี้

การเขียนแบบที่สอง คือ การเขียนMind Mapเพื่อวางแผนสิ่งที่จะพูดก่อนเขียน การเขียนในส่วนนี้จะต้องมีเอกภาพมีความเชื่อมโยง เนื้อหาต่อเนื่องกัน และเรียงตามลำดับเหตุการณ์ เช่น สำคัญมากไปหาน้อยสุด เป็นต้น โดยใช้คำเชื่อมโยงที่เหมาะสม คือ เชื่อมโยงข้อมูลทั้งภายในย่อหน้า และระหว่างย่อหน้าและที่สำคัญที่สุด ในการเขียนตอบข้อสอบทดสอบทักษะการเขียนของ IELTS คือ ไวยากรณ์ ตัวสะกด เครื่องหมายจะต้องมีความผิดพลาดน้อยที่สุดจนถึงขั้นไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเลย นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการเขียนที่ต้องสนองความต้องการอ่านของกรรมการ ไม่ใช่เขียนเรื่องที่เราอยากรู้ เขียนอธิบายกว้างไม่มีรายละเอียด และมีการลอกเลียนแบบผู้อื่น หรือมีการอ้างอิงข้อมูลมากจนเกินไปทำให้หรรมรู้สึกว่ากำลังอ่านวิทยานิพนธ์ อีกทั้งต้องเขียนให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด ตัวอย่างของการเขียนตอบข้อสอบเขียนส่วนที่สอง เป็นดังนี้

 

IELTS SPEAKING PRACTICE การฝึกทักษะการพูด

การฝึกทักษะด้านการพูดเพื่อเตรียมสอบ IELTS ในส่วนของทักษะการพูดนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ผู้เตรียมสอบประสบความสำเร็จในการพูดภาษาอังกฤษและสามารถทำคะแนนได้ดี เป็นที่ประทับใจของกรรมการผู้ทดสอบ คือ การฝึกพูด ภาษาอังกฤษเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ พูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้ทุกวันยิ่งดี จะพูดกับใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือพ่อแม่ แต่หากมีเพื่อนชาวต่างชาติก็ควรจะฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเขาอย่างสม่ำเสมอ นอกจากเราจะกล้าพูดกล้าแสดงออกใช้ภาษาอังกฤษได้ถูกหลักไวยากรณ์ ถูกกาลเทศะและบุคคลแล้วยังได้มิตรภาพที่ดีอีกด้วยหากใครที่ไม่มีใครให้พูดด้วย หรืออายที่จะพูดกับคนใกล้ชิดที่เป็นคนไทย หรือไม่มีเพื่อนชาวต่างชาติก็สามารถใช้เทคโนโลยีที่เรามีในปัจจุบันให้เกิดประโยชน์ เช่น เปิดยูทูบ พูดตามชาวต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งจะต้องมีการพูดออกเสียงที่ชัดเจน และพูดมีสาระเนื้อเรื่องเชื่อมโยงกัน และตามลำดับความสำคัญในรูปแบบเรื่องนั้นๆ หากเราได้ตัวอย่างที่ไม่ดีจะทำให้เราติดการพูดที่ไม่ดีนั้นไปในห้องสอบ ซึ่งส่งผลเสียกับเราทั้งโดยตรงกับผลคะแนนสอบส่วนการพูดใน IELTS และโดยอ้อมคือ การพูดติดสำเนียง เรียบเรียงเรื่องติดมาในการพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ การใช้สมาร์ทโฟนในปัจจุบันก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาทักษะด้านการพูดภาษาอังกฤษของเรา ได้ ในทุกที่ทุกเวลา เพราะปัจจุบันนี้ มีแอพพลิเคชั่นชื่อ ” TOELF Speaking ” ซึ่งโปรแกรมนี้ได้นำเอาข้อสอบ IELTS และ TOEFL มาประยุกต์ใช้เพื่อสอบ IELTS ด้วยเช่นกันคำถามที่จะมีให้เราฝึกพูดโต้ตอบมีหลากหลายหัวข้อ เช่น การแนะนำ อธิบายสถานที่ท่องเที่ยว การถามคำถามให้แสดงความคิดเห็น เป็นต้นและที่สำคัญอีกอย่าง คือ โปรแกรมนี้ยังจะช่วยแนะนำวิธีการตอบคำถามสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าตัวโปรแกรมถามคำถามอะไรมาเพราะ ฟังไม่ทันบ้าง หรือฟังไม่ออกบ้าง โดยมีแบบแผนหรือตัวอย่างการตอบให้กับผู้ใช้ได้ลองดูเป็นไอเดียด้วย ว่าควรตอบอย่างไร และตัวโปรแกรมเองก็มีการเลือกใช้คำศัพท์ที่หลากหลายนอกจากนี้ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นนี้สามารถอัดเสียงตอนตัวเองพูดได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามการจะเตรียมสอบ IELTS ให้ได้คะแนนสูงตามปรารถนาก็ต้องมีการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลายาวนานเพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ โดยไม่เสียอะไรเป็นค่าตอบแทน ก็เหมือนกับการเตรียมสอบ IELTS ของทุกคน ใครอยากได้คะแนนดีก็ต้องฝึกฝน ไม่ฝึกฝนก็ไม่ได้อย่างที่ต้องการ ซึ่งการลดระยะเวลาที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ที่เตรียมตัวสอบก็สามารถมองหาตัวช่วยโดยการหาสถาบัน ที่มีความชำนาญเพื่อช่วยให้ผู้เข้าทดสอบได้มีเวลาเพียงพอในการเตรียมตัว ลดการเสียเวลาเพราะการเรียนในสถาบันก็จะช่วยให้ผู้เข้าทดสอบรู้ทริค และแนวข้อสอบในการเตรียมตัวค่ะ

 

สนใจดูรายละเอียดคอร์ส เรียน IELTS ได้ที่ https://www.chulatutor.com/ielts/

อ่านต่อ